สูตรรักฉบับอุ่นไอในโฮมสเตย์ริมแม่น้ำคาโมะ•ตอนที่ 8

กำแพงที่ก่อตัวขึ้น

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือกรอบประตูไม้สนกsugiกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง แต่มันไม่ได้ให้ความรู้สึกต้อนรับอบอุ่นเหมือนทุกครั้ง เสียงนั้นแหลมคมราวกับเศษแก้วที่บาดบรรยากาศยามบ่ายของ "คาโมะกาวะ โฮมสเตย์" ให้ขาดวิ่น รินกำลังงละเลงซอสมิโซะสูตรพิเศษลงบนแผ่นมะเขือม่วงด้วยความประณีต กลิ่นหอมหวานของเต้าเจี้ยวหมักที่ผสมกับมิรินและเหล้าสาเกกำลังส่งกลิ่นเย้ายวนบนเตาย่างไร้ควัน แต่กลิ่นหอมนั้นกลับถูกกลบด้วยความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากโถงทางเดินด้านหน้า เขาวางแปรงขนสัตว์ลง เงยหน้าขึ้นเพื่อจะกล่าวทักทายลูกค้าตามมารยาท แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่แค่ลำคอ ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเทาเข้มไร้รอยยับ ยืนพิงเสาไม้สนของห้องโถงด้วยท่าทีสบายจนเกินงาม เส้นผมเซ็ตเข้าทรงอย่างเนี้ยบ ใบหน้าคมคายติดจะเจ้าชู้ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา ดวงตาเรียวรีคู่นั้นกวาดมองไปรอบโฮมสเตย์ด้วยสายตากึ่งดูแคลนกึ่งขบขัน ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ร่างของอาคิระซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการหั่นปลาซาบะที่เคาน์เตอร์ครัวเปิด "ไม่นึกเลยนะว่าจะมาหลบอยู่ในรูหนูเก่าๆ แบบนี้... อาคิระ" น้ำเสียงนั้นทุ้มนุ่มและราบเรียบ แต่แฝงความเยาะหยันไว้อย่างแนบเนียน มีดทำครัวในมือของอาคิระหยุดชะงักกึกทันที รินเห็นแผ่นหลังกว้างของชายผู้เป็นเสาหลักทางใจของโฮมสเตย์แข็งทื่อขึ้นมาในเสี้ยววินาที สันหลังของอาคิระเกร็งแน่นจนกล้ามเนื้อใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวไวับขึ้นรูป นิ้วมือที่เรียวยาวและมักจะนิ่งสงบเสมอขณะถือมีด บัดนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ ปลายนิ้วนั้นขาวซีดจนน่ากลัว "คุณ... มาทำไมที่นี่" เสียงของอาคิระแหบพร่า ไร้ซึ่งความมั่นคงและนุ่มลึกอย่างเคย มันคือเสียงที่ถูกบีบเค้นออกมาจากซอกหลืบความทรงจำที่พยายามฝังกลบมาเนิ่นนาน รินขยับตัวออกจากหน้าเตา ความร้อนจากเตาย่างมะเขือม่วงไม่อาจช่วยบรรเทาความหนาบอตที่จู่ๆ ก็ก่อตัวขึ้นในอกของเขาได้ เขารู้สึกถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวอาคิระ—สัญญาณที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลยตั้งแต่รู้จักกัน แขกผู้มาเยือนหัวנסเบาๆ ในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์ทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นเสื่อทาทามิส่งเสียงดังน่ารำคาญใจ "ฉันแค่ผ่านมาแถวเกียวโต... เลยแวะมาดูว่า 'เชฟอัจฉริยะ' ที่เคยทำลายอนาคตของตัวเองในกินซ่า ตอนนี้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางกลิ่นโคลนกลิ่นสาบแม่น้ำยังไงบ้าง" ชายคนนั้นหยุดยืนห่างจากเคาน์เตอร์เพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาคมกริบจ้องมองอาคิระราวกับสัตว์ป่ากำลังมองเหยื่อที่จนมุม "น่าสมเพชดีนะ อาคิระ คิดว่าจะหนีพ้นรึไง?" รินพุ่งตัวเข้ามาขวางระหว่างอาคิระกับชายแปลกหน้าคนนั้นทันที สัญชาตญาณการปกป้องบางอย่างพุ่งพล่านขึ้นมาในอก แม้ขาของเขาจะสั่นน้อยๆ แต่แววตาที่มองผู้บุกรุกกลับแข็งกร้าว "ขอโทษนะครับ ที่นี่คือโฮมสเตย์ส่วน ้า ถ้าคุณไม่ใช่ลูกค้าที่มาพัก กรุณาออกจากพื้นที่ส่วนตัวของเราด้วย" รินเอ่ยเสียงเรียบ พยายามควบคุมไม่ให้เสียงสั่น ชายคนนั้นเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกสนุก กวาดสายตามองรินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ "อ๋อ... มีเด็กคอยปกป้องด้วยเหรอเนี่ย? รสนิยมต่ำลงจนน่าใจหายเลยนะ อาคิระ จากทายาทร้านอาหารมิשלินสามดาว สู่การเป็นเด็กเสิร์ฟในโฮมสเตย์โทรมๆ กับเด็กเสิร์ฟหน้าจืดเนี่ยนะ?" รินรู้สึกเหมือนเลือดในกายพุ่งขึ้นมาที่ใบหน้า กำปั้นของเขาเม้มแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้สวนกลับอะไรที่รุนแรงกว่านี้ มือเย็นเฉียบข้างหนึ่งก็เอื้อมมาแตะที่แขนของเขาเบาๆ มันเป็นสัมผัสที่สั่นเทา... และเปราะบางเสียจนรินต้องสะดุ้ง "ริน... พอเถอะ" เสียงของอาคิระเบาหวิว ราวกับลมหายใจที่รวยริน รินหันกลับไปมองและต้องตกใจกับภาพที่เห็น ใบหน้าคมคายที่มักจะสงบนิ่งและหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีเสมอ บัดนี้กลับซีดเผือดไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากและขมับ ดวงตาที่เคยลึกล้ำและมั่นคง กลับเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หายใจหอบถี่ราวกับออกซิเจนในห้องนี้ถูกสูบออกไปจนหมด อาการวิตกกังวลขั้นรุนแรง (Panic Attack) ที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้เกราะกำบังอันเงียบงันมาตลอด กำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตาเขา ชายในชุดสูทหัวเราะเยาะในลำคออีกครั้ง ยื่นนามบัตรสีดำสนิทขอบทองลงบนเคาน์เตอร์ไม้ "ฉันพักอยู่ที่โรงแรมใกล้สถานีเกียวโต ถึงพรุ่งนี้บ่าย... ถ้ายังมีสำนึกเหลืออยู่ ว่านายทำลายชีวิตใครไปบ้าง ก็มาคุยกันซะ อาคิระ อย่าทำตัวเป็นขี้ขลาดตาขาวไปหน่อยเลย" พูดจบ เขาก็หันหลังเดินกลับออกไปอย่างลอยชาย ทิ้งเสียงกระดิ่งทองเหลืองที่ดังกรุ๊งกริ๊งบาดหูไว้เบื้องหลัง *ปัง!* เสียงประตูด้านนอกปิดลง แต่ความเงียบที่ตามมานั้นกลับน่าอึดอัดยิ่งกว่า อาคิระทรุดตัวลงพิงกับตู้เก็บจานด้านหลัง ร่างกายสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ ลมหายใจติดขัดจนเกิดเสียงดังฮืดฮาดในลำคอ มือทั้งสองข้างยกขึ้นกุมศีรษะแน่นราวกับพยายามป้องกันตัวเองจากเสียงก้องในหัวที่ไม่มีใครได้ยิน "อาคิระ!" รินทิ้งทุกอย่าง พุ่งเข้าไปประคองร่างที่กำลังจะทรุดลงไปกองกับพื้น เขาโอบไหล่กว้างนั้นไว้แนบอก รับรู้ได้ถึงความหนIาวสั่นและแรงสั่นสะเทือนจากภายในของอีกฝ่าย "หายใจเข้าลึกๆ ครับ อาคิระ... มองผม มองผมนะ" รินพยายามเกลี่ยเส้นผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากของชายหนุ่ม น้ำตาเอ่อคลอเบ้าด้วยความเจ็บปวดที่เห็นคนรัก (ในความรู้สึกที่เพิ่งก่อตัวขึ้น) แตกสลายลงตรงหน้า "ผมอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครทำอะไรคุณแล้ว" อาคิระเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำ เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ความรู้สึกผิด และบาดแผลในอดีตที่ยังไม่เคยตกสะเก็ด มือที่สั่นเทาคว้าชายเสื้อของรินไว้แน่น ราวกับกลัวว่ารินจะหายตัวไปเหมือนกับคนอื่นๆ ในอดีต ริมฝีปากสั่นระริกของอาคิระขยับช้าๆ เปล่งเสียงกระซิบที่แทบไม่ได้ยินออกมา "เขา... เขาคือกataware... คนที่ฉันเคยผลักไสให้ตกนรกเมื่อสามปีก่อน..." รินชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบ ปมในอดีตที่อาคิระไม่เคยยอมปริปากเล่ากำลังถูกเปิดเผยออกมาในวันที่เปราะบางที่สุด และก่อนที่รินจะทันได้เอ่ยคำปลอบโยนใดๆ เพื่อดึงอาคิระกลับมาจากขอบเหวแห่งความทรงจำนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นอีกครั้งที่หน้าประตูกระจกของโฮมสเตย์ เงาร่างของใครบางคนทาบทับลงมาผ่านผ้าม่านสีคราม ร่างนั้นหยุดยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับเสียงทักทายที่ทำเอารินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด— "อ้าว อาคิระ... ไม่เจอกันนานเลยนะ ลูกชายเนรเทศ... ยังไม่ตายอยู่อีกเหรอเนี่ย?" ________________________________________ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและโอบกอดแผลใจของอาคิระและรินไปด้วยกันนะครับ - หิมะแรกในโตเกียว
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับอุ่นไอในโฮมสเตย์ริมแม่น้ำคาโมะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%