คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ•ตอนที่ 29

ความมั่งคั่งเริ่มสะดุดตา

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกเสียงดังสนั่นห้องโถงบ้านตระกูลจาง จนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหม่นสั่นสะเทือน น้ำชาอุ่นๆ กระเซ็นเปียกเปื้อนสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายที่หลินเฟยเฟยเพิ่งวางลง "หลินเฟยเฟย เจ้าอย่าได้ใจให้มันมากนักนะ! ขายซาลาเปาไส้หมูสามชั้นกับไข่เค็มจนเงินทองสะพัดเข้ากระเป๋า เป็นถึงสะใภ้รองแต่กลับทำตัวราวกับเป็นนายหญิงใหญ่ ไม่ยอมแบ่งเงินเข้ากองกลางของตระกูล แบบนี้มันอกตัญญูชัดๆ!" เสียงแหลมสูงบาดหูของหลี่ฉิน หรือสะใภ้ใหญ่ ดังแทรกขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องรอให้แม่สามีเอ่ยปากซ้ำ นางกอดอกเชิดหน้าขึ้นฟ้า ดวงตาเรียวรีมองหลินเฟยเฟยด้วยความริษยาจนแทบเป็นไฟ แววตานั้นเต็มไปด้วยความคุมแค้นที่สะสมมาหลายวัน ตั้งแต่วันที่สะใภ้รองคนนี้เริ่มนำวัตถุดิบแปลกประหลาดและรสชาติอาหารอันโอชะไปวางขายในตลาดมืดจนได้เงินกลับมาเป็นกอบเป็นกำ ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวใหญ่ที่เคยแร้นแค้นก็เริ่มเปลี่ยนไป... แต่เป็นฝ่ายบ้านรองที่ร่ำรวยขึ้นอยู่คนเดียว! หลินเฟยเฟยไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางค่อยๆ ยกปลายนิ้วเรียวขึ้นจัดชายเสื้อผ้าฝ้ายสีครามสะอาดสะอ้านของตนเองอย่างใจเย็น สายตากวาดมองใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโลภของสะใภ้ใหญ่ ก่อนจะปรายตามองแม่สามีที่นั่งหน้าบึ้งตึงอยู่บนเก้าอี้ประธาน "สะใภ้ใหญ่พูดจาระวังปากด้วยนะคะ" น้ำเสียงของเฟยเฟยราบเรียบแต่นุ่มลึก ทว่ามีพลังกดดันจนอีกฝ่ายชะงัก "เงินทุกหยวนทุกเหมาที่ฉันหามาได้ ล้วนมาจากหยาดเหงื่อแรงงานและการลงทุนลงแรงของฉันกับพี่เหว่ยหานตอนดึกดื่น ทุนรอนก็เป็นเงินเก็บส่วนตัวที่เราแยกบ้านออกต่างหากตามสัญญา ไม่เคยหยิบฉวยข้าวสารสักเมล็ดหรือฟืนสักดุ้นจากกองกลางของตระกูล แล้วเหตุใดฉันต้องแบ่งเงินที่แลกมาด้วยความอดหลับอดนอนให้คนอื่นมานั่งกินนอนกินด้วยล่ะคะ?" "นี่เจ้า! นังสารเลว กล้าต่อปากต่อคำกับพี่สะใภ้และแม่หรือ!" หลี่ฉินหน้าดำคร่ำเครียด ปรี่เข้าไปหมายจะคว้าแขนของเฟยเฟยเพื่อสั่งสอนสักฉาด ทว่า— ร่างสูงใหญ่ของจางเหว่ยหานที่เพิ่งเดินกลับมาจากแปลงนา ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างภรรยาและพี่สะใภ้ไว้ได้อย่างพอดิบพอดี ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์กวาดมองผู้เป็นพี่สะใภ้ด้วยแววตานิ่งสนิท ทว่าเย็นเยียบจนหลี่ฉินต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว "ถ้ามือข้างนั้นอยากลองกระทบโดนตัวภรรยาผม..." เหว่ยหานเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ กวาดตามองรอบวง "ก็ลองยื่นมาดูครับ" บรรยากาศในห้องโถงพลันเงียบกริบลงทันที ไม่มีใครกล้าสบตาชายหนุ่มผู้นี้ แม้ว่าเขาจะเป็นลูกชายคนรองที่ไม่ค่อยพูดจา แต่รัศมีของนายทหารปลดประจำการที่ผ่านความเป็นความตายมาโชกโชนนั้นไม่ใช่สิ่งที่ชาวบ้านธรรมดาจะต่อกรได้ง่ายๆ แม่สามีที่นั่งเงียบมานานกระแอมไอออกมาเสียงดังเพื่อกู้หน้า พลางเคาะไม้เท้าลงกับพื้นเบื้องล่าง "เหว่ยหาน! เจ้าอย่ามาถือหางเมียนักนะ! ข่าวลือหนาหูไปทั่วหมู่บ้านแล้วว่าบ้านพวกเจ้าซ่อนเงินก้อนโตไว้ แถมยังแอบซื้อจักรเย็บผ้าและแป้งสาลีชั้นดีมาทำอาหารกินกันอย่างฟุ่มเฟือย ในขณะที่ชาวบ้านคนอื่นยังต้องกินโจ๊กเจือจาง เจ้าไม่กลัวคณะกรรมการหมู่บ้านมาเพ่งเล็งหรือไงว่าพวกเจ้ากำลังทำตัวเป็น 'พวกทุนนิยมหน้าเลือด'!" คำว่า "ทุนนิยมหน้าเลือด" ในยุค 80 นี้ถือเป็นดาบอาบยาพิษที่ร้ายกาจยิ่งนัก หากถูกกล่าวหาและตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่พรรค ชีวิตความเป็นอยู่และการทำมาหากินย่อมพังทลายลงในชั่วข้ามคืน หลินเฟยเฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย นางรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่ความอิจฉาริษยาธรรมดาของสะใภ้ใหญ่ แต่มี "เบื้องหลัง" ที่ถูกเสี้ยมสอนมาอย่างดีจากใครบางคนในหมู่บ้านที่จ้องจะฮุบสูตรอาหารและเส้นทางการค้าของนาง "คุณแม่คะ..." เฟยเฟยแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นงดงามแต่กลับทำให้ผู้มองรู้สึกหนาวสันหลังวาบ "การที่เราขยันทำมาหากิน สุจริต ไม่ได้ไปลักขโมยของใครกิน ผิดกฎหมายตรงไหนคะ? หรือการที่ครอบครัวเรามีกินมีใช้ขึ้นมาเพราะความเหนื่อยยาก มันไปขัดหูขัดตาใครเข้า จนต้องส่งคนมาคอยยุยงให้บ้านเราทะเลาะกันเองเพื่อหวังผลประโยชน์บางอย่าง?" นางจงใจทิ้งสายตาคมกริบไปยังหลี่ฉิน สะใภ้ใหญ่สะดุ้งเฮือก หลบสายตาวูบด้วยความพิรุธ เหว่ยหานเอื้อมมือมาโอบไหล่บางของภรรยาไว้เบาๆ เป็นการแสดงออกถึงความไว้วางใจและปกป้องอย่างเต็มที่ "เรื่องทำมาหากิน ผมกับเฟยเฟยจัดการเองได้ทั้งหมด แม่ไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนเรื่องกองกลางของตระกูล ในเมื่อเราแยกครัวกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ก็อย่าได้มาเรียกร้องอะไรที่ไม่สมควรอีกเลยครับ" พูดจบ เหว่ยหานก็จูงมือภรรยาเดินเลี่ยงออกจากห้องโถงทันที ทิ้งให้แม่สามีและสะใภ้ใหญ่ยืนหน้าเขียวคล้ำด้วยความแค้นเคือง เมื่อกลับมาถึงบ้านพักหลังน้อยของตนเอง หลินเฟยเฟยก็ผ่อนลมหายใจยาวออกมา นางไม่ได้หวาดกลัวคำขู่เรื่องคณะกรรมการหมู่บ้านแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่นางกังวลคือ "เงาสะท้อน" ของความมั่งคั่งที่เริ่มเติบโตรวดเร็วเกินไปจนปิดไม่มิด "พี่เหว่ยหานคะ..." เฟยเฟยเงยหน้าขึ้นมองสามี ขณะที่เขากำลังรินน้ำอุ่นให้ "ดูท่าทางวันนี้ สะใภ้ใหญ่คงไม่ได้คิดคำพูดพวกนั้นขึ้นมาเองแน่ๆ ต้องมีคนเสี้ยมอยู่เบื้องหลัง... เกรงว่าช่วงนี้เราคงต้องปรับเปลี่ยนแผนการขายในตลาดมืดเสียใหม่แล้วล่ะค่ะ" เหว่ยหานพยักหน้ารับอย่างเห็นพ้อง มือหนาวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะไม้ "ผมก็คิดเช่นนั้น พรุ่งนี้ผมจะแอบไปสืบดูว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวลือเรื่องจักรเย็บผ้าและแป้งสาลีในหมู่บ้าน เฟยเฟย... ช่วงนี้เธออย่าเพิ่งออกไปข้างนอกคนเดียวนะครับ" แม้ปากจะเอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วง แต่จมูกโด่งเป็นสันของเขากลับต้องฟุดฟิดสูดดมกลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยมาจากในห้องครัว มิติลับของภรรยาKIN มักจะมีวัตถุดิบแปลกใหม่ซ่อนอยู่เสมอ และวันนี้ กลิ่นหอมเย้ายวนของเครื่องเทศผสมผสานกับเนื้อตุ๋นเคี่ยวไฟอ่อนๆ ก็เริ่มทำหน้าที่ของมันอย่างยอดเยี่ยม "วันนี้ทำอะไรกินหรือครับ? กลิ่นหอมยั่วน้ำลายเสียจริง..." ชายหนุ่มผู้เคร่งขรึมเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย จนเฟยเฟยต้องหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ความตึงเครียดจากเหตุการณ์เมื่อครู่มลายหายไปสิ้น "รู้หรอกน่า ตาแก่เห็นแก่กิน..." เฟยเฟยค้อนขวิดใส่สามีอย่างหมั่นไส้ "วันนี้ฉันตุ๋น 'เนื้อวัวตุ๋นยาจีน' กับผัดผักกาดดองสูตรพิเศษ ใช้เนื้อวัวชั้นดีที่แลกมาจากมิติลับ เคี่ยวกับโป๊ยกั๊กอบเชยจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ทานกับข้าวสวยร้อนๆ หุงขึ้นหม้อ รับรองว่าช่วยเติมพลังให้คุณหายเหนื่อยจากการทำนาแน่นอนค่ะ" เพียงแค่จินตนาการถึงเนื้อวัวเปื่อยนุ่มที่ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำซุปสมุนไพรเข้มข้น เหว่ยหานก็รู้สึกว่าความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันหายเป็นปลิดทิ้ง เขายื่นมือหนาไปช่วยภรรยาจัดเตรียมสำรับอาหารด้วยความเต็มใจ บรรยากาศภายในบ้านอบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่นที่ยากจะหาใครเทียบ ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะนั่งลงทานอาหารมื้อค่ำอันแสนสุขนั้นเอง... *ก๊อกๆๆ!* เสียงทุบประตูด้านนอกดังขึ้นรัวเร็วและรุนแรงผิดปกติ ราวกับจงใจจะพังมันให้พังคามือ เหว่ยหานขมวดคิ้วมุ่น วางตะเกียบในมือลงทันที ดวงตาคมกริบฉายแววเย็นเยียบขึ้นมาอีกครั้ง เขาหันไปพยักหน้าให้ภรรยาหลบอยู่ด้านหลัง ก่อนจะสาวเท้าก้าวไปกระชากประตูไม้เปิดออก เบื้องหน้าของพวกเขาไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงประจำหมู่บ้าน พร้อมด้วยสหายคอมมิวนิตี้อีกสามคนถือคบเพลิงสว่างไสว และยืนประกบข้างด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของสะใภ้ใหญ่ที่แอบมองมาจากมุมมืด "สหายจางเหว่ยหาน! เราได้รับรายงานว่าบ้านของพวกท่านลักลอบค้าขายผิดกฎหมาย และมีสิ่งของฟุ่มเฟือยของพวกนายทุนซุกซ่อนอยู่... ขอให้พวกเราเข้าไปตรวจค้นบ้านเดี๋ยวนี้!" หลินเฟยเฟยที่ยืนอยู่ด้านหลังสามี แววตาพลانวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง... ดูท่าว่าสงครามประสาทครั้งนี้ จะไม่ได้จบลงแค่การทะเลาะกันในครอบครัวเสียแล้ว [โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ] ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของหลินฮวายุคปฏิรูปเสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%