เสียงตบโต๊ะไม้ดังปัง! จนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหม่นบนตู้สั่นสะเทือน หลี่ฉินสะดุ้งสุดตัว รอยยิ้มเยาะหยันที่ยังค้างอยู่บนมุมปากแข็งค้างไปทันที ดวงตาเรียวรีมองสามีของตนสลับกับร่างสูงสง่าของจางเหว่ยหานที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูห้องครัว
"พี่ใหญ่... พูดจาให้มันระวังปากหน่อย" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังของนายทหารหนุ่มเยียบเย็นราวกับลมหนาวเดือนอ้าย ดวงตาคมกริบกวาดมองพี่สะใภ้ที่ถือวิสาสะรื้อค้นตะกร้าไม้ไผ่สานของภรรยาเขา
หลินเฟยเฟยยืนกอดอกพิงวงกบประตู ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา นางไม่ได้เอ่ยปากห้ามปรามตั้งแต่แรก ปล่อยให้พี่สะใภ้จอมจุ้นจ้านแสดงงิ้วฉากใหญ่ให้จบเสียก่อน ก็เพื่อรอจังหวะเวลาที่เหยื่อเดินตกหลุมพรางด้วยขาของตัวเอง
"ฉัน... ฉันแค่จะช่วยดูต่างหากเล่า!" หลี่ฉินแก้ตัวเสียงหลง ใบหน้าผัดแป้งจนขาววอกเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาตามไรผม สายตาเหลือบมองแป้งสาลีเนื้อเนียนละเอียดและขวดน้ำมันหมูชั้นดีที่ซ่อนอยู่ก้นตะกร้าด้วยความโลภ "อีกอย่าง ของพวกนี้ในบ้านเรามีกฎต้องแบ่งปันกันใช้ น้องสะใภ้แอบเก็บของดีไว้กินคนเดียวแบบนี้ มันเห็นแก่ตัวเกินไปแล้วกระมัง?"
"ของในตะกร้าใบนี้ เป็นสิ่งที่ฉันหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง และใช้แต้มตั๋วส่วนตัวแลกมา ไม่เกี่ยวกับกองกลางของครอบครัวค่ะ" เฟยเฟยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึก นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้ หลี่ฉินโดยสัญชาตญาณถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
จางเหว่ยหานขยับตัวเข้ามาบังภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง แม้เขาจะไม่รู้ว่าภรรยาตัวน้อยไปเอาแป้งขาวและน้ำมันชั้นดีเหล่านี้มาจากไหน แต่นี่คือภรรยาของเขา ของในมือเฟยเฟย ต่อให้เป็นหินปูน ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องโดยพละการ สายตาคมปลาบมองพี่ชายแท้ๆ ที่ยืนทำตัวลีบเป็นกุ้งแห้งอยู่มุมห้อง "พี่รอง... ถ้าดูแลภรรยาไม่ดี วันหลังผมคงต้องขอแยกบ้านเด็ดขาดตามนโยบายสนับสนุนของทางการเสียที"
คำว่า "แยกบ้าน" หลุดออกมา ทำให้พี่ใหญ่จางที่เงียบมานานถึงกับหน้าถอดสี รีบดึงแขนภรรยาตัวเองทันที "พอได้แล้วน่า! ยุ่งไม่เข้าเรื่อง กลับห้องไปซะ!"
หลี่ฉินฮึดฮัดสะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคือง แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาดุจพญาเหยี่ยวของจางเหว่ยหาน นางก็ไม่กล้าเอ่ยอะไหล่ต่อ ได้แต่กระแทกส้นเท้าเดินฮึดฮัดออกไปจากห้องครัวแคบๆ นั้น
เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้นไป บรรยากาศในห้องครัวก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศลอยวนอยู่ในอากาศ เฟยเฟยหันหลังกลับไปเตรียมวัตถุดิบต่อ นางหยิบเนื้อหมูสามชั้นติดมันสวยงามที่แอบนำออกมาจากมิติลับเมื่อครู่ วางลงบนเขียงไม้
จางเหว่ยหานยังคงยืนอยู่ที่เดิม ร่างสูงใหญ่เก้งก้างทำให้ห้องครัวดูแคบลงไปถนัดตา เขามองแผ่นหลังบางของภรรยาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ตั้งแต่ภรรยาคนนี้ฟื้นขึ้นมาจากไข้ป่าเมื่อหลายเดือนก่อน นางก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน ทั้งฉลาดเป็นกรด ทำอาหารอร่อยจนน่าเหลือเชื่อ และที่สำคัญ... นางไม่ยอมก้มหัวให้ใครอีกแล้ว
"คุณ... มองอะไรคะ?" เฟยเฟยเอ่ยถามโดยไม่หันกลับมา มือเรียวกำลังใช้มีดคมกริบหั่นหมูเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ เสียงมีดกระทบเขียงดัง *ต๊อกๆๆ* เป็นจังหวะสม่ำเสมอ
"เปล่า" เหว่ยหานตอบสั้นๆ เขายื่นมือเข้ามาช่วยยกเตาถ่าน ขยับเข้าใกล้ร่างบางโดยธรรมชาติ "ฉันแค่อยากรู้ว่า... ของพวกนั้น เธอเอามาจากไหน"
มือที่กำลังหั่นหมูชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำขึ้นมาวูบหนึ่ง แม้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะดีขึ้นมาก แต่ความลับเรื่องมิติลับในหยกโบราณยังคงเป็นสิ่งเดียวที่นางต้องปิดตาย นางหันกลับมาสบตาเขา รอยยิ้มซุกซนผุดขึ้นที่มุมปาก
"ถ้าฉันบอกว่ามีเทพเซียนมาเข้าฝันแล้วมอบให้... คุณจะเชื่อไหมล่ะคะ นายทหารจาง?"
เหว่ยหานหรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากหนายกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยาก เขายื่นมือหนาออกไปปัดเศษแป้งที่ติดอยู่ข้างแก้มเนียนใสของภรรยาเบาๆ สัมผัสอุ่นร้อนทำให้เฟยเฟยสะท้านเฮือก
"ไม่ว่าเธอจะได้มาจากไหน..." เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบอยู่ข้างใบหูของนาง "ขอแค่เธอปลอดภัย และไม่เอาตัวไปเสี่ยงอันตราย... ฉันก็ไม่สนหรอกว่ามันจะมาจากมือใคร"
คำพูดเรียบง่ายแต่จริงใจของชายหนุ่ม ทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของอดีตเชฟมือทองอ่อนยวบลงทันที ในยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพงและการเมืองพลิกผัน การมีสามีที่พร้อมจะปกป้องและไม่ซักไซ้ไล่เลียงความลับจนเกินงาม คือความโชคดีที่สุดในชีวิตใหม่นี้
เฟยเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก
เพื่อกลบเกลื่อนความไหวหวั่น นางหันกลับไปสนใจเตาไฟ ทะยานมือหยิบน้ำตาลกรวดและซีอิ๊วลงกระทะเหล็ก กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยวกับน้ำมันหมูเริ่มส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ นี่คือเมนู "หมูตุ๋นน้ำแดง" สูตรลับเฉพาะตัวที่จะทำให้คนทั้งบ้านต้องกลืนน้ำลาย
ทว่า ในขณะที่ควันหอมกรุ่นกำลังลอยละล่องออกไปทางหน้าต่าง ประตูรั้วด้านนอกบ้านก็ถูกผลักเปิดออกเสียงดังโครมคราม ตามด้วยเสียงโวยวายของหญิงแก่ชราที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี
"นังตัวดี! เฟยเฟย! แกกล้าดียังไงถึงปล่อยให้หลานฉันอดอยาก ขณะที่แกแอบซุกซ่อนเนื้อชั้นดีไว้กินคนเดียวในห้อง!"
เสียงแหลมสูงของแม่สามีดังทะลุเข้ามาถึงห้องครัว พร้อมกับร่างท้วมใหญ่ที่ก้าวฉับๆ เข้ามาด้วยความโกรธเกรี้ยว โดยมีหลี่ฉินเดินยิ้มเยาะตามหลังมาติดๆ ไม่ห่าง
จางเหว่ยหานขมวดคิ้วมุ่น รัศมีกดดันแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาทันที ทว่าหลินเฟยเฟยกลับวางตะหลิวในมือลงอย่างใจเย็น นางหันไปสบตากับสามีแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
"มากันครบทีมเลยสินะคะ..."
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของหลินฮวายุคปฏิรูปเสมอมานะคะ
คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ•ตอนที่ 32
เข้าใจผิดหรือตั้งใจ
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!