"ของในตะกร้าพวกนั้น... ไม่ใช่ของที่บ้านสะใภ้รองหามาได้เองหรอกนะคะ! ท่านแม่ลองคิดดูให้ดีสิเจ้าคะ แป้งสาลีเนื้อละเอียดกับน้ำมันหมูบริสุทธิ์ขนาดนี้ ต่อให้พวกเราทำงานจนหลังขดหลังแข็งทั้งปี ก็ยังซื้อไม่ได้ครึ่งหนึ่งเลย!"
เสียงแหลมสูงของหลี่ฉิน สะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลจางดังแผดก้องแทรกเข้ามาในบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ปลายเล็บที่ทาสีแดงชาดด้วยความเห่อเหิมชี้ตรงไปยังตะกร้าไม้ไผ่สานที่วางอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ ในห้องครัว หล่อนตั้งใจจะฉีกหน้าหลินเฟยเฟยให้ย่อยยับคาตา ด้วยการปรักปรำว่าน้องสะใภ้แอบขโมยทรัพย์สินของครอบครัวไปขายในตลาดมืดเพื่อเสวยสุขอยู่คนเดียว
หลินเฟยเฟยไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ใบหน้าเรียวรูปไข่ยังคงประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้ในสายตาของคนตระกูลจาง นางค่อยๆ วางตะหลิวไม้ในมือลงอย่างใจเย็น กวาดสายตามองหลี่ฉินที่กำลังยืนเท้าสะเอวหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความสะใจ และแม่สามีที่กำลังทำหน้าบึ้งตึงราวกับก้นกระทะก้นหม้อ
ทว่า... ยังไม่ทันที่หลินเฟยเฟยจะได้เอ่ยปากตอกกลับด้วยวาจาเชือดเฉือน เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงธรณีประตู ก็เปล่งเสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่แฝงไปด้วยไอสังหารจากสนามรบออกมาเสียก่อน
"แล้วถ้าของพวกนั้น... เป็นสิ่งที่ฉันหามาให้ภรรยาของฉันเองล่ะ?"
สิ้นเสียงนั้น ทุกคนในห้องครัวถึงกับสะดุ้งเฮือกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม หลี่ฉินอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลนออกมานอกเบ้า เมื่อร่างสูงตระหง่านของจางเหว่ยหานปรากฏขึ้น ท่ามกลางแสงยามบ่ายที่สาดส่องเข้ามา
จางเหว่ยหานก้าวเท้าเข้ามาทีละก้าวอย่างมั่นคง ไอร้อนและความกดดันจากตัวเขากดทับจนสะใภ้ใหญ่ต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์ทั้งหมดด้วยความเยือกเย็น ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ภรรยาตัวน้อยที่ยืนอยู่หลังเตาฟืน แววตาที่เคยแข็งกระด้างเมื่อยามเผชิญหน้ากับศัตรู กลับทอประกายความอ่อนโยนและห่วงหาอย่างปิดไม่มิดเมื่อมองมาที่หลินเฟยเฟย
"พี่... พี่เหว่ยหาน?" หลี่ฉินละล่ำละลักเอ่ยชื่อออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า หล่อนไม่คาดคิดเลยว่าพี่รองที่ควรจะฝึกซ้อมทหารอยู่ทางเหนือ จะกลับมาปรากฏตัวในบ้านหลังนี้อย่างไม่คาดฝัน และที่สำคัญ... เขายังออกตัวปกป้องนังตัวดีหลินเฟยเฟยอย่างออกหน้าออกตาอีกด้วย!
