คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ•ตอนที่ 34

ปกป้องภรรยาจากปากคน

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
“ปากของสะใภ้ใหญ่บ้านนี้นี่ช่างว่างงานเสียจริง ถึงได้เอาแต่เที่ยวไปกุเรื่องสกปรกใส่ร้ายภรรยาของฉันในตลาด ถ้าไม่มีอะไรทำมากนัก ฉันแนะนำให้ไปแบกหินซ่อมถนนหลวงน่าจะเหมาะกว่านะคะ!” เสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่ดังขึ้นท่ามกลางลานหน้าบ้านตระกูลจางราวกับอสุนีบาตฟาดลงกลางฤดูร้อน ทำให้ฝูงชนที่กำลังมุงดูความสนุกถึงกับสะดุ้งเฮือก หลี่ฉินที่กำลังยืนเท้าสะเอวพ่นน้ำลายใส่ร้ายหลินเฟยเฟยด้วยความสะใจเมื่อครู่ หน้าซีดเผือดลงทันตาเห็น ร่างอวบอ้วนสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มของจางเหว่ยหานก้าวเข้ามา หลินเฟยเฟยที่ยืนกอดอกมองดูการแสดงงิ้วโรงเล็กของพี่สะใภ้ด้วยรอยยิ้มเยาะมุมปาก ดวงตากลมโตฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด นางไม่ได้เอ่ยปากแก้ต่างเลยสักคำตั้งแต่แรก เพราะรู้ดีว่าสามีผู้เคร่งขรึมแต่คลั่งภรรยาคนนี้ไม่มีทางยอมให้ใครมารังแกนางเป็นอันขาด “เหว่ย… เหว่ยหาน ลูกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” เสียงของแม่สามีเอ่ยถามด้วยความตกใจ ปนความเกรงกลัวลูกชายคนนี้ไม่น้อย แม้จะเป็นมารดา แต่ในตระกูลจาง อำนาจที่แท้จริงคือเงินเดือนทหารและตั๋วอาหารที่จางเหว่ยหานส่งกลับมาให้ทุกเดือน “ถ้าผมไม่รีบกลับมา ผมคงไม่ได้ยินหรอกว่าพี่สะใภ้ใหญ่เที่ยวประกาศไปทั่วว่าภรรยาของผมแอบลักLอบพบผู้ชายอื่นในเมือง!” จางเหว่ยหานกวาดสายตาคมกริบดุจใบมีดโกนมองไปรอบวงล้อม ผู้คนต่างหลบสายตาหนีกันจ้าละחวุ่น “พูดออกมาได้เต็มปากว่าเห็นกับตาตัวเอง ทั้งที่ความจริงแล้ว วันนั้นเฟยเฟยไปส่งเสบียงแป้งทอดกรอบให้สหกรณ์อำเภอตามใบสั่งซื้ออย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีใบเสร็จประทับตราประธานสหกรณ์ชัดเจน พี่สะใภ้ใหญ่… สมองของพี่มีไว้แค่คั่นหู หรือว่าอิจฉาจนเนื้อเต้นที่เห็นครอบครัวเราค้าขายร่ำขึ้นมากันแน่คะ?” คำว่า "นะคะ" ที่หลุดออกมาจากปากนายทหารผู้ขึ้นชื่อเรื่องความดุและไร้ความอ่อนโยน ทำเอาทุกคนเกือบหลุดขำ แต่ไม่มีใครกล้าหัวเราะออกมาสักคน เพราะรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวจางเหว่ยหานนั้นน่ากลัวเกินกว่าจะหาญกล้า หลี่ฉินหน้าเขียวสลับม่วง นางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ “ฉัน… ฉันแค่ได้ยินคนอื่นเขาพูดต่อๆ กันมา ไม่ได้ตั้งใจจะใส่ร้ายนะเหว่ยหาน แกจะมาเข้าข้างเมียเด็กนี่จนไม่เห็นหัวพี่สะใภ้ไม่ได้นะ!” “คนอื่นที่ว่าคือใคร? บอกชื่อมาสิครับ!” จางเหว่ยหานก้าวเข้าไปประชิดตัวหลี่ฉินทีละก้าว จนอีกฝ่ายต้องถอยหลังกรูดจนสะดุดตอไม้เกือบล้ม “ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นคนพูด ผมจะไปแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาท ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และทำลายเกียรติยศของนายทหารแนวหน้า โทษฐานนี้หนักหนาพอสมควรทีเดียว พี่สะใภ้คงไม่อยากไปนั่งคุกสำนักงานความมั่นคงสาธารณะหรอกกระมัง?” บรรยากาศรอบบริเวณเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมพัดใบไม้ไหว หลินเฟยเฟยแอบอมยิ้ม นางเดินเข้าไปใกล้สามี พร้อมกับเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งเบาๆ เป็นเชิงปรามไม่ให้เขาใช้อารมณ์มากเกินไป แม้ในใจจะรู้สึกสะใจจนบรรยายไม่ถูกก็ตาม การมีสามีที่ฉลาดและปกป้องภรรยาได้อย่างไร้ที่ติเช่นนี้ ช่างคุ้มค่ากับการทะลุมิติมาอยู่ในยุค 80 นี้เสียจริง “พี่ใหญ่… อย่าไปถือสาคนใจแคบเลยค่ะ” หลินเฟยเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใส ทว่าแฝงด้วยความเฉียบคม “คนเราถ้าจิตใจสกปรก มองไปทางไหนก็เห็นแต่เรื่องต่ำทราม วันนี้พี่สะใภ้ใหญ่ใส่ร้ายฉันกลางหมู่บ้าน ทำให้ชื่อเสียงฉันเสียหาย ฉันขอแค่คำขอโทษอย่างจริงใจสามครั้งต่อหน้าทุกคนตรงนี้ และ… ค่าทำขวัญเป็นแป้งสาลีชั้นดีห้าชั่งกับน้ำมันหมูหนึ่งขวด เพื่อเป็นการชดเชยจิตใจที่บอบช้ำของฉัน… แบบนี้ยุติธรรมดีไหมคะ?” หลี่ฉินตาโตเท่าไข่ห่าน กรีดร้องออกมาทันที “อะไรนะ! จะให้ฉันเอาแป้งสาลีตั้งห้าชั่งกับน้ำมันหมูไปให้แกเหรอ ฝันไปเถอะอีตัวดี!” “ถ้าไม่ให้…” จางเหว่ยหานเอ่ยแทรกขึ้นมาทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก “พรุ่งนี้เช้า ผมจะเขียนคำร้องเรียนส่งตรงถึงกองบัญชาการทหารประจำอำเภอ ให้ตรวจสอบพฤติกรรมของพี่ชายใหญ่ที่แอบเอาเกลือสวัสดิการไปขายต่อในตลาดมืด ว่ามีความผิดฐานเก็งกำไรด้วยหรือไม่… พี่สะใภ้ลองคิดดูเอาเองก็แล้วกันว่า ระหว่างเสียแป้งสาลีกับให้สามีถูกสอบสวนจนอาจจะตกงาน อันไหนคุ้มค่ากว่ากัน” เพล้ง! เหมือนมีสายฟ้าฟาดลงกลางหัวของหลี่ฉิน นางหน้าถอดสีทันที สามีของนางแอบไปทำเรื่องพวกนั้นลับหลังจริง หากเรื่องถึงมืองานความมั่นคง มีหวังตระกูลจางฝ่ายพี่ใหญ่ได้พังพินาศกันหมดแน่ “ฉัน… ฉันขอโทษ! ฉันมันปากเสียเอง! พรุ่งนี้ฉันจะเอาแป้งกับน้ำมันหมูไปส่งให้ถึงบ้านเธอ!” หลี่ฉินกัดฟันกรอด น้ำตาซึมด้วยความคับแค้นใจ แต่ไม่กล้าขัดขืนแม้แต่น้อย หลินเฟยเฟยมองภาพนั้นด้วยความสะใจ นางยิ้มรับคำขอโทษอย่างสง่างาม ก่อนจะดึงแขนสามีให้เดินกลับเข้าบ้าน ทิ้งให้ชาวบ้านซุบซิบกันสนั่นลานหมู่บ้าน เมื่อประตูปิดลง ความเงียบสงบก็กลับคืนมาภายในห้องโถง จางเหว่ยหานถอดหมวกทหารออก วางไว้บนโต๊ะไม้ ก่อนจะหันมามองภรรยาด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากความดุดันเป็นความอ่อนโยนและเวทนาแกมเอ็นดู “เหนื่อยไหมครับ?” เขาเอ่ยถามเสียงนุ่ม มือหนายื่นไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปร็อกแก้มเนียนของภรรยาอย่างทะนุถนอม “ไม่เหนื่อยเลยค่ะ ได้เห็นคนปากเสียหน้าแตกแบบนั้น สนุกเสียยิ่งกว่าได้กำไรจากการขายของในตลาดมืดเสียอีก” หลินเฟยเฟยหัวسเราະคิกคัก ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ “ว่าแต่… คุณนี่ร้ายไม่เบาเลยนะคะ เอาเรื่องพี่ใหญ่มาขู่ได้ถูกจังหวะเสียจริง” “เรื่องจริงต่างหากครับ ผมไม่ได้ขู่ลอยๆ” จางเหว่ยหานยิ้มมุมปาก “พี่ใหญ่ทำผิดกฎจริง ผมแค่เก็บหลักฐานไว้เผื่อวันไหนตระกูลทางนั้นล้ำเส้นเกินไป… แต่ตอนนี้ สิ่งสำคัญกว่าเรื่องพวกนั้นคือ… ภรรยาคนเก่งของผม วันนี้ทำอะไรอร่อยๆ ให้ผมกินบ้างครับ ผมเดินทางไกลมา เหนื่อยจะแย่แล้ว” พูดจบ ร่างสูงก็โน้มตัวลงมาซบไหล่บางออดอ้อนทันที ราวกับเด็กหนุ่มตัวโตๆ ที่ต้องการความอบอุ่นจากภรรยา หลินเฟยเฟยส่ายหัวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู นางสูดกลิ่นอายความสะอาดและกลิ่นอายแดดจากตัวเขา ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าในมิติลับของนางยังมีวัตถุดิบชั้นเลิศที่เพิ่งเก็บเกี่ยวเมื่อวาน “ออดอ้อนเก่งเสียจริงนะคะ งั้นรอก่อน… วันนี้ฉันจะทำ ‘ไก่ตุ๋นโสมยาจีนสูตรพิเศษ’ กับ ‘หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วฉ่ำๆ’ ให้คุณกินจนพุงกางเลย!” พูดจบ นางก็หมุนตัวเดินเข้าห้องครัวทันที ทิ้งให้จางเหว่ยหานมองตามด้วยสายตารักใคร่ลึกซึ้ง กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและอาหารฝีมือภรรยาเริ่มลอยโชยออกมาจากเตาไฟในครัว ราวกับประกาศให้รู้ว่า ความสุขที่แท้จริงของครอบครัวนี้ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว ทว่า… ในขณะที่ควันไฟจากปล่องครัวกำลังพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสีครามยามเย็น เสียงเคาะประตูกระชั้นชิดหน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พร้อมกับร่างของบุรุษแปลกหน้าในชุดสูทจีนสากลที่ก้าวเข้ามาในรั้วบ้าน พร้อมรอยยิ้มลึกลับที่ซ่อนเร้นความลับบางอย่างเอาไว้! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้หลินฮวายุคปฏิรูปมาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%