คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ•ตอนที่ 17

รับมือญาติที่มาขอส่วนบุญ

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถ้าพวกคุณยังกล้าก้าวขาเข้ามาเหยียบธรณีประตูบ้านฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันคนนี้ไม่เตือนก็แล้วกัน!" เสียงตบโต๊ะไม้ดังสนั่นหวั่นไหวจนถ้วยกระเบื้องเคลือบบนโต๊ะสั่นระรัว หลินเฟยเฟยยืนกอดอก ใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตาดุจดั่งใบมีดน้ำแข็ง กวาดสายตามองผู้มาเยือนทั้งสามคนที่หน้าตาตื่นตระหนก ใบหน้าของสะใภ้ใหญ่หลี่ฉินซีดเผือดลงถนัดตา นางไม่คาดคิดว่าน้องสะใภ้รองที่เคยเงียบงันและยอมให้รังแกมาตลอดหลายปี จะลุกขึ้นมาตบโต๊ะประกาศกร้าวกลางลานบ้านเช่นนี้ บรรยากาศหน้าบ้านพักทหารยามบ่ายอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความตึงเครียด กลิ่นหอมหวานของแป้งทอดไส้ทะลักจากมิติลับที่ยังลอยกรุ่นอยู่จางๆ ในอากาศถูกกลบด้วยบรรยากาศมาคุจนชาวบ้านที่แอบชะเง้อมองอยู่ริมรั้วต่างพากันกลืนน้ำลายเอื้อมมือปิดปากด้วยความตกใจ "เฟยเฟย... นี่เธอกล้าไล่ฉันกับแม่ยายของเธออย่างนั้นหรือ? ฉันเป็นถึงพี่สะใภ้นะ! อีกอย่าง แม่ก็แค่อยากมาเยี่ยมหลาน มาดูความเป็นอยู่ของพวกเธอ ทำไมต้องทำท่าทางเหมือนพวกเราเป็นโจรขโมยด้วยเล่า!" หลี่ฉินฝืนเชิดหน้าขึ้น แม้เสียงจะสั่นพร่าด้วยความประหม่า นางตั้งใจจะมาฉวยโอกาสไถเงินและเสบียงอาหารชั้นดีที่ได้ยินข่าวลือหนาหูว่าครอบครัวนี้กำลังรุ่งเรืองจากการค้าขายในตลาดมืด แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเข้าห้องครัว กลิ่นหอมเย้ายวนของอาหารก็เตะจมูกจนนางน้ำลายสอ ทว่ากลับถูกหลินเฟยเฟยยืนขวางประตูกั้นไว้ราวกับเทพารักษ์เฝ้าประตูรก หญิงชราจางผู้เป็นแม่สามีที่ยืนพิงไม้เท้าอยู่ด้านหลัง ส่งเสียงแค่นênในลำคอด้วยความไม่พอใจ ดวงตาฝ้าฟางจ้องมองหลินเฟยเฟยอย่างเหยียดหยามเช่นเคย "เหลวไหลสิ้นดี! แต่งเข้ามาเป็นสะใภ้ตระกูลจางตั้งนาน ไม่เคยรู้จักที่ต่ำที่สูง วันนี้ฉันมาที่นี่ในฐานะแม่ของเหว่ยหาน มีสิทธิ์ทุกอย่างที่จะตรวจดูข้าวของในบ้านหลังนี้ หลี่ฉินพูดถูก เธอซ่อนอะไรไว้ ทำไมถึงทำตัวลับๆ ล่อๆ หะ?" หลินเฟยเฟยแค่นยิ้มหยันในใจ รอยยิ้มนั้นเย็นเยียบจนหลี่ฉินต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่ง นางจำได้แม่นยำว่าในอดีตตอนที่ร่างเดิมยังอยู่ เจ้าพวกนี้สูบเลือดสูบเนื้อตระกูลรองไปมากแค่ไหน ยามที่สามีของนางส่งเงินเดือนทหารกลับมา แม่สามีมักจะแอบแบ่งเงินครึ่งหนึ่งไปให้บ้านใหญ่ของพี่ชายสามีผู้ไม่เอาถ่าน ส่วนนางกับลูกต้องกินข้าวต้มเจือจางจนแทบมองเห็นเงาตัวเองในชาม พอมาถึงยุคปฏิรูปเศรษฐกิจที่นางตั้งตัวได้และกำลังจะพาครอบครัวก้าวขึ้นสู่ความมั่งคั่ง คนพวกนี้กลับกล้าโผล่หัวมาขอส่วนบุญหน้าตาเฉย! "สิทธิ์หรือคะ?" หลินเฟยเฟยย่างสามขุมเข้าไปใกล้ทีละน้อย น้ำเสียงนุ่มนวลแต่กดดันจนอีกฝ่ายหายใจไม่ทั่วท้อง "คุณแม่คะ ตอนที่สามีฉันบาดเจ็บกลับมาจากชายแดนแล้วพวกท่านบอกว่าบ้านเราเป็นภาระ ไล่พวกเราออกมาอยู่บ้านพักหลังเก่าผุพังนี้อย่างไร้เยื่อใย ท่านเคยจำคำว่า 'แม่ลูก' ได้ไหมคะ? ตอนที่ฉันไม่มีแม้แต่แป้งทำซาลาเปาให้ลูกกินจนต้องร้องไห้ พวกท่านอยู่ที่ไหน? ตอนที่ฉันต้องอดมื้อกินมื้อเพื่อเก็บเงินซื้อยาให้ลูก พวกท่านเคยส่งข้าวมาให้สักเมล็ดไหมคะ?" คำถามแต่ละประโยคมقล่นทับลงมาดุจก้อนหินหนักอึ้ง หลี่ฉินอ้าปากพะงาบๆ หาคำพูดมาเถียงไม่ออก ส่วนหญิงชราจางหน้าตึงเขียวคล้ำด้วยความโกรธที่ถูกจี้จุดดำมืดในอดีต "นั่น... นั่นมันเรื่องในอดีต! ยังไงเหว่ยหานก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของฉัน พวกเธอรวยขึ้นมาได้ก็เพราะบุญญาบารมีของตระกูลจางต่างหากเล่า!" หญิงชราอ้างสิทธิ์อย่างไร้ยางอาย ใช้ไม้เท้าเคาะพื้นปึงปัง "บุญญาบารมีงั้นหรือคะ?" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังแทรกขึ้นจากทางประตูกลางบ้าน ทำเอาทุกคนสะดุ้งเฮือก จางเหว่ยหานก้าวเท้าเดินออกมาจากห้องทำงาน ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมเป็นนิตย์ ร่างกายกำยำในชุดเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านแผ่รังสีความน่าเกรงขามแบบนายทหารสนามรบ สายตาคมกริบราวกับพยัคฆ์หนุ่มกวาดมองมารดาและพี่สะใภ้ด้วยความผิดหวังและเย็นชาอย่างถึงที่สุด "เหว่ยหาน! ลูกชายอกตัญญู! แกดูซิว่าเมียแกมันทำกิริยาต่ำช้ากับฉันอย่างไร!" หญิงชลาดัดจริตบีบน้ำตา ร้องโวยวายทันทีที่เห็นลูกชายออกมาเป็นเกราะกำบังตามความเคยชิน ทว่าครั้งนี้... ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว จางเหว่ยหานหยุดยืนเคียงข้างภรรยา มือหนาเอื้อมไปโอบไหล่บางของหลินเฟยเฟยไว้หลวมๆ เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขาอยู่ข้างใคร และไม่มีวันยอมให้ใครมาทำร้ายภรรยาและลูกเด็ดขาด "แม่ครับ" น้ำเสียงของจางเหว่ยหานราบเรียบแต่เฉียบขาดราวกับคมดาบที่เพิ่งลับ "ตอนที่ผมถูกปลดประจำการเพราะอาการบาดเจ็บ แม่บอกว่าผมเป็นตัวซวยและตัดขาดความสัมพันธ์ในทะเบียนบ้านไปแล้วไม่ใช่หรือครับ? คำพูดของแม่ต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านในวันนั้น ผมยังจำได้ทุกคำ... วันนี้พวกท่านมาที่นี่ในฐานะอะไรไม่ทราบครับ?" หลี่ฉินหน้าถอดสี รีบสะกิดแขนแม่สามีเมื่อเห็นสายตาของจางเหว่ยหานที่มองมานั้นไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น มันคือสายตาของนายทหารที่พร้อมจะตัดเนื้อร้ายทิ้งเพื่อรักษาชีวิตส่วนรวม "เหว่ยหาน นี่แก... แกจะอกตัญญูต่อแม่ผู้ให้กำเนิดจริงๆ หรือ!" หญิงชรากรีดร้องด้วยความเหลืออด "ความกตัญญูผมมอบให้คนที่สมควรได้รับครับ" หลินเฟยเฟยกล่าวต่อด้วยรอยยิ้มหวานหยดแต่แฝงยาพิษ นางหยิบตะกร้าสานไม้ไผ่ที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะออกมาวางกระแทกเบาๆ บนโต๊ะ ข้างในบรรจุแป้งหมั่นโถวขึ้นราเก่าเก็บและผักกาดดองเค็มปี๋ห่อหนึ่ง ซึ่งเป็นของที่บ้านใหญ่เคยโยนทานมาให้พวกนางเมื่อปีมะነุษย์ "ในเมื่อพวกท่านมาเยี่ยมเยียนถึงที่ และบอกว่าพวกเราครอบครัวเล็กๆ นี้กินดีอยู่ดีจนน่าอิจฉา งั้นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ นี้ ฉันขอคืนให้พวกท่านนำกลับไปกินเพื่อระลึกถึง 'ความสัมพันธ์อันดี' ระหว่างเราก็แล้วกันนะคะ!" หลี่ฉินมองตะกร้าหมั่นโถวขึ้นราด้วยความขยะแขยง นางรู้ทันทีว่านี่คือการตบหน้าฉาดใหญ่กลางแสกหน้า หลินเฟยเฟยกำลังเอาคืนความอยุติธรรมในอดีตทั้งหมดด้วยวิธีที่เจ็บแสบและสง่างามที่สุดโดยที่พวกนางไม่มีสิทธิ์อ้าปากเถียง! "แก... นังสารเลว!" หลี่ฉินทนไม่ไหวเงื้อมือหมายจะพุ่งเข้ามาตบสั่งสอน ทว่าจางเหว่ยหานเร็วกว่า เขาคว้าข้อมือของหลี่ฉินไว้แน่นด้วยมือข้างเดียว ออกแรงบีบเพียงเล็กน้อยจนอีกฝ่ายร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด "อย่าได้ริอ่านแตะต้องภรรยาผมแม้แต่ปลายนิ้ว ถ้าไม่อยากให้ผมแจ้งกองกำลังรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านมาลากตัวพวกท่านข้อหาบุกรุกยามวิกาล!" ความกดดันมหาศาลจากนายทหารหนุ่มทำให้ทั้งสองคนหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ สุดท้ายต้องจำใจหิ้วตะกร้าของเน่าเสียนั้นถอยกรูดออกไปจากบริเวณบ้านท่ามกลางสายตาสมเพชเวทนาของชาวบ้านที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่รอบนอก เมื่อร่างของแขกไม่ได้รับเชิญลับหายไปจากพ้นรั้วบ้าน ความตึงเครียดทั้งหมดก็มลายหายไป เหลือไว้เพียงความเงียบสงบยามเย็น หลินเฟยเฟยถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันกลับมาสบตากับสามี จางเหว่ยหานมองภรรยาด้วยแววตาที่ฉายความรู้สึกหลากหลาย ทั้งทึ่ง ขบขัน และความรักความเอ็นดูที่พรั่งพรูขึ้นมาในอก เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าชวนใจสั่น "ภรรยาของผม... วันนี้เก่งกาจเสียจนสามีอย่างผมแทบไม่ต้องออกแรงเลยนะ" หลินเฟยเฟยค้อนขวับให้วงหน้าคมคายนั้นทีหนึ่ง แต่มุมปากกลับอดที่จะยกยิ้มไม่ได้ นางหันไปจัดการกับวัตถุดิบในครัวที่เตรียมไว้สำหรับมื้อเย็น เพื่อเป็นการปลอบขวัญสามีและลูกๆ ที่ผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญมาด้วยกัน กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วกับเครื่องเทศจีนสูตรลับเฉพาะจากมิติลับเริ่มส่งกลิ่นโชยขจรขจายไปทั่วบริเวณบ้านพักทหาร น้ำซุปสีอำพันเคี่ยวจนงวดเข้าเนื้อ เนื้อหมูนุ่มละมุนลิ้นที่ละลายในปากทันทีที่สัมผัส พร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ เม็ดเรียงสวยเงางาม ส่งกลิ่นเย้ายวนชวนน้ำลายสอจนลอยทะลุผ่านรั้วบ้านออกไปไกล... และในขณะที่หลินเฟยเฟยกำลังตักหมูตุ๋นร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีสวยเพื่อเตรียมยกขึ้นโต๊ะนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นอย่างกะทันหันสามครั้งติดต่อกันที่หน้าบ้าน... ________________________________________ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของหลินฮวายุคปฏิรูปด้วยดีเสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายแม่ทัพยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวยเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%