"ห้าเหมา! ข้าให้ห้าเหมาเต็มที่สำหรับหมูสามชั้นอบน้ำผึ้งชิ้นนี้! สหายหลิน... เจ้าอย่าได้ใจดำนักเลย คราวที่แล้วข้าเหมาพายเนื้อของเจ้าไปจนเกลี้ยงแผง วันนี้ต้องลดราคาให้ข้าเป็นพิเศษสิ!"
เสียงทุบโต๊ะไม้ไผ่ดังป้าบ เรียกสายตาของผู้คนรอบข้างในตลาดมืดซอยแคบให้หันขวับมามอง แต่หลินเฟยเฟยไม่มีทีท่าสะดุ้งสะเทือน นางยังคงแย้มยิ้มบางเบา ดวงตากลมโตเป็นประกายไตร่ตรองอย่างรู้ทัน ร่างระหงในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีทึบสะอาดสะอ้านขยับถอยหลังเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่างอย่างมีชั้นเชิง กลิ่นหอมหวานละมุนปนกลิ่นเครื่องเทศจีนโบราณของหมูสามชั้นอบน้ำผึ้งที่นางเพิ่งตักขึ้นมาจากหม้อดินเผายังคงลอยกรุ่นอบอวล ชวนให้น้ำลายสอจนผู้ชายร่างใหญ่ระดับหัวหน้าพ่อค้าตลาดมืดอย่าง 'พี่เฉิน' ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
"พี่เฉินคะ ท่านก็พูดเกินไป... คราวที่แล้วท่านเหมาพายเนื้อจริงค่ะ แต่ข้าก็แถมพายไส้ผักดองให้ท่านไปตั้งสองชิ้นโดยไม่คิดเงินมิใช่หรือคะ?" เฟยเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นในหลักการ ค้าขายในยุค 70-80 เช่นนี้ ความเกรงใจคือบ่อเกิดแห่งความล่มจม หากยอมให้พ่อค้าเจ้าถิ่นกดราคาตั้งแต่หัววัน วันหน้าตลาดมืดแห่งนี้คงไม่มีที่ยืนให้นาง "หมูสามชั้นอบน้ำผึ้งสูตรลับเฉพาะของตระกูลหลิน ใช้เวลาเคี่ยวไฟอ่อนนานถึงสามชั่วโมง น้ำผึ้งป่าแท้เคลือบผิวจนเงางาม หนังกรุบเนื้อนุ่มละลายในปาก... ต้นทุนทั้งแรงกายและวัตถุดิบในช่วงข้าวยากหมากแพงนี้ ห้าเหมาที่ท่านเสนอมา ซื้อได้แค่เศษผักหลังตลาดแล้วล่ะค่ะ"
เสียงฮือฮาเบาๆ ดังขึ้นรอบวงล้อม บรรดาพ่อค้าแม่ค้าและขาประจำที่มายืนรอคิวต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วย พายเนื้อและอาหารแปรรูปของแม่ปลาหมอสาวตระกูลจางในช่วงเดือนนี้กลายเป็นสินค้าหายากที่ใครๆ ก็อยากลิ้มลอง แม้แต่ 'ป้าจู' หญิงแก่ขายไข่ไก่ที่มักมาจับจองพื้นที่ใกล้กันยังต้องเอ่ยปากแซว
"นั่นสิพ่อหนุ่มเฉิน! ของอร่อยระดับนี้ จะมาต่อราคาเหมือนซื้อผักบุ้งเหี่ยวๆ ได้อย่างไรกัน หากเจ้าไม่อยากซื้อราคานี้ ก็ถอยไป หลานสาวข้ายังรอต่อคิวซื้อหมูสามชั้นอบน้ำผึ้งไปกินกับข้าวสวยร้อนๆ อยู่นะ!"
พี่เฉินหน้าแดงก่ำด้วยความเสียหน้า แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตานิ่งสงบและรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจของเฟยเฟย เขาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหัวเราะร่วนออกมาเสียงดัง ตบโต๊ะฉาดใหญ่อย่างยอมจำนน
"ยอมเจ้าจริงๆ สหายหลิน! ฝีปากคมคายพอกับฝีมือทำอาหารเลยนะ เอ้า! หนึ่งหยวนก็หนึ่งหยวน! เอามาครึ่งชั่ง เดี๋ยวนี้เลย! ข้าต้องรีบเอาไปกินก่อนที่ลูกน้องตัวแสบของข้าจะมาแย่ง!"
