กลิ่นอายอับชื้นของหินโบราณและไอความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากผนังถ้ำคือนิยามเดียวที่เราสัมผัสได้ในวินาทีที่เงาดำนับร้อยจากเหตุการณ์เบื้องล่างถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ความเงียบงันภายในถ้ำศักดิ์สิทธิ์ของกริฟฟินไม่ได้ช่วยให้หัวใจที่เต้นระรัวของเซเลน่าสงบลงเลยแม้แต่น้อย ปลายเท้าที่ก้าวเหยียบบนพื้นหินอัคนีส่งเสียงก้องกังวานเบา ๆ สะท้อนไปตามผนังถ้ำหินอ่อนสีขาวนวลที่ถูกอาบไล้ด้วยแสงเรืองรองสีทองอ่อน ๆ จากผลึกเวทมนตร์โบราณที่ฝังตัวอยู่ตามธรรมชาติ
"อย่าเดินเหม่อสซิ เซเลน่า... ถ้าเธอพลาดเหยียบผิดแผ่นศิลา อาคมป้องกันของราชלבันย์กริฟฟินอาจจะตื่นขึ้นมาต้อนรับเราด้วยการบดขยี้กระดูกจนละเอียดเป็นผุยผงเลยนะ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความกังวลอย่างปิดไม่มิดดังขึ้นจากด้านหลัง ลูคัสก้าวเท้าเข้ามาประชิดอย่างระแวดระวัง นัยน์ตาสีเทาเข้มกวาดมองไปรอบโถงถ้ำกว้างใหญ่ที่ประดับประดาด้วยซากโครงกระดูกอสุรกายโบราณและขนนกสีทองอร่ามที่ยังคงเปล่งประกายเวทมนตร์จาง ๆ ชายหนุ่มยกมือขึ้นปัดฝุ่นออกจากไหล่เสื้อเครื่องแบบนักเรียนอาร์คานาที่ยับยู่ยี่ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศที่ตึงเครียด
เซเลน่าหยุดเดิน เธอหันกลับไปมองเพื่อนร่วมทาง ร่างบางสั่นเทาน้อย ๆ ไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บ แต่เป็นเพราะภาพความมืดมิดและเสียงหัวเราะเยือกเย็นของดาร์คิสยังคงติดอยู่ในโสตประสาท "ลูคัส... เราทำถูกแล้วจริง ๆ ใช่ไหมคะที่หนีมาที่นี่? ถ้าเกิดว่า... ถ้าเกิดว่าพวกเขายังตามมาเจออีก..."
"ไม่มีใครตามมาทั้งนั้น" ลูคัสตัดบทด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เขาก้าวเข้ามาใกล้จนเซเลน่าสามารถสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่าย ดวงตาคมกริบมองสบตาเด็กสาวด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ปากหนาเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง "ที่นี่คือเขตอาคมโบราณที่แม้แต่สภาเวทมนตร์ยังไม่กล้าก้าวก่าย... และที่สำคัญ ฉันอยู่ที่นี่ เธอไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น"
คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้ความกังวลของเซเลน่าหายไปทั้งหมด แต่มันกลับสร้างความอุ่นวาบขึ้นในอกอย่างประหลาด เด็กสาวก้มหน้าหลบสายตาซ่อนพวงแก้มที่ขึ้นสีเรื่อไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ แล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับใจกลางถ้ำ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของแท่นหินศิลาศักดิ์สิทธิ์ ที่ซึ่งราชלבันย์กริฟฟินในตำนานเคยใช้หลับใหล
เบื้องหน้าของพวกเขาคือแท่นหินวงกลมขนาดใหญ่ รอบล้อมด้วยสายธารลาวาที่ไหลวนอย่างสงบแต่ทรงพลัง ละอองแสงสีทองลอยละล่องอยู่ในอากาศราวกับเกล็ดหิมะยามต้องแสงอาทิตย์ เซเลน่าสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติ เธอยกมือขึ้นสัมผัสสร้อยคอรูปขนนกที่ห้อยอยู่บริเวณลำคอ ซึ่งเป็นมรดกชิ้นเดียวที่หลงเหลือจากครอบครัว ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส อัญมณีเวทมนตร์ก็เริ่มสั่นไหวและเปล่งแสงสว่างจ้าแข่งกับผลึกเวทในถ้ำ
"พลังในตัวเธอกำลังตอบสนอง..." ลูคัสพึมพำเบา ๆ ขณะถอยหลังเว้นระยะห่างเพื่อให้พื้นที่แก่เด็กสาว "จำที่อาจารย์เคยสอนไว้ได้ไหม เซเลน่า? อย่าพยายามฝืนควบคุมธาตุแสงด้วยความกลัว แต่จงใช้ความมุ่งมั่นและความปรารถนาที่จะปกป้อง... เป็นสะพานเชื่อมโยง"
เซเลน่าหลับตาลง ปล่อยให้จิตใจล่องลอยเข้าสู่ภวังค์แห่งสมาธิ ภาพเหตุการณ์วันที่สูญเสียทุกสิ่งวนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง ความเจ็บปวด ความโดดเดี่ยว และความหวาดกลัวที่เคยกัดกินหัวใจ ค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยภาพรอยยิ้มของเพื่อนพ้อง ภาพของลูคัสที่ยืนหยัดปกป้องเธอ และความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาที่มืดมน
*ฟึบ!*
ออร่าสีทองบริสุทธิ์ระเบิดออกจากร่างของเซเลน่าทันที คลื่นพลังเวทมนตร์ธาตุแสงพวยพุ่งขึ้นสู่เพดานถ้ำจนเกิดเสียงก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของสัตว์วิหาร ลมพายุหมุนวนขนาดย่อมก่อตัวขึ้นรอบตัวเด็กสาว เส้นผมสีเงินยวงปลิวไสวไปตามแรงลม นัยน์ตาสีมรกตที่ลืมขึ้นในตอนนี้ไม่ได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายแสงแห่งความเด็ดเดี่ยวที่สว่างเจิดจ้าเสียจนลูคัสต้องยกแขนขึ้นบังแสงที่สะท้อนเข้าตา
ทว่า... ในขณะที่พลังเวทกำลังหลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณของกริฟฟินจนเกิดเป็นเกราะป้องกันสีทองอร่ามปกคลุมไปทั่วร่างของเซเลน่า เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและไร้ซึ่งความเกรงกลัวใด ๆ ก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงพายุเวทมนตร์
*แปะ... แปะ... แปะ...*
เสียงปรบมือช้า ๆ ดังมาจากความมืดมิดของอุโมงค์แยกอีกด้านหนึ่งของถ้ำ ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามที่แม้แต่ตำนานก็ไม่เคยกล่าวถึง เงาร่างสูงโปร่งก้าวเดินออกมาจากความมืด ใบหน้าคมคายนั้นประดับด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่คุ้นเคย ดวงตาสองสีที่สะท้อนแสงไฟจากลาวาจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความสนุกสนานราวกับกำลังชมละครสัตว์
"ช่างเป็นภาพการฝึกฝนที่น่าประทับใจเสียจริง..." เสียงทุ้มติดจะเยွยหยันของดาร์คิสลอยละล่องมาตามอากาศ เขายกมือขึ้นทัดปอยผมสีดำสนิทที่ตกลงมาปรกหน้าผาก ก้าวเข้ามาใกล้เขตอาคมศักดิ์สิทธิ์โดยไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวต่อแรงกดดันของกริฟฟินเลยแม้แต่น้อย "น่าเสียดายนะ... ที่ความพยายามทั้งหมดของเธอในวันนี้ จะกลายเป็นเพียงแค่การเตรียