เสียงทุบประตูไม้เก่าดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินแยก พร้อมกับเสียงตะโกนแหบพร่าของหลี่ฉินสะใภ้ใหญ่ที่ดังแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "เปิดประตูเดี๋ยวนี้! เจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงหน้าบ้านแล้วนะเฟยเฟย! แกตายแน่! คราวนี้ต่อให้สามีแกเป็นถึงนายทหารยศสูงแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้!"
หลินเฟยเฟยไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มือเรียวบางที่กำลังถือตะหลิวผัดหมูสามชั้นในกระทะเหล็กยังคงขยับอย่างมั่น and สุขุม กลิ่นหอมฟุ้งของซีอิ๊วคั่ว น้ำตาลกรวด และพริกไทยสดอบอวลไปทั่วห้องครัวหลังเล็ก ประหนึ่งว่าเสียงโกลาหลด้านนอกเป็นเพียงเสียงใบไม้ร่วงตามฤดูกาลเท่านั้น
ในเสี้ยววินาทีที่เสียงเคาะประตูกลายเป็นการพังกระแทก หลินเฟยเฟยก็สะบัดมือเบาๆ ส่งร่างของตัวเองเข้าสู่พื้นที่มิติลับทันที รอบกายเธอคือโกดังสินค้าที่เต็มไปด้วยแป้งสาลีชั้นดี น้ำมันหมูบริสุทธิ์ และเสื้อผ้าเนื้อดีจากยุคศตวรรษที่ 21 เธยหยิบแผ่นกระดาษห่อพัสดุกระดาษคราฟท์สีน้ำตาลโยนทิ้งไว้กลางลานบ้านในมิติ ก่อนจะก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
แอ๊ด... เสียงประตูไม้เปิดออก
"ไหนล่ะ ของเถื่อนล็อตใหญ่ที่พวกคุณว่า?" หลินเฟยเฟยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังพอที่จะทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบสองนายและสารวัตรทหารที่นำกำลังบุกเข้ามาต้องชะงักฝีเท้าลง
สารวัตรหม่า ข้าราชการหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวด กวาดสายตาคมกริบมองไปทั่วห้องครัวที่สะอาดสะอ้านและส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ ไม่มีร่องร่อยของการซุกซ่อนสินค้าผิดกฎหมาย มีเพียงหม้อดินเผาที่กำลังเดือดปุดๆ และถาดซาลาเปานึ่งร้อนๆ ควันโขมง
หลี่ฉินที่เบียดแทรกตัวตามหลังเจ้าหน้าที่เข้ามา หน้าซีดเผือกจนแทบไร้สีเลือด นางชี้หน้าหลินเฟยเฟยด้วยความตกตะลึง "เป็นไปไม่ได้! เมื่อกี้ฉันเห็น... ฉันเห็นผู้ชายแปลกหน้าแบกกระสอบเข้าหลังบ้านแกชัดเจน!"
"สะใภ้ใหญ่หลี่ ตาฝาดหรือว่าใจบาปกันแน่ถึงได้กุเรื่องใส่ร้ายคนในครอบครัวเดียวกัน?" หลินเฟยเฟยหันไปมองด้วยสายตาคมปลาบจนอีกฝ่ายสะดุ้งโหย่ง "บ้านหลังนี้คับแคบยากจน สภาพอย่างที่เห็น ถ้าฉันมีปัญญาซื้อของเถื่อนล็อตใหญ่จริง ป่านนี้ลูกฉันคงไม่ต้องกินโจ๊กเจือจางน้ำแบบเมื่อวานแล้วกระมัง?"
สารวัตรหม่าหันไปมองหลี่ฉินด้วยแววตาตำหนิ "การแจ้งเบาะแสเท็จต่อเจ้าพนักงาน มีโทษกักบริเวณและปรับเงินนะสหาย! คุณแน่ใจแล้วหรือว่าเห็นจริง?"
หลี่ฉินเหงื่อกาฬแตกพลั่ก นางอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออกเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจค้นทุกซอกทุกมุมแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติแม้แต่เงาเดียว เมื่อคณะตรวจค้นถอยรูปลงจากบ้านด้วยความผิดหวัง หลินเฟยเฟยก็ปิดประตูกระแทกใส่หน้าสะใภ้ใหญ่ที่ยืนอ้าปากค้างกลางลานบ้านทันที
เมื่อความวุ่นวายสงบลง หลินเฟยเฟยก็ถอนหายใจเบาๆ หยิบผ้ากันเปื้อนมาผูกใหม่อย่างอารมณ์ดี เหตุการณ์เมื่อครู่พิสูจน์แล้วว่ามิติลับของเธอนอกจากจะใช้งานได้สารพัดประโยชน์ ยังเป็นเกราะกำบังชั้นยอดในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยการจับผิดนี้ด้วย และถึงเวลาแล้วที่เธอจะต้องจัดการ "ยกระดับ" บ้านหลังเล็กโทรมๆ นี้เสียใหม่ ให้สมกับที่เป็นฐานที่มั่นในการสร้างความมั่งคั่งของเธอ
มือเรียวแตะเบาๆ ที่กำไลหยกเก่าในข้อมือ ก่อนจะลำเลียงวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้านจากมิติลับออกมาทีละชิ้น สังกะสีมุงหลังคาชุดใหม่ วอลล์เปเปอร์ลายอิฐประสานสีขาวสะอาดตา หน้าต่างกระจกใสบานกระทุ้งที่หาไม่ได้ในหมู่บ้านชนบทแห่งนี้ และที่ขาดไม่ได้คือชุดเตาอั้งโล่เหล็กกล้าไร้สนิมพร้อมเครื่องครัวครบชุด
จางเหว่ยหาน สามีหนุ่มนายทหารที่เพิ่งกลับจากการฝึกซ้อมทางทหารอย่างเหน็ดเหนื่อย ก้าวเข้ามาในเขตบ้านด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ เนื่องจากได้ยินข่าวลือเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกบ้าน แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้เขาต้องหยุดฝีเท้าลงด้วยความอึ้งงัน
บ้านดินหลังเก่าที่เคยรั่วซึมและมืดทึบ บัดนี้ได้รับการปรับปรุงใหม่จนแทบจำไม่ได้ ผนังด้านในถูกกรีบด้วยวัสดุเรียบเนียนสะอาดตา หน้าต่างกระจกใสสะท้อนแสงแดดยามบ่ายระยิบระยับ พื้นปูนขัดมันวาววับไร้รอยแตก และที่สำคัญที่สุด... กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารมื้อเย็นที่ลอยเตะจมูกนั้นรุนแรงและเย้ายวนใจยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
"เฟยเฟย... นี่มัน..." จางเหว่ยหานกวาดสายตามองภรรยาที่กำลังยืนเช็ดมือด้วยผ้าสะอาด ร่างระหงในชุดเสื้อผ้าเนื้อดีดูโดดเด่นท่ามกลางบ้านที่เปลี่ยนไปราวกับพลิกฝ่ามือ
"คุณกลับมาพอดีเลยค่ะเหว่ยหาน" หลินเฟยเฟยส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้สามี ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความภูมิใจ "บ้านเราสมควรได้รับการซ่อมแซมให้น่าอยู่ขึ้นตั้งนานแล้วนะคะ ลูกจะได้มีสุขภาพที่ดี ไม่ต้องทนสูดฝุ่นจากผนังผุๆ อีก"
ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาไม่ใช่คนโง่ เขารู้ดีว่าวัสดุเหล่านี้มีราคาสูงลิ่วและหายากยิ่งในยุคปัจจุบัน แม้แต่ในเมืองหลวงก็ยังต้องใช้เส้นสายมหาศาล แต่วันนี้ภรรยาตัวน้อยของเขากลับเนรมิตมันขึ้นมาได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทว่าเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ฉายแววเฉลียวฉลาดและมั่นอกมั่นใจของนาง คำถามนับร้อยที่อัดอั้นอยู่ในอกก็พลันมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วหัวใจ
"เธอ... เก่งเกินไปแล้วนะ" จางเหว่ยหานเอ่ยเสียงแหบพร่า เดินเข้ามาใกล้แล้วยื่นมือหนาออกไปหมายจะโอบกอดเอวบางของภรรยาเพื่อแสดงความโล่งใจที่นางปลอดภัยจากเหตุการณ์เมื่อครู่
ทว่าในจังหวะนั้นเอง... เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของเพื่อนบ้านผู้ชายที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาตะโกนลั่นรั้วบ้าน
"สหายจาง! สหายเฟยเฟย! แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่ที่ลานกลางหมู่บ้าน! หัวหน้าหมู่บ้านพาคนกลุ่มใหญ่กำลังตรงดิ่งมาที่นี่ พร้อมกับ... พร้อมกับหีบไม้ใบใหญ่ที่พวกเขาลือกันว่าเป็นสมบัติของหลวงที่หายไปจากสหกรณ์เมื่อคืนนี้!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนการเดินทางของหลินเฟยเฟยมาโดยตลอดนะคะ
คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ•ตอนที่ 11
ชีวิตใหม่ในบ้านหลังเล็ก
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!