สูตรรักฉบับอุ่นไอในโฮมสเตย์ริมแม่น้ำคาโมะ•ตอนที่ 10

กลิ่นวานิลลาและวันเหงา

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
“ถ้าคุณจะเก็บความลับนั้นไว้เป็นกำแพง ก็ช่วยขยับไปให้พ้นทางหน่อยค่ะ เพราะฉันจะทำครัว” รินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กัดกินใจ มือของเขาที่กำลังกำด้ามไม้พายสั่นเทาเล็กน้อยในตอนแรก แต่เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เขากลับวางมันลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดัง *ตึง* กลิ่นอายของความกดดันในโฮมสเตย์ริมแม่น้ำคาโมะคืนนี้หนักอึ้งราวกับอากาศก่อนพายุฝนจะถล่ม อาคิระยังคงยืนกอดอกพิงกรอบประตูบานเลื่อน เงาของเขาทอดยาวบดบังแสงไฟสลัวจากห้องโถง ใบหน้าคมคายนั้นเรียบเฉยจนน่ากลัว ดวงตาคู่ที่มักจะอ่อนโยนเวลาจดจ่ออยู่กับการแล่ปลา กลับวาวโรจน์ด้วยความสับสนและปฏิเสธที่จะยอมรับความจริงที่รินเพิ่งค้นพบ “ริน... เรื่องที่เห็นเมื่อกี้ อย่าเก็บเอาไปคิดมาก” เสียงทุ้มต่ำของอาคิระแหบพร่า “บางอย่างมันก็ตายไปพร้อมกับอดีตได้ ถ้าเราไม่ไปขุดมันขึ้นมา” “แต่ถ้าอดีตมันยังตามมาหลอกหลอนจนคุณไม่มีความสุข แล้วผมจะมองคนรักของตัวเองจมดิ่งอยู่กับมันเฉยๆ ได้ยังไงคะ?” รินเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย แววตาของเขามีความมุ่งมั่นที่เปลี่ยนไปจากชายหนุ่มขี้กังวลคนเดิมอย่างสิ้นเชิง รินไม่รอคำตอบ เขาหยิบชามผสมใบใหญ่ขึ้นมา วางแป้งสาลี เนยสด และกลิ่นหอมหวานล้ำลึกของฝักวานิลลาเกรดพรีเมียมลงบนเคาน์เตอร์ กลิ่นหอมนวลชวนให้ใจสงบเริ่มกระจายตัวไปทั่วห้องครัว รินเริ่มลงมือทำขนมตามสูตรของคุณปู่—สูตรลับที่เขาไม่เคยเผยแพร่ให้ใคร เพราะมันไม่ได้มีไว้เพื่อความอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่มันคือ ‘คำขอโทษ’ ของตระกูลที่เคยใช้เยียวยาจิตใจที่แตกสลาย เสียงแส้ตีไข่กระทบกับชามแก้วดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ รินตั้งใจตีส่วนผสมจนขึ้นฟู สีเหลืองนวลดูราวกับไอแดดอุ่นๆ ที่จะละลายน้ำแข็งในใจของคนตรงหน้า การเคลื่อนไหวของเขานุ่มนวลแต่เด็ดขาด อาคิระขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมของวานิลลาที่ผสมกับกลิ่นแป้งอบอวลอยู่รอบตัวเขา ราวกับถูกมนต์สะกดให้หยุดนิ่ง “จำได้ไหมคะ อาคิระ... ตอนที่คุณสอนผมจับมีดครั้งแรก คุณบอกว่าอาหารคือตัวแทนของความซื่อสัตย์” รินพูดขณะบรรจงหยอดเนื้อแป้งลงในพิมพ์ “คุณปู่เคยบอกว่า ถ้าอยากจะก้าวผ่านความเจ็บปวด สิ่งแรกที่ต้องทำคือยอมรับความหวานของชีวิตก่อนจะขมขื่นกับความจริง” อาคิระนิ่งไปนาน สายตาเขามองมือของรินที่ค่อยๆ จัดแต่งหน้าขนมด้วยความบรรจง ความโกรธที่เคยปกคลุมเขาก่อนหน้านี้ค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่รอการเติมเต็ม ขนมชิ้นนั้นถูกเลื่อนมาวางไว้ตรงหน้าเขา กลิ่นหอมฟุ้งจนน่าใจหาย “ผมไม่ได้อยากรู้ความลับของคุณเพื่อซ้ำเติมนะ” รินกระซิบเบาๆ “แต่ผมอยากรู้เพื่อที่จะได้เดินไปพร้อมกับคุณ ไม่ใช่ยืนดูคุณจากตรงนี้... ในฐานะคนนอก” อาคิระเอื้อมมือที่สั่นเทาไปจับขอบจาน เขาไม่ได้แตะต้องขนม แต่สายตาของเขากลับจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของริน ราวกับกำลังตัดสินใจว่าสมควรจะเปิดเผยความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้รอยแผลเป็นในใจหรือไม่ กลิ่นวานิลลายังคงฟุ้งกระจาย แต่มันกลับทำให้บรรยากาศที่เคยบีบคั้นเริ่มอ่อนโยนลง ความเงียบเริ่มเปลี่ยนสถานะจากความกดดันเป็นความโหยหา ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูโฮมสเตย์ ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่รุนแรงจนบานเลื่อนไม้สั่นสะเทือน อาคิระชะงักกึก สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความเศร้าเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำจากด้านนอกที่เอ่ยเรียกชื่อเขาด้วยความคุ้นเคย “อาคิระ... แกอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วยสินะ” รินหันไปมองประตูด้วยความใจหาย เมื่อเงาของผู้มาเยือนปรากฏชัดผ่านกระดาษกั้นห้อง ร่างนั้นดูสูงใหญ่และทรงอำนาจจนเขารู้สึกได้ถึงความเย็นเยือกที่แล่นเข้าสู่ไขสันหลัง อาคิระรีบลุกขึ้นยืนบังตัวรินไว้ข้างหลัง มือของเขาที่เคยกุมจานขนมบีบแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ก่อนจะหันมามองรินด้วยสายตาที่แตกสลาย “อย่าออกไป... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ห้ามออกมาเด็ดขาด” ด้วยประโยคสุดท้ายที่ดูเหมือนคำสั่งเสีย อาคิระก็ก้าวออกไปเผชิญหน้ากับความจริงที่เขาพยายามหนีมาตลอดชีวิต ทิ้งให้รินยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางกลิ่นหอมหวานของวานิลลาที่บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นอายของความโชคร้ายที่กำลังจะมาถึง ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านบททดสอบของรินและอาคิระมาด้วยกันนะคะ หิมะแรกในโตเกียวจะรอพบกับทุกคนในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับอุ่นไอในโฮมสเตย์ริมแม่น้ำคาโมะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%