สูตรรักฉบับอุ่นไอในโฮมสเตย์ริมแม่น้ำคาโมะ•ตอนที่ 4

เสียงกระดิ่งลมและผู้มาเยือน

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
"ถ้าคุณจะยืนกำมีดแบบนั้นต่อไป ผมเกรงว่าแขกที่เพิ่งจองเข้ามาจะไม่กล้าแตะอาหารมื้อเย็นหรอกนะ" รินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องครัวเก่าแก่แห่งนี้ เขาไม่ได้มองหน้าอาคิระ แต่โฟกัสไปที่ปลายนิ้วที่ขาวซีดของเชฟหนุ่มซึ่งกำด้ามมีดซาชิมิไว้แน่นจนสั่นระริก เสียงกระดิ่งลมหน้าร้านดังกังวานขึ้นเป็นจังหวะต่อเนื่อง ราวกับจะตอกย้ำว่าเวลาสำหรับความลังเลได้หมดลงแล้ว อาคิระผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด ก่อนจะค่อยๆ วางมีดลงบนเขียงไม้ แผ่นหลังกว้างของเขายังคงเกร็งค้างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับริน แววตาของเขาที่เคยเย็นชาและไร้จุดหมายกลับมีประกายความสับสนที่รินอ่านไม่ออก "ริน... ออกไปต้อนรับพวกเขาเถอะ" อาคิระพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสั่นพร่าเล็กน้อย "ทิ้งเรื่องตรงนี้ไว้ให้ผม แล้วอย่าถามอะไรอีก จนกว่ามื้อนี้จะจบลง" รินเม้มปากแน่น เขาอยากจะเค้นถามถึง ‘ผู้มาเยือน’ ที่ทำให้คนนิ่งขรึมอย่างอาคิระถึงกับคุมสติไม่อยู่ แต่เขารู้ดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลา การตัดสินใจสืบทอดโฮมสเตย์ของคุณปู่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และถ้าเขายังไม่รู้จักประคองสถานการณ์เบื้องหน้า ก็อย่าหวังจะได้เห็นอนาคตของที่นี่เลย รินหมุนตัวเดินออกไปที่โถงหน้าบ้าน กลิ่นหอมจางๆ ของไม้เก่าผสมกับกลิ่นไอฝนที่เพิ่งผ่านพ้นไปประทะเข้าจมูก เขาปรับสีหน้าให้เป็นธรรมชาติที่สุดแม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระดอนออกมานอกอก ชายหญิงคู่หนึ่งในชุดลำลองราคาแพงยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน ฝ่ายชายดูภูมิฐาน สวมแว่นตากรอบเงินที่สะท้อนแสงไฟสลัวดูเย็นเยียบ ส่วนฝ่ายหญิงกวาดสายตาสำรวจโฮมสเตย์ด้วยท่าทีที่ไม่ใคร่พอใจนัก "ขออภัยที่ให้รอครับ ยินดีต้อนรับสู่โฮมสเตย์ริมแม่น้ำคาโมะ" รินคลี่ยิ้ม แม้เหงื่อจะซึมตามไรผม "บรรยากาศดู... ทรุดโทรมกว่าที่เห็นในรูปนะ" ชายสวมแว่นกล่าวพลางใช้นิ้วชี้ที่เคาน์เตอร์ไม้เก่า เขาไม่ได้มองหน้าริน แต่สายตาของเขากลับมองเลยไปด้านหลัง ตรงไปยังประตูห้องครัวที่อาคิระยืนอยู่ รินรู้สึกถึงรังสีคุกคามที่แผ่ออกมาจากแขกตรงหน้า "เราเน้นการอนุรักษ์ความดั้งเดิมไว้ครับ อาหารเย็นวันนี้เชฟของเราเตรียมไว้เป็นพิเศษ เป็นสูตรลับที่สืบทอดมา..." "สูตรลับงั้นเหรอ?" หญิงสาวหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "หวังว่ามันจะไม่ใช่แค่ของเหลือๆ ที่เอามาปรุงแต่งใหม่หรอกนะ คนบางคนก็ชอบขุดเอาของเก่าเน่าเฟะกลับมาทำให้ดูมีราคา" คำพูดนั้นไม่ได้ตั้งใจจะบอกริน แต่มันพุ่งตรงไปที่ ‘คนในครัว’ รินกำหมัดใต้เคาน์เตอร์จนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความรู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับพายุเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่ใช่แค่กำลังบริหารโฮมสเตย์ แต่เขากำลังปกป้องพื้นที่ปลอดภัยเพียงหนึ่งเดียวของอาคิระ ในครัว... กลิ่นน้ำสต๊อกดาชิที่อาคิระกำลังเคี่ยวเริ่มส่งกลิ่นหอมอบอวล แต่ทว่าบรรยากาศกลับอึดอัดเสียจนอากาศแทบหายใจไม่ได้ อาคิระขยับมือด้วยทักษะที่ไร้ที่ติ เขาสไลด์ปลาเนื้อขาวอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ราวกับจะระบายอารมณ์ลงไปบนเนื้อปลาที่วางอยู่ตรงหน้า เขาไม่ได้หันไปมองว่าใครที่เดินเข้ามา แต่เขารู้จักกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกนั่นดี กลิ่นที่เตือนให้เขานึกถึงวันคืนในห้องอาหารระดับมิชลินที่เขาเคยเกือบเสียทุกอย่างไปให้กับความทะเยอทะยานของคนอื่น *‘อย่าให้เขาเห็นมึง อาคิระ... อย่าให้เขารู้ว่ามึงหนีมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่’* เสียงในหัวของเขาเตือนดังลั่น เวลาผ่านไปชั่วโมงเศษ อาหารมื้อค่ำถูกจัดวางลงบนโต๊ะไม้ตัวยาว แขกทั้งสองคนนั่งประจำที่ อาคิระตัดสินใจเดินถือถาดอาหารออกมาด้วยตัวเอง เขาเดินตรงไปที่โต๊ะโดยไม่สบตาใคร แม้จะรู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องมาราวกับจะเฉือนเนื้อเขาให้เป็นชิ้นๆ รินคอยเฝ้าสังเกตอยู่ไม่ห่าง เขาเห็นอาคิระวางจานปลาดิบและจานย่างลงอย่างบรรจง ท่วงท่าของเชฟหนุ่มดูสง่างามและเยือกเย็นเกินกว่าจะเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่หนีความวุ่นวายมา "เชฟครับ..." ชายสวมแว่นเอ่ยขึ้น ขณะที่คีบเนื้อปลาขึ้นมาพิจารณา "รสชาติที่นี่คงจะเปลี่ยนไปเยอะสินะ หลังจากที่ร้านที่โตเกียวต้องปิดตัวลงเพราะความผิดพลาดครั้งใหญ่" อาคิระชะงักไปครู่หนึ่ง รินรู้สึกได้ว่าความเงียบในห้องโถงนั้นบาดลึกยิ่งกว่าใบมีด แต่แล้วอาคิระก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาคมกริบและไม่แสดงความหวั่นไหวใดๆ "อาหารที่นี่มีไว้สำหรับคนที่ให้เกียรติจานอาหารเท่านั้นครับ" อาคิระตอบเสียงเรียบ "ถ้าคุณคิดว่ารสชาติมันไม่คู่ควร ก็เชิญเช็กเอาต์ออกไปตอนนี้ได้เลย ผมไม่คิดค่าที่พักเพิ่ม" ความเงียบเข้าปกคลุมอย่างฉับพลัน ชายสวมแว่นวางตะเกียบลงเสียงดัง *กริ๊ก* เขาหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาซับมุมปากช้าๆ ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าจนเกือบชิดใบหน้าของอาคิระ "ฉันไม่ได้มาเพื่อกินข้าว แต่อาจารย์ของแก... เขาส่งฉันมาเพื่อทวงคืนสิ่งที่แกขโมยไป" ชายคนนั้นล้วงหยิบซองจดหมายสีดำประทับตราครั่งลวดลายประหลาดจากกระเป๋าเสื้อสูท แล้ววางลงบนโต๊ะข้างจานอาหาร รินมองเห็นตราประทับนั้นแล้วถึงกับลมหายใจสะดุด มันคือตราประจำตระกูลที่เขาเคยเห็นในสมุดบันทึกของคุณปู่... ตระกูลที่ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่แล้วในยุคปัจจุบัน "ในนี้มีข้อเสนอที่แกปฏิเสธไม่ได้" ชายสวมแว่นแสยะยิ้มที่มุมปาก "ไม่ว่าจะที่นี่ หรือชีวิตใหม่ที่แกกำลังสร้าง... ทั้งหมดนี้จะพังทลายลงในพริบตา ถ้าแกไม่กลับไปทำตามคำสั่ง" อาคิระก้มมองซองจดหมายนั้น ร่างกายของเขาที่เคยแข็งแกร่งกลับสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ รินตัดสินใจก้าวเข้าไปข้างหน้าหวังจะยุติเหตุการณ์นี้ แต่ทว่ามือถือของรินกลับสั่นรัวขึ้นมาเสียก่อน ข้อความจากหมายเลขปริศนาเด้งขึ้นบนหน้าจอ *‘อย่าหลงเชื่อสิ่งที่เห็น ริน... อาคิระไม่ใช่คนเดียวที่โกหกในบ้านหลังนี้’* รินหันไปมองอาคิระด้วยความตระหนก แต่สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่ความกลัวในแววตาของเชฟหนุ่มอีกต่อไป มันกลับเป็นความว่างเปล่าที่ดูน่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม อาคิระค่อยๆ เอื้อมมือหยิบซองจดหมายนั้นขึ้นมา แล้วหันมาสบตารินด้วยแววตาที่ทำให้หัวใจของรินหยุดเต้น "ริน... ล็อกประตูบ้านเดี๋ยวนี้" อาคิระกระซิบเสียงเย็นเยียบ "เราไม่ใช่แค่กำลังจะมีแขกเพิ่ม... แต่พวกเขากำลังมาเพื่อปิดโฮมสเตย์นี้ถาวร" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรสชาติแห่งความทรงจำและหัวใจที่เต้นรัวในบทนี้ด้วยกันครับ - หิมะแรกในโตเกียว
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับอุ่นไอในโฮมสเตย์ริมแม่น้ำคาโมะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%