“ป้ายร้านของตระกูลหลี่เหรินในอำเภอฉางซาน ทำไมถึงกลายมาเป็นเศษไม้ผุๆ กองอยู่หลังตรอกเช่นนี้เล่าเจ้าคะ เถ้าแก่ถัง”
เสียงหวานใสแต่กังวานราบเรียบดังขึ้นท่ามกลางกลิ่นอับชื้นของโกดังเก็บสินค้าหลังตลาดมืด หลินเฟยเฟยในชุดเสื้อกันหนาวผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้มขัดมอญเรียบร้อย มือเรียวบางที่ผ่านการนวดแป้งและหยิบจับสมุนไพรในมิติลับจนเนียนนุ่มกำลังเคาะปลายนิ้วลงบนลังไม้ไผ่สานอย่างใจเย็น ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองผู้มีอิทธิพลประจำย่านการค้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
เถ้าแก่ถัง หรือถังอี้เฉิน ชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้ามีรอยแผลเป็นยาวจากหางตาถึงกกหู ชะงักมือที่กำลังคีบใบชาชั้นดี เขาสบตากับสตรีร่างระหงตรงหน้าด้วยความแปลกใจระคนนึกสนุก ตลอดสิบปีที่ผ่านมา มีพ่อค้าหน้าเลือดและสายลับจากหน่วยงานรัฐกี่คนที่พยายามเข้าหาเขาด้วยวิธีเลียแข้งเลียขาหรือใช้กำลังขู่เข็ญ แต่นาง… สตรีบ้านนาที่หอบหิ้วตะกร้าพลาสติกใส่ “หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงสูตรลับ” และ “เหล้าหมักดอกท้อ” มายืนสงบนิ่งอยู่กลางดงอันธพาล กลับเปิดฉากด้วยการตบหน้าความรุ่งเรืองในอดีตของตระกูลคู่แข่งเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว
“เจ้าเป็นใครกันแน่ แม่นางหลี่… อ้อ ไม่สิ สะใภ้ตระกูลจางแห่งหมู่บ้านหงซิง” ถังอี้เฉินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาหรี่แคบลงประเมินเรี่ยวแรงและเจตนาของอีกฝ่าย “กล้าดียังไงถึงเอ่ยชื่อตลาดการค้าหลี่เหรินต่อหน้าข้า คนในอำเภอนี้รู้ดีว่าข้าเกลียดขี้หน้าพวกมันแค่ไหน”
“เพราะข้าทราบดีว่าท่านเกลียดพวกมันน่ะสิคะ ข้าถึงได้เลือกเดินเข้ามาทางประตูหลังของโกดังนี้ แทนที่จะไปเคาะประตูร้านชาหน้าตลาด” เฟยเฟยแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นไม่ได้เจือความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับแฝงความเย้ายวนใจแบบนักธุรกิจผู้กุมไพ่เหนือกว่า นางก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะไม้เนื้อแข็งอีกหนึ่งก้าว ปลดฝาจุกไม้ก๊อกของไหกระเบื้องเคลือบสีนิลในตะกร้าออกช้าๆ
*ฟุ้ง!*
กลิ่นหอมหวานล้ำลึกของแอลกอฮอล์หมักบ่มจากน้ำผึ้งป่าและกลีบดอกท้อในมิติลับพวยพุ่งทะลักออกมาราวกับมีชีวิต มันไม่ใช่กลิ่นเหล้าฉุนกึกบาดคอแบบที่พวกอันธพาลตามตรอกซอกซอยนิยมดื่มกัน แต่เป็นกลิ่นหอมละมุนที่เจือความสดชื่นของผลไม้และสมุนไพรโบราณ เพียงแค่สูดดมเข้าไปวูบเดียว ลมหายใจของถังอี้เฉินก็พลอยติดขัด สมองที่ตึงเครียดจากการเจรจาธุรกิจใต้ดินเมื่อครู่กลับปลอดโปร่งขึ้นอย่างน่าประหลาด
ลูกน้องร่างยักษ์สองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่มุมห้องถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือมากำด้ามมีดสั้นโดยสัญชาตญาณ แต่ถังอี้เฉินกลับยกมือห้ามไว้ ดวงตาคมกริบจ้องมองไหเหล้าในมือของหญิงสาวราวกับต้องมนต์สะกด
“เหล้า… นี่มันเหล้าอะไรกัน?” เสียงของเถ้าแก่ถังแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด
“เหล้าท้อสวรรค์ค่ะ” เฟยเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น “หมักด้วยกรรมวิธีเฉพาะตัวที่ไม่ปรากฏในบันทึกยุคปัจจุบัน รสชาตินุ่มลึก ไม่บาดคอ ดื่มแล้วช่วยปรับสมดุลธาตุในร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องใช้ความคิดและเผชิญความเครียดอย่างท่านเถ้าแก่ถังเป็นที่สุดค่ะ”
นางตักน้ำเหล้าใสราวกระจกสีอำพันลงในจอกหยกเล็กๆ ที่เตรียมมาด้วยความประณีตบรรจง วางลงบนโต๊ะตรงหน้าเขาอย่างให้เกียรติ ท่าทางนิ่งสงบและเป็นมืออาชีพนี้ทำให้ถังอี้เฉินรู้สึกราวกับกำลังเจรจากับขุนนางใหญ่ในเมืองหลวง มากกว่าจะเป็นแค่แม่บ้านชาวนาชนบท
ในขณะเดียวกัน ที่ชายขอบอีกด้านของอำเภอ จางเหว่ยหานในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มกำลังยืนกอดอกพิงรถจípขS็จของกองทัพด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมปลาบกวาดมองไปรอบตลาดมืดเพื่อมองหาภรรยาตัวดีที่แอบหนีเข้าเมืองมาคนเดียว แม้ปากหนาจะพึมพำตำหนิความดื้อรั้นของนางไม่หยุดหย่อน แต่สัญชาตญาณความเป็นสามีและนายทหารรบพิเศษก็ทำให้เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพื่อเคลียร์ทางไม่ให้สายตรวจหรืออันธพาลหน้าไหนเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเส้นทางที่ภรรยาเดินผ่าน
“ผู้หญิงคนนั้น… ชักจะใจกล้าเกินไปแล้ว” เหว่ยหานพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมขึ้นเมื่อนึกถึงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของภรรยาก่อนออกจากบ้านเช้าวันนี้ นางบอกเพียงว่าจะมา “หาซื้อกระทะเหล็กเพิ่ม” แต่กลับมุ่งตรงมายังเขตอิทธิพลของเถ้าแก่ถังผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม
ตัดกลับมาที่ภายในโกดัง เถ้าแก่ถังจ้องมองจอกเหล้าสีอำพันตรงหน้าครู่ใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจยกขึ้นจิบ รสชาติที่สัมผัสปลายลิ้นทำให้ดวงตาของเจ้าพ่อตลาดมืดเบิกกว้างขึ้นในทันที ความหวานละมุนที่ตามด้วยความร้อนผ่าวอุ่นซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ขับไล่ความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำทำงานหนักมาทั้งคืนให้หายวับไปกับตา รสชาตินี้… เหนือกว่าสุราหลวงที่เขาเคยลักลอบนำเข้าจากแดนใต้เสียอีก!
“ยอดเยี่ยม… รสชาตินี้มันยอดเยี่ยมจนบรรยายไม่ถูก!” เถ้าแก่ถังทุบโต๊ะเบาๆ ด้วยความตื่นเต้น “แม่นางหลี่ เจ้าต้องการอะไรจากการเอาของล้ำค่าเช่นนี้มาเสนอให้ข้า? แน่นอนว่าคนอย่างเจ้าคงไม่เดินทางฝ่าลมหนาวมาเพื่อขายเหล้าขวดละไม่กี่เหรียญแน่”
เฟยเฟยยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมราวกับแม่ทัพกำลังวางแผนรบ นางเลื่อนลังไม้ไผ่อีกใบขึ้นมาเปิดเผยให้เห็นห่อกระดาษไขสีน้ำตาลที่บรรจุ “หมูสามชั้นตุ๋นพะโล้สูตรโบราณ” ที่ยังคงรักษาความร้อนและกลิ่นหอมกรุ่นไว้ได้ราวกับเพิ่งยกออกจากเตาในมิติลับ
“สิ่งที่ข้าต้องการไม่ใช่เงินสดค่ะเถ้าแก่ถัง… แต่ข้าต้องการสิทธิ์ในการผูกขาดพื้นที่การค้าในตลาดทิศเหนือ และเส้นทางขนส่งสินค้าเกษตรแปรรูปข้ามอำเภอ โดยแลกกับการที่ท่านจะเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบหายากบางชนิดให้ข้า และแน่นอน… เหล้าท้อสวรรค์กับอาหารตระกูลจาง จะมีส่งให้ท่านผูกขาดแต่เพียงผู้เดียวทุกสัปดาห์”
คำข้อเสนอนี้ทำให้ถังอี้เฉินถึงกับสูดปากด้วยความทึ่ง สตรีผู้นี้ไม่ได้มาเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่นางมาเพื่อ “ร่วมมือ” และสร้างอาณาจักรการค้าของตนเองโดยใช้เขาเป็นสะพาน
ทว่า ในจังหวะที่เถ้าแก่ถังกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตกลง เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังกระหน่ำขึ้นที่หน้าประตูโกดัง พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจของลูกน้องด้านนอก
“นายท่าน! แย่แล้วครับ! สารวัตรทหารจากค่ายฝึกอาินุธนำกำลังล้อมโกذاงไว้หมดแล้ว บอกว่าได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบค้าสินค้าต้องห้าม!”
ถังอี้เฉินผุดลุกขึ้นยืนพรวด ใบหน้าดุดันบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เขากวาดสายตามองหลินเฟยเฟยด้วยความระแวงทันที “นี่เจ้า… วางแผนหักหลังข้าโดยการส่งสามีทหารมาจับกุมรังโจรของข้าอย่างนั้นหรือแม่นางหลี่!”
เฟยเฟยยังคงนั่งนิ่งสนิท ใบหน้าขาวเนียนไม่มีแม้แต่รอยตื่นตระหนก นางเพียงแต่ยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่หัวไหล่เบาๆ ก่อนจะหันไปมองประตูโกดังที่กำลังถูกถีบพังเข้ามาพร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดเครื่องแบบทหารยศนายพันที่ก้าวเข้ามาด้วยรังสีอำมหิต
“ท่านสามี… มาได้จังหวะเวลาพอดิบพอดีเลยนะคะ” นางเอ่ยเสียงหวานหยดย้อย ท่ามกลางเสียงปืนที่ถูกปลดเซฟดังขึ้นขู่ขวัญประสานเสียงกันระงับทั่วโกดัง
คำขอบคุณรี้ดเดอร์จากใจ: ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างความแซ่บและความฟินไปกับหลินเฟยเฟยเสมอนะคะ!
คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ•ตอนที่ 22
พบพานผู้มีอิทธิพล
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!