เฟยเฟยไม่รอช้า นางใช้มีดสั้นคมกริบหั่นหมูสามชั้นอบน้ำผึ้งสีอำพันเป็นชิ้นพอดีคำอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมของน้ำผึ้งและซีอิ๊วชั้นดีโชยเข้าจมูกจนผู้คนรอบข้างสูดปากหายใจเข้าลึกๆ นางห่อด้วยใบบัวสะอาดอย่างประณีตก่อนส่งให้ลูกค้าขาประจำรายใหญ่ พร้อมรอยยิ้มการค้าที่จริงใจ "ขอบพระคุณค่ะพี่เฉิน ไว้โอกาสหน้าแวะมาอุดหนุนใหม่นะคะ รับรองว่ามีเมนูเด็ดรอท่านอยู่อีกแน่นอน"
เงินเหมาและเศษสตางค์ถูกหยอดลงในกระป๋องไม้ไผ่ เสียงเหรียญกระทบกันก๊องแก๊งคือเสียงเพลงที่ไพเราะที่สุดสำหรับเฟยเฟยในยามนี้ ภายในมิติลับในห้วงความคิด ตัวเลขยอดสะสมในระบบร้านค้าจำลองพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แผ่นดินไหวทางเศรษฐกิจในยุคปฏิรูปนี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น นางไม่ได้มาเพื่อหาเงินประทังชีวิตไปวันๆ แต่ตั้งใจจะสร้างอาณาจักรธุรกิจเล็กๆ เพื่อให้ลูกน้อยทั้งสองคนสุขสบายและหลุดพ้นจากเงาความยากจนของตระกูลสามีที่จ้องแต่จะเอาเปรียบ
ทว่า ความวุ่นวายมักมาเยือนเสมอเมื่อคนบางกลุ่มเริ่มเห็นผลประโยชน์
"อุ๊ยตาย! กลิ่นอะไรหอมฟุ้งไปทั่วตลาดเช่นนี้... ที่แท้ก็สะใภ้รองจางนี่เอง มาแอบค้าขายผิดกฎหมายหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองคนเดียว โดยไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมในบ้านเลยสินะ!"
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยดังแทรกเข้ามาในฝูงชน พร้อมกับร่างท้วมของ 'หลี่ฉิน' สะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลจาง ที่เบียดเสียดผู้คนเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเยาะเย้ย ด้านหลังมีแม่สามี (นางถัง) เดินตามมาติดๆ ใบหน้าเหี่ยวย่นบูดบึ้งสนิท ดวงตาจ้องมองแผงค้าของเฟยเฟยด้วยความโกรธเกรี้ยวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
บรรยากาศรอบแผงเงียบลงทันที บรรดาขาประจำต่างขมวดคิ้วมองผู้มาใหม่ด้วยความไม่พอใจ
เฟยเฟยหุบยิ้มทันที แววตาฉายแววเย็นชาขึ้นมาวับหนึ่ง นางค่อยๆ วางมีดลงบนเขียงช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาพี่สะใภ้ตัวแสบด้วยท่าทีนิ่งสงบผิดคาด
"อ้าว... พี่สะใภ้ใหญ่ ลมอะไรหอบท่านกับแม่มาถึงตลาดมืดแห่งนี้ได้ล่ะคะ? นึกว่าช่วงนี้แปลงนาขั้นบันไดกำลังงานยุ่งเสียอีก หรือว่างานในบ้านมันเบาสบายจนมีเวลามาเดินตรวจตราความประพฤติของน้องสะใภ้ถึงในเมืองกัน?" ประโยคคำถามเจือรอยยิ้มเยาะทำเอาหลี่ฉินหน้าชาวาบ
"นัง... นังสารเลวหลินเฟยเฟย!" หลี่ฉินกรี๊ดออกมาด้วยความคับแค้นใจ ชี้หน้าด่ากราด "แกกล้าดียังไงมาพูดจาย้อนฉัน! แกแอบเอาข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน หรือแอบเอาเงินไปลงทุนค้าขายลับหลังครอบครัวใช่ไหม? เงินพวกนี้ที่แกได้มาต้องส่งเข้ากองกลางของตระกูลจางทั้งหมด! อย่าลืมนะว่าแกยังใช้นามสกุลจางอยู่!"
นางถัง แม่สามี ก้าวเท้ากระแทกไม้เท้าลงกับพื้นเสียงดังปัง สีหน้าถมึงทึง ดวงตาจ้องเขม็งมาที่กระป๋องใส่เงินในมือของเฟยเฟย "จริงอย่างที่ฉินร์เอ๋อร์พูด! แกมันผู้หญิงไร้ยางอาย สามีออกไปฝึกทหารรับใช้ชาติอยู่ที่ค่าย แกกลับแอบมาทำตัวเป็นแม่ค้าตลาดมืด ผิดกฎหมายบ้านเมือง! เอาเงินทั้งหมดมานี่! แล้วตามฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้ ไปคุกเขบทุบสำนึกที่ห้องโถงบรรพชน!"
ฝูงชนเริ่มส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ บางคนทำท่าจะเข้ามาช่วยพูด แต่เฟยเฟยยกมือขึ้นห้ามด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น นางไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย
"เงินในกระป๋องนี้... เป็นหยาดเหงื่อแรงกายของฉันกับลูกๆ ที่ตื่นตั้งแต่ตีสองมาทำอาหารขายด้วยมือตัวเองค่ะ แม่สามี..." เฟยเฟยเน้นเสียงทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ เดินออกจากหลังแผงไปประจันหน้ากับคนทั้งสองอย่างไม่เกรงกลัว "ส่วนเรื่องที่ว่าฉันใช้นามสกุลจาง... ท่านลืมไปแล้วหรือคะว่า เมื่อสามเดือนก่อน ตอนที่ท่านกับพี่สะใภ้ใหญ่ร่วมมือกันอดอาหารพวกเราสามแม่ลูก ขับไล่พวกเราไปอยู่กระท่อมปลายนาท้ายหมู่บ้านโดยไม่ให้ข้าวสารแม้แต่เมล็ดเดียว พวกท่านประกาศตัดขาดความช่วยเหลือสิ้นเชิงแล้วมิใช่หรือคะ?"
คำพูดของเฟยเฟยราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ บรรดาชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้าในตลาดที่ได้ยินต่างอุทานออกมาด้วยความตกใจ สายตานับสิบคู่หันไปมองนางถังและหลี่ฉินด้วยความรังเกียจทันที
"โอ้โห... ใจร้ายขนาดนั้นเลยหรือ แม่สามีกับพี่สะใภ้บ้านนี้ช่างอำมหิตนัก!"
"ขับไล่ลูกสะใภ้กับหลานแท้ๆ ไปอดตาย แล้วพอเขาหาทางเอาตัวรอดได้ กลับจะมาฮุบเงินเขาหน้าด้านๆ!"
เสียงซุบซิบนินทาดังเซ็งแซ่จนหน้าของนางถังและหลี่ฉินเขียวคล้ำสลับแดงด้วยความอับอาย
หลี่ฉินหน้าตื่น ลนลานตะโกนปฏิเสธเสียงหลง "แก... แกอย่ามาพูดจาใส่ร้ายนะ นังเฟยเฟย! แกมันตอแหล!"
"ฉันพูดความจริงหรือโกหก... ชาวบ้านแถบนั้นเป็นพยานได้ค่ะ" เฟยเฟยหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาคมกริบดั่งใบมีด "วันนี้ถ้าพวกท่านมาดี ฉันอาจจะแบ่งซาลาเปาทอดให้สักลูก แต่ถ้ามาหาเรื่องเพื่อจะปล้นเงินฉันล่ะก็... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!"
พูดจบ เฟยเฟยก็คว้าตะหลิวเหล็กหนาขึ้นมาเคาะกับหม้อดินเผาดัง "ก๊อง!" เสียงกังวานบาดแก้วหูจนหลี่ฉินสะดุ้งโหยงถอยหลังกรูด
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังแทรกฝูงชนเข้ามา พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเสื้อแจ็กเกตทหารสีเขียวเข้ม ร่างกายกำยำแผ่ซ่านไอสังหารและกลิ่นอายความเคร่งขรึมอันเป็นเอกลักษณ์
จางเหว่ยหานก้าวเข้ามาหยุดยืนขนาบข้างภรรยา สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยววาดมองมารดาและพี่สะใภ้ด้วยแววตาเย็นเยียบจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที
"พวกท่าน... กำลังทำอะไรภรรยาของผม?"
หลี่ฉินและนางถังหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเมื่อเผชิญหน้ากับนายทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าดุดันที่สุดในตระกูล
หลินเฟยเฟยเหลือบมองสามีที่กลับมาจากค่ายเร็วกว่ากำหนด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก นางแกล้งทำเป็นซบไหล่หนาเบาๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยราวกับถูกรังแก "สามีคะ... แม่กับพี่สะใภ้บอกว่า จะมาเอาเงินก้อนนี้ไปแบ่งกันใช้ เพราะพวกเราทำผิดกฎหมายตลาดมืดค่ะ..."
จางเหว่ยหานหรี่ตาลงช้าๆ มือหนาเอื้อมไปโอบเอวบางของภรรยาไว้แน่น ก่อนจะหันไปประสานสายตากับมารดาด้วยรอยยิ้มเย็นเยือกที่น่ากลัวยิ่งกว่าความเงียบ "ตลาดมืดผิดกฎหมายหรือเปล่าผมไม่รู้... แต่ใครที่กล้ารังแกเมียผมวันนี้ ผมจะทำให้มันไม่มีแผ่นดินจะเดินออกจากเมืองนี้แน่!"
หลุมพรางที่เฟยเฟยขุดไว้รอรับตัวแสบได้ทำงานอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว...
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้หลินเฟยเฟยมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ•ตอนที่ 13
ขาประจำตลาดมืด
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!