คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ•ตอนที่ 33

มื้ออาหารประสานใจ

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถ้าฝีมือการทำอาหารของสะใภ้รองมันจืดชืดไร้รสชาติเหมือนหน้าตาของเจ้าตัวจริง ๆ เกรงว่ามื้อเย็นนี้พวกเราคงต้องกลืนก้อนกรวดแทนข้าวกันแล้วกระมังคะคุณแม่!" เสียงหัวเราะเยาะหยันของหลี่ฉิน หรือสะใภ้ใหญ่ ดังแหลมลอดมาจากห้องครัวบ้านตระกูลจาง เจือไปด้วยความตั้งใจจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของหลินเฟยเฟยให้จมดินต่อหน้าแม่สามีที่กำลังนั่งหน้าบึ้งตึงอยู่หน้าเตาผิง ในห้องครัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นควันไฟ หลินเฟยเฟยไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยวอย่างที่อีกฝ่ายวาดหวัง ร่างระหงในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเก่าแต่วัดขนาดพอดีตัวกำลังงלוนอยู่กับการจัดการกับ "ซี่โครงหมูสามชั้น" ชิ้นโตที่แอบหยิบออกมาจากมิติลับในเสี้ยววินาทีที่ไม่มีใครมองเห็น เนื้อหมูสีชมพูเรื่อแทรกมันสลับชั้นแดงฉ่ำ ชิ้นหนาขนาดพอดีคำ ส่งกลิ่นหอมสดใหม่แม้จะยังไม่ทันได้โดนความร้อน ดึงสายตากลับมาที่เตาไฟ หลินเฟยเฟยแค่นยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก นัยน์ตาดำขลับประกายความเจ้าเล่ห์อย่างเหนือชั้น คนพวกนี้คิดว่าการหักหน้าเธอในเรื่องงานบ้านจะทำให้เธอยอมจำนนหรืออย่างไร? ช่างน่าขันสิ้นดี ยุค 80 แห่งการปฏิรูปนี้ ปากท้องและความอร่อยคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด และเธอกำลังจะใช้มันฟาดหน้าคนปากมากให้หงายเงิบไปเลยทีเดียว! "พี่สะใภ้ใหญ่พูดถูกค่ะ อาหารจะอร่อยหรือไม่อยู่ที่ฝีมือ ไม่ใช่ลมปากที่เอาแต่พ่นคำพูดน่ารำคาญออกมา" หลินเฟยเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึกจนหลี่ฉินสะดุ้งโหยง หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "นัง... นังเฟยเฟย! แกกล้าดียังไงมาว่าฉัน!" หลี่ฉินตบโต๊ะเสียงดังลั่นจนถ้วยชามสั่นสะเทือน แต่ยังไม่ทันที่แม่สามีจะทันได้เอ่ยปากด่าทอลูกสะใภ้รอง กลิ่นหอมลึกล้ำชวนน้ำลายสอระลอกแรกก็โชยตัดผ่านความตึงเครียดในห้องครัวทันที! *ฟุดฟิด... ฟุดฟิด...* จมูกของแม่สามีขยับยิกโดยอัตโนมัติ กลิ่นหอมของน้ำตาลเคี่ยวกับซอสถั่วเหลืองหมักโบราณ ผสมผสานกับกลิ่นหอมฉุนของขิงแก่และพริกไทยคั่วแห้ง ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ มันไม่ใช่กลิ่นอาหารธรรมดา ๆ ที่ชาวบ้านตาดำ ๆ แถบชนบทนี้จะหาทานได้ง่าย ๆ แต่มันคือกลิ่นหอมเย้ายวนที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณความอยากอาหารในก้นบึ้งของจิตวิญญาณ! หลินเฟยเฟยไม่สนใจสายตางุนงงและกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ของคนทั้งคู่ เธอจัดการเทน้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นที่ตุ๋นเคี่ยวในมิติลับจนเปื่อยนุ่มลงในหม้อดินเผา ตามด้วยซี่โครงหมูตุ๋นเต้าเจี้ยวสูตรลับเฉพาะ เปลวไฟสีส้มแดงสะท้อนใบเนียนนุ่มที่มีเหงื่อซึมบางเบายามต้องงานหนัก แต่วันนี้... ใบหน้านั้นกลับเปล่งประกายความมั่นใจจนน่ามอง ปัง! ประตูรั้วบ้านถูกผลักเปิดออกด้วยแรงของชายฉกรรจ์ ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มของจางเหว่ยหานก้าวเข้ามาในลานบ้าน กลิ่นอายความเหนื่อยล้าจากการฝึกซ้อมหนักหน่วงตลอดทั้งวันแผ่ซ่านรอบกาย ใบหน้าคมสันเคร่งขรึมและเรียบเฉยตามวิสัยของนายทหารผู้เคร่งครัดในวินัย ทว่า... ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาถึงเฉลียงบ้าน จมูกโด่งเป็นสันของเขาก็ชะงักกึก ฝีเท้าที่มั่นคงพลันหยุดลงโดยอัตโนมัติ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบครัว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของภรรยาที่กำลังง่วนอยู่กับการตักอาหารใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีนวล จางเหว่ยหานขมวดคิ้วเล็กน้อย ความตึงเครียดในใจจากงานในค่ายทหารเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความแปลกประหลาดใจ กลิ่นหอมนี้... มันคืออะไรกัน? ทำไมมันถึงทำให้ท้องที่ว่างเปล่าของเขาส่งเสียงร้องประท้วงขึ้นมาได้รุนแรงขนาดนี้? "กลับมาแล้วเหรอคะ?" หลินเฟยเฟยเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ดวงตากลมโตฉายแววพินิจพิเคราะห์ เธอยังจำแววตาเย็นชาและท่าทีห่างเหินของเขาในวันแรกที่ทะลุมิติเข้ามาได้ดี แต่กาลเวลานับเดือนที่ผ่านมาภายใต้ชายคาเดียวกัน ความสัมพันธ์ที่เคยแห้งแล้งราวกับแผ่นดินหน้าแล้ง กลับค่อย ๆ มีหยาดฝนโปรยปรายลงมาทีละน้อยผ่านมื้ออาหารเหล่านี้ จางเหว่ยหานไม่ตอบคำเขาเพียงแต่พยักหน้ารับสั้น ๆ แล้วเดินตรงไปยังอ่างล้างหน้าเพื่อล้างคราบเหงื่อไคล แต่สายตากลับเหลือบมองจานอาหารบนโต๊ะไม่วางตา บนโต๊ะไม้เก่า ๆ บัดนี้เต็มไปด้วยอาหารสามอย่างที่หน้าตาน่ากินจนแทบไม่น่าเชื่อว่าทำมาจากวัตถุดิบในชนบทแห่งนี้ จานแรกคือ 'ซี่โครงหมูตุ๋นเต้าเจี้ยว' สีน้ำตาลเข้มมันเงา เนื้อหมูเปื่อยนุ่มจนแทบละลายในปาก โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยสีเขียวสด จานที่สองคือ 'ผัดผักกวางตุ้งใส่น้ำมันหมูกากหมูเจียวกรอบ' ที่ส่งเสียงกร้วม ๆ ยามกระทบฟัน และสุดท้ายคือ 'ซุปไข่มะเขือเทศร้อน ๆ' ส่งควันกรุ่นพวยพุ่ง หลี่ฉินที่ตั้งท่าจะหาเรื่องต่อเมื่อครู่ ถึงกับกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอไปอย่างไร้ร่องรอย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความอิจฉาริษยาจนแทบถลน นังบ้านนอกนี่... ไปเอาวัตถุดิบดี ๆ แบบนี้มาจากไหนกัน? ซี่โครงหมูกับน้ำมันหมูชิ้นหนาเตอะขนาดนั้น แม้แต่บ้านหัวหน้าหมู่บ้านยังแทบไม่มีปัญญาซื้อกินบ่อย ๆ เลย! "วันนี้ทำอะไรกิน ทำไมกลิ่นถึง..." จางเหว่ยหานเอ่ยขึ้นด้วยเสียงทุ้มต่ำแหบพร่า นัยน์ตาสีเข้มมองหน้าภรรยาอย่างมีความหมาย "ก็แค่อาหารธรรมดา ๆ เพื่อเยียวยาคนทำงานหนักค่ะ" หลินเฟยเฟยตอบกลับด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย พลางตักข้าวสวยร้อน ๆ ส่งให้เขา "ลองชิมดูสิคะ ว่าฝีมือของฉันมัน 'จืดชืด' เหมือนที่ใครบางคนกังวลหรือเปล่า" คำพูดเหน็บแนมแบบนิ่ม ๆ นี้ทำเอาหลี่ฉินหน้าเจื่อนลงทันที นางทำได้เพียงแค่นั่งฮึดฮัดสะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคือง จางเหว่ยหานรับชามข้าวและตะเกียบมาจากมือภรรยา ปลายนิ้วของทั้งคู่สัมผัสกันแผ่วเบาโดยบังเอิญ ความอุ่นซ่านสายหนึ่งวิ่งผ่านผิวหนังก่อให้เกิดกระแสความรู้สึกประหลาดในใจของนายทหารหนุ่มผู้ไม่เคยประสีประสาเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เขาชำเลืองมองภรรยาแวบหนึ่ง ก่อนจะคีบซี่โครงหมูชิ้นโตที่ฉ่ำซอสเข้าปาก ทันทีที่ฟันกระทบลงบนเนื้อหมู... ความนุ่มละมุนที่ตุ๋นจนเข้าเนื้อ รสชาติเค็มหวานกลมกล่อมกำลังพอดี ผสมผสานกับความเผ็ดร้อนเล็กน้อยจากพริกไทยที่ปลายลิ้น ระเบิดความอร่อยพุ่งทะยานขึ้นสู่โสตประสาทอย่างรุนแรง! รสสัมผัสนั้นยอดเยี่ยมเสียจนจางเหว่ยหานถึงกับชะงักค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนทึ่ง นี่มัน... อร่อยยิ่งกว่าอาหารในโรงอาหารกองทัพเสียอีก! หลินเฟยเฟยสังเกตปฏิกิริยาของสามี มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ เธอกำลังจะเอ่ยปากแซวสามีสักหน่อย แต่ทว่า... *ก๊อก ๆ ๆ!* เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะความสุขบนโต๊ะอาหาร ตามมาด้วยเสียงโวยวายโง่เขลาของผู้ไม่ได้รับเชิญที่ตะโกนแหกปากลั่นบ้านตระกูลจาง "พี่เหว่ยหาน! พี่สะใภ้รอง! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกท่านแอบซ่อนเนื้ออร่อยไว้ในบ้าน ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนคนทั้งหมู่บ้านแบบนี้มันหยามกันชัด ๆ รีบเอาออกมาแบ่งบ้านใหญ่ให้หมดไม่งั้นฉันจะโวยวายให้คนมาดูความเห็นแก่ตัวของพวกแกแน่!" เสียงแหลมปรี๊ดของ "สะใภ้สาม" แห่งบ้านตระกูลจางดังแผดเผาเข้ามา ท่าทางหาเรื่องเช่นนี้ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเฟยเฟยจางหายไปในพริบตา แววตาดำขลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง จางเหว่ยหานวางตะเกียบลงบนโต๊ะช้า ๆ ใบหน้าคมสันบึ้งตึงขึ้นทันควัน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน เขากำลังจะลุกขึ้นไปจัดการกับพวกน่ารำคาญที่บังมาขัดขวางมื้ออาหารแสนอร่อยของภรรยา แต่หลินเฟยเฟยกลับเอื้อมมือเรียวไปแตะแขนแกร่งของเขาไว้เสียก่อน เธอสบตาเขาด้วยแววตานิ่งสงบ ทว่าเต็มไปด้วยความเฉียบคมที่เหนือการคาดเดา พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปากที่ทำเอาสะใภ้หนุ่มถึงกับใจเต้นแรงผิดจังหวะ "นั่งลงเถอะค่ะคุณสามี..." หลินเฟยเฟยกระซิบเสียงเบา ชวนให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ "ปล่อยให้ฉันออกไปต้อนรับ 'แขกไม่ได้รับเชิญ' คนนี้ด้วยสำรับอาหารจานเด็ดที่เธอไม่มีวันลืม... ดีกว่าค่ะ" จางเหว่ยหานมองรอยยิ้มนั้นแล้วนิ่งงบไป เขารู้สึกได้ทันทีว่า... ปัญหาของตระกูลจางรอบนี้ คงมีคนต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งกลับบ้านไปอย่างแน่นอน! ==================== ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของหลินฮวายุคปฏิรูปเสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%