"พี่ใหญ่จาง! แกพูดจาเหลวไหลอะไรกัน ยัยนี่มันผลาญเงินทองของตระกูลเราไปตั้งเท่าไหร่ แกเพิ่งกลับมา แกไม่รู้หรอกว่ามันทำตัวเหลวไหลแค่ไหน!" แม่สามีที่ตั้งสติได้รีบเอ่ยแย้งขึ้นทันที ด้วยความกลัวว่าความจริงที่ตนเองและสะใภ้ใหญ่ร่วมมือกันกลั่นแกล้งหลินเฟยเฟยมาตลอดจะแดงขึ้นมา
หลินเฟยเฟยแค่นเสียง "หึ" ออกมาเบาๆ ในลำคอ นางก้าวเดินออกมาจากหลังเตาฟืน ยืดอกขึ้นสู้สายตาทุกคู่ในห้องนั้นอย่างไม่เกรงกลัว นางไม่ได้เอ่ยแก้ต่างให้ตัวเองแม้แต่คำเดียว เพราะนางรู้ดีว่า... สามีของนางในชาตินี้ ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมารังแกภรรยาของเขาได้ง่ายๆ อีกต่อไปแล้ว
จางเหว่ยหานเดินตรงเข้าไปหาหลินเฟยเฟย สายตาสำรวจร่องรอยความเหน็ดเหนื่อยบนใบหน้าและเนื้อตัวของภรรยา มือหนาหยาบกร้านจากการจับอาวุธ เอื้อมไปปัดเศษฟืนที่ติดอยู่บนกลุ่มผมให้อย่างทะนุถนอม สัมผัสนั้นอบอุ่นและจริงใจจนหลินเฟยเฟยรู้สึกวูบวาบในหัวใจอย่างประหลาด
"เหนื่อยหน่อยนะเฟยเฟย... ฉันกลับมาแล้ว ต่อไปนี้ จะไม่มีใครหน้าไหนมารังแกเธอได้อีก" น้ำเสียงทุ้มเอ่ยกระซิบข้างหูเบาๆ แต่กลับดังพอที่จะทำให้ทุกคนในห้องได้ยินอย่างชัดเจน
หลี่ฉินหน้าซีดเผือดลงเรื่อยๆ หล่อนเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่สู้ดีนัก จึงรีบหันไปฟ้องแม่สามีต่อ "ท่านแม่ดูเข้านะคะ! พี่รองถูกนังนี่เป่าหูจนหลงหัวปักหัวปำไปหมดแล้ว! ของพวกนั้นในตะกร้า ต่อให้พี่รองส่งเงินเดือนมาให้ ก็ไม่มีทางซื้อได้หมดหรอกค่ะ! นังเฟยเฟยมันต้องแอบไปทำเรื่องชั่วช้าอะไรลับหลังพวกเราแน่ๆ!"
"เรื่องชั่วช้าที่เธอว่า... หมายถึงการหาเงินมาเลี้ยงลูกและครอบครัวด้วยลำแข้งของตัวเองอย่างสุจริต หรือหมายถึงการที่ฉันแอบเอาทรัพย์สินของบ้านรองไปซ่อนไว้กันแน่ล่ะคะ พี่สะใภ้ใหญ่?" หลินเฟยเฟยสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมราวกับใบมีด นางหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ใโต๊ะขึ้นมาสะบัดเบาๆ "บัญชีรายรับรายจ่ายที่ฉันขายซาลาเปาและสมุนไพรป่าแลกมา ฉันจดไว้อย่างละเอียดทุกอีแปะ ถ้าอยากจะตรวจดูนัก... เชิญเข้ามาดูให้หายโง่ได้เลยนะคะ!"
บรรยากาศในห้องครัวเงียบกริบลงทันที ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำพูดใดออกมาอีก หลี่ฉินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเห็นสายตาคาดคั้นจากจางเหว่ยหานที่มองตรงมายังหล่อน ราวกับเสือร้ายที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ
"ในเมื่อสะใภ้ใหญ่พูดถึงเรื่องทรัพย์สินของครอบครัวนัก..." จางเหว่ยหานหันกลับมาเผชิญหน้ากับทุกคน น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้นทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ "งั้นวันนี้ เรามาเคลียร์เรื่องการแยกบ้านกันให้มันจบๆ ไปเลยดีกว่า เพราะฉันเองก็ทนเห็นภรรยาและลูกต้องมาทนรองมือรองเท้าคนเห็นแก่ตัวในบ้านหลังนี้มามากพอแล้ว!"
คำว่า "แยกบ้าน" หลุดออกมาจากปากของนายทหารหนุ่ม ทำให้แม่สามีถึงกับลมจับ ร้องกรี๊ดออกมาเสียงหลงด้วยความตกใจ ส่วนหลี่ฉินก็หน้าซีดเป็นไก่ต้ม เพราะรู้ดีว่าหากแยกบ้านกันตอนนี้ พวกตนจะไม่ได้เกาะกินเงินและแรงงานของบ้านรองอีกต่อไป!
หลินเฟยเฟยยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มมุมปาก นางรู้ซึ้งแล้วว่าการมีสามีที่ฉลาดและรู้ทันเกม ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องนางจากคนใจร้ายเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดฉากชีวิตใหม่ที่อิสระและร่ำรวยยิ่งกว่าเดิม
ทว่า... ในจังหวะที่ทุกคนกำลังช็อกกับประกาศิตการแยกบ้านของจางเหว่ยหานนั้นเอง เสียงเคาะประตูรั้วบ้านด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วดังปังๆๆ พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในลานบ้าน
"รองหัวหน้าจาง! แย่แล้ว! รีบไปดูที่ลานตากข้าวหมู่บ้านเร็วเข้า! มีคนกำลังขนของในโกดังกลางของพวกเราหนี... และคนที่พาคนมาปล้นข้าวของในคลัง ก็คือคนสนิทของผู้ใหญ่บ้านเอง!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านสำหรับการติดตามและสนับสนุน "หลินฮวายุคปฏิรูป" มาโดยตลอดนะคะ!
คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ•ตอนที่ 27
จับโจรได้คาหนังคาเขา
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!