"ถ้ากล้าก้าวเข้ามาเหยียบเรือนหลังนี้อีกครึ่งก้าว ฉันจะสาดน้ำแกงเดือดๆ หม้อนี้ใส่หน้าเธอจริงๆ ด้วย ไม่เชื่อก็ลองดู!"
เสียงตวาดกร้าวของหลี่ฉิน สะใภ้ใหญ่ผู้ถือหางอำนาจของแม่สามี ดังแหวกลมหนาวต้นฤดูใบไม้ร่วงในเขตทหารย่านชานเมือง แววตาของนางเต็มไปด้วยความริษยาและสะใจ ขณะที่ยืนเท้าสะเอวขวางประตูเรือนเล็ก ซึ่งบัดนี้กลายเป็นแหล่งทำมาหากินอันรุ่งเรืองของหลินเฟยเฟย สตรีผู้เคยอ่อนแอและก้มหัวให้ตระกูลจางมาตลอดหลายปี
หลินเฟยเฟยไม่ได้แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดผ้าฝ้ายสีครามสะอาดตา ยืนนิ่งสงบอยู่หน้าเตาถ่านที่คุกรุ่นไปด้วยความร้อน กลิ่นหอมอวลของเครื่องเทศตุ๋น เนื้อสามชั้นหมักซีอิ๊วสูตรลับจากมิติลับในห้วงสำนึก ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณจนคนเดินผ่านไปมาถึงกับต้องกลืนน้ำลาย
นางกำลังตักน้ำแกงตุ๋นยาจีนใส่ปิ่นโตเคลือบอีนาเมลลายดอกไม้ด้วยท่าทางเยือกเย็น ราวกับเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนนไม่มีผลอันใดต่อจิตใจ ทว่าสายตาเฉียบคมดั่งใบมีดที่ช้อนขึ้นมองอีกฝ่าย กลับทำเอาหลี่ฉินถึงกับสะท้านเยือกในอกโดยไม่รู้ตัว
"สะใภ้ใหญ่... ปากของเธอนี่นะ ต่อให้เอาเกลือทะเลมาขัดล้างสักสบรอบ ก็คงไม่หายเหม็นคาวหรอกค่ะ" หลินเฟยเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าบาดลึกถึงกระดูกดำ "นี่คือเรือนที่ทางกองทัพจัดสรรให้ฉันกับลูก และสามีของฉัน... คนที่กำลังเอาเลือดเนื้อไปแลกกับความสงบสุขที่พวกเธอนั่งกินนอนกินอยู่ทุกวันนี้ ไม่ทราบว่าเธอเอาสิทธิ์อะไรมาไล่เจ้าของบ้านตัวจริงกันคะ?"
"แก!... นังสารเลว ปากดีนักนะ!" หลี่ฉินหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด นางเงื้อมือหมายจะพุ่งเข้ามาตบสั่งสอน แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสอากาศเบื้องหน้า ร่างของหลี่ฉินก็พลันชะงักกึก ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาลจากด้านหลัง
บรรยากาศรอบบริเวณพลันเงียบสงบลงอย่างฉับพลัน เสียงลมหายใจของผู้คนรอบข้างราวกับถูกสูบหายไปในพริบตา
เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่เปื้อนฝุ่นดินและร่องรอยการเดินทางไกล ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าหลี่ฉิน ไหล่กว้างที่แบกรับภาระอันหนักอึ้งแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่เพิ่งกลับจากสนามรบ ใบหน้าคมคายเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองพี่สะใภ้ด้วยแววตาที่เยียบเย็นจนน่ากลัว
"พี่สะใภ้... เมียผม ทำไมต้องขออนุญาตคุณถึงจะเข้าบ้านตัวเองได้?"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้น แฝงไว้ด้วยความกดดันที่ทำให้หลี่ฉินหน้าซีดเผือด เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้นในทันที
จางเหว่ยหาน นายทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและวินัยเหล็กไหล กลับมาแล้ว!
หลินเฟยเฟยชะงักมือที่กำลังถือทัพพีตักอาหาร หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษที่หายหน้าไปปฏิบัติภารกิจลับนานหลายเดือน แม้ใบหน้าของเขาจะดูคมเข้มขึ้น ร่องรอยความเหนื่อยล้าปรากฏชัดเจนที่หางตาและไรหนวดเคราจางๆ แต่ประกายในดวงตาคู่คมที่มองตรงมายังนางนั้น เต็มไปด้วยความโหยหาและความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกระด้างอย่างแนบเนียน
"คุณ... กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?" หลินเฟยเฟยเอ่ยถามเสียงเบา ความรู้สึกแปลกประหลาดไหลผ่านเข้ามาในอก
จางเหว่ยหานไม่ตอบคำถามในทันที เขากวาดสายตามองภรรยาและลูกน้อยที่วิ่งออกมาจากด้านในด้วยความคิดถึง ก่อนจะหันกลับมาปรายตามองหลี่ฉินที่ตัวสั่นงันท่ามกลางความหวาดกลัว
"ไสหัวไปซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนกับคนตระกูลจาง" น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลัง ทำให้หลี่ฉินไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง นางรีบถอยกรูดแล้ววิ่งหนีหายลับไปจากบริเวณนั้นอย่างไม่คิดชีวิต
เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้นไป ความเงียบก็เข้าปกคลุมชั่วขณะ จางเหว่ยหานก้าวเข้าไปใกล้หลินเฟยเฟยทีละก้าว กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายควันไฟและกลิ่นหอมของอาหารจานเด็ดที่ลอยมาจากเตา ทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความซับซ้อนทางอารมณ์
เขาก้มมองปิ่นโตอาหารในมือของนาง ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับดวงตากลมโตที่ฉายแววรู้ทัน
"อาหารนี่... สำหรับใคร?" จางเหว่ยหานเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความระแวงเล็กน้อยตามประสาคนปากร้ายใจอ่อน
หลินเฟยเฟยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แสร้งทำเป็นถอนหายใจยาว "ก็สำหรับคนที่ชอบทำหน้าถมึงทึงใส่ฉันตั้งแต่ก้าวเข้าบ้านยังไงล่ะคะ... ถ้าไม่อยากกิน ฉันจะได้เอาไปให้สุนัขข้างทางกินเสียยังดีกว่า"
นางหมุนตัวเตรียมจะยกหม้อตุ๋นหนี แต่ทว่าข้อมือกลับถูกมือหนาคว้าเอาไว้แน่น แรงดึงเบาๆ ทำให้ร่างของนางเซเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของสามีอย่างจัง ไออุ่นจากตัวเขาแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาจนหลินเฟยเฟยต้องรีบกั้นหายใจ
จางเหว่ยหานก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากของนาง กลิ่นอายความเหนื่อยล้าเจือจางลง เหลือเพียงความดุดันและดื้อรั้นที่คุ้นเคย
"เมียทำอาหารอร่อยขนาดนี้ ต่อให้เอาช้างมาฉุดผมก็ไม่ยอมยกให้ใครกินหรอก... ว่าแต่ ในหม้อนั่น มีเนื้อตุ๋นน้ำแดงที่ผมชอบหรือเปล่า?"
ขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงและความอบอุ่นเริ่มเข้ามาแทนที่ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนโهاมฮากของเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารที่ตะโกนเข้ามาด้วยความตระหนก
"ผู้กองจาง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! มีคนแจ้งว่าร้านค้าในตลาดมืดที่คุณภรรยาของคุณดูแลอยู่ถูกทางการบุกตรวจค้น และตอนนี้... สินค้าล็อตใหญ่ทั้งหมดถูกยึดไปแล้วครับ!"
หลินเฟยเฟยหน้าเปลี่ยนสีในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกวาดมองสามีที่หันขวับกลับมามองนางด้วยแววตาคาดเดาไม่ได้ทันที!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของหลินฮวายุคปฏิรูปเสมอมานะคะ
คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ•ตอนที่ 31
สามีกลับบ้าน
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!