คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ•ตอนที่ 12

สูตรลับการทำค้าขาย

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถอยไปนะ! ใครอนุญาตให้พวกท่านค้นบ้านคนอื่นกัน!" เสียงตวาดอย่างกร้าวแกร่งของจางเหว่ยหานดังสะเทือนไปทั่วบริเวณ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าทหารสีเขียวเข้มก้าวออกมาขวางหน้าประตูเรือนไม้เก่าๆ เอาไว้ ดวงตาคมกليบกวาดมองกลุ่มคนนับสิบที่กรูเข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง รังสีคุกคามแผ่ซ่านออกมาจากตัวนายทหารหนุ่มจนคนที่ถือคบเพลิงและหีบไม้ถึงกับผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว หลี่ฉิน หรือสะใภ้ใหญ่ ที่ยืนแอบอยู่ด้านหลังหัวหน้าหมู่บ้าน รีบชะโงกหน้าออกมาพร้อมกับส่งเสียงแหลมสูงด้วยความสะใจ "เหว่ยหาน! อย่ามาทำเป็นเก๊กขู่หน่อยเลย ชาวบ้านเขาเห็นกันหมดแล้วว่าเมื่อคืนมีคนลับๆ ล่อๆ ขนของออกจากสหกรณ์ แล้วรอยเท้ามันก็ตรงมาทางบ้านของพวกแก! เปิดทางเดี๋ยวนี้! ถ้าบริสุทธิ์ใจจริงก็ต้องให้ผู้ใหญ่เขาตรวจค้น!" หลินเฟยเฟยเดินอุ้มเจ้าก้อนแป้งตัวน้อยออกมาจากห้องครัว ใบหน้างามนวลเนียนไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตากลมโตคู่นั้นกลับพินิจพิเคราะห์หีบไม้ใบใหญ่ในมือของหัวหน้าหมู่บ้านด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นบางเบาราวกับสายหมอกยามเช้า แต่กลับทำให้คนที่จ้องมองรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด "สะใภ้ใหญ่หลี่... พูดจาให้มันระวังปากหน่อยนะคะ" เฟยเฟยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังจนทุกคนในลานหน้าบ้านเงียบเสียงลง "รอยเท้ามาจากสหกรณ์แล้วทำไมต้องเป็นบ้านฉันล่ะคะ? หรือว่าในหมู่บ้านนี้ มีแค่บ้านฉันบ้านเดียวที่มีเท้า?" "นัง... นังเฟยเฟย! แกกล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำ!" หลี่ฉินหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธ หัวหน้าหมู่บ้านยกมือขึ้นห้ามความวุ่นวาย ใบหน้าแก่กร้านเต็มไปด้วยความหนักใจ เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเอ่ยขึ้น "สหายจาง สหายเฟยเฟย... ทางเราไม่ได้อยากมาหาเรื่องหรอกนะ แต่มีคนแจ้งเบาะแสว่ามีสินค้าแปรรูปและพัสดุหลวงหายไปจากสหกรณ์เมื่อคืนนี้ และพยานยืนยันว่ากลิ่น... กลิ่นอายของมันโชйมาจากเรือนของพวกเธอ เพื่อความบริสุทธิ์ใจ เราคงต้องขออนุญาตเปิดหีบใบนี้ตรวจดูต่อหน้าพยานเสียหน่อย" เฟยเฟยเลิกคิ้วเล็กน้อย กลิ่นงั้นหรือ? หญิงสาวแอบซ่อนรอยยิ้มไว้ภายใต้ท่าทีสงบเสงี่ยม เมื่อคืนนี้นอกจากนางจะจัดการแปรรูปเนื้อหมูป่าชั้นดีที่สามีขนกลับมาด้วยมิติลับจนได้ "หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงสูตรลับฉบับจักรพรรดิ" และ "ไส้กรอกสมุนไพรโบราณ" แล้ว นางยังใช้พื้นที่ในมิติลับรังสรรค์เมนูเด็ดที่จะใช้เปิดตลาดมืดในวันนี้ด้วยซ้ำ กลิ่นหอมของเครื่องเทศจีนโบราณที่ผสมผสานกับน้ำซุปกระดูกเคี่ยวข้ามคืนย่อมเล็ดลอดออกไปตามรอยแตกของฝาผนังไม้ไผ่เป็นธรรมดา แต่คนพวกนี้กลับหูหนวกตาบอดคิดว่าเป็นสมบัติหลวงที่สูญหาย ช่างน่าขันสิ้นดี! "เชิญเลยค่ะ" เฟยเฟยส่งลูกน้อยให้จางเหว่ยหานอุ้มแทน ก่อนจะผายมือเชื้อเชิญด้วยท่าทีสง่างามราวกับคุณหญิงในห้องหอ "ถ้าพวกท่านคิดว่าสมบัติหลวงคือเครื่องปรุงรสและอาหารแห้งที่ฉันเตรียมไว้ทำมื้อเช้าให้สามีและลูกกินล่ะก็... เชิญเปิดดูตามสบายเลยค่ะ แต่อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะคะ ว่าถ้าเปิดออกมาแล้วมันไม่ใช่ของหลวง ระวังหน้าของพวกท่านจะชาจนไม่มีที่ซุกหัวนอน!" หัวหน้าหมู่บ้านขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นความมั่นใจของหญิงสาว แต่เมื่อถูกหลี่ฉินสะกิดแขนเร่งเร้า เขาจึงพยักหน้าให้ลูกน้องเปิดฝาหีบไม้ออกทันที *แอ๊ด...* เสียงไม้เก่าเสียดสีกันดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่ทุกคนต่างกลั้นหายใจรอคอยความจริง แต่ทว่า... ทันทีที่ฝาหีบถูกเปิดออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับไม่ใช่ทองคำแท่งหรือผ้าไหมพัสตราภรณ์ของสหกรณ์อย่างที่หลี่ฉินคาดหวัง ไอน้ำร้อนกรุ่นพร้อมกับกลิ่นหอมตลบอบอวลของ "เต้าหู้ยี้สูตรหมักโบราณ" และ "หมูสามชั้นอบแห้งเคลือบน้ำผึ้งป่า" พลุ่งพล่านพวยพุ่งขึ้นมาราวกับควันหลงจากสรวงสวรรค์ กลิ่นหอมเย้ายวนใจนั้นเตะจมูกของทุกคนเข้าอย่างจัง จนคนท้องร้องโครกคราออกมาเสียงดังลั่น หลี่ฉินอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง "นี่มัน... นี่มันอะไรกัน! ไหนล่ะสมบัติหลวง!" เฟยเฟยเดินเข้าไปใกล้หีบไม้ หยิบไหเซรามิกขนาดเล็กที่ปิดผนึกอย่างดีขึ้นมาหมุนเล่นในมือ นางปรายตามองสะใภ้ใหญ่ด้วยแววตาดุจคมมีด "สมบัติหลวงอะไรกันคะ สะใภ้ใหญ่หลี่ตาฝาดไปหรือเปล่า? นี่คือ 'เต้าหู้ยี้สูตรลับ' และ 'หมูสามชั้นถนอมอาหาร' ที่ฉันกับสามีช่วยกันทำไว้กินประทังชีวิตในช่วงหน้าหนาวต่างหากล่ะคะ หรือว่าที่บ้านของพี่สะใภ้ไม่มีจะกิน จนเห็นอาหารของชาวบ้านเป็นสมบัติล้ำค่าไปเสียหมด?" เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นจากกลุ่มชาวบ้านที่มามุงดู บางคนถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อกลิ่นหอมของเครื่องเทศกระแทกเข้าจมูกอย่างจัง จางเหว่ยหานยืนมองภรรยาด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างภาคภูมิใจ ภรรยาตัวน้อยของเขานับวันยิ่งฉลาดเป็นกรด สามารถพลิกวิกฤตให้กลายเป็นเวทีตบหน้าคนได้อย่างงดงามโดยไม่ต้องออกแรงสักนิด หัวหน้าหมู่บ้านหน้าแดงก่ำด้วยความละอายใจ เขาหันไปถลึงมองหลี่ฉินทันที "สะใภ้ใหญ่หลี่! เธอสร้างเรื่องพวกนี้ขึ้นมาเพราะความอิจฉาริษยาใช่ไหม! พาตัวเธอกลับไปเดี๋ยวนี้ อย่ามาสร้างความวุ่นวายให้ชาวบ้านเขาทำมาหากิน!" เมื่อกลุ่มคนวุ่นวายสลายตัวไปจนหมด เหลือเพียงครอบครัวจางที่ยืนอยู่หน้าเรือน เฟยเฟยก็หันมาสบตากับสามี รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน "พี่เหว่ยหานคะ..." เฟยเฟยกระซิบเสียงเบา "ในเมื่อคนทั้งหมู่บ้านได้กลิ่นหอมนี่กันหมดแล้ว วันนี้แหละค่ะ... คือฤกษ์งามยามดีที่เราจะเอา 'เต้าหู้ยี้และหมูสามชั้นอบน้ำผึ้ง' ไปเปิดตลาดมืดในเมืองกัน!" จางเหว่ยหานมองภรรยาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความยอมจำนน เขาพยักหน้าช้าๆ "ตามใจน้องสาว... พี่จะจัดการเรื่องเกวียนให้เอง" ตกบ่าย ณ ตลาดมืดลับหลังโรงงานทอผ้าเก่า บรรยากาศอึมครึมเต็มไปด้วยความระแวงของผู้คน เฟยเฟยในชุดผ้าฝ้ายเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้าน นั่งกางแผงไม้ไผ่เล็กๆ พร้อมกับวางไหเต้าหู้ยี้และหมูสามชั้นอบน้ำผึ้งส่งกลิ่นหอมกรุ่น ท่ามกลางสายตาหวาดระแวงของพ่อค้าแม่ค้าเถื่อนรอบข้าง ผ่านไปเพียงไม่ถึงสิบนาที ชายร่างใหญ่คนหนึ่งซึ่งเป็นขาใหญ่ประจำตลาดมืดเดินผ่านมา ได้กลิ่นหอมแปลกประหลาดจึงชะงักเท้า เขาก้มลงมองไหบนแผงก่อนจะตวัดสายตาคมกริบมองหน้าหลินเฟยเฟยด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "แม่สาวน้อย ของเธอนี่กลิ่นชวนหิวเสียจริง มันคืออะไร? ถ้าไม่อร่อยอย่างที่คิด... ระวังแผงนี้จะไม่ได้อยู่ต่อพรุ่งนี้แน่!" เฟยเฟยไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย นางตักชิ้นหมูสามชั้นอบน้ำผึ้งสีอำพันเงางามขึ้นมาวางบนใบบัวยื่นให้เขาด้วยรอยยิ้มการค้าที่ทรงพลังที่สุด "ลองชิมดูก่อนค่ะ สหาย... ถ้าคำแรกไม่ทำให้ท่านยอมควักเงินครึ่งกระเป๋าออกมาซื้อ ฉันยินดีให้ท่านพังแผงนี้ได้เลยตามใจชอบ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "หลินฮวายุคปฏิรูป" มาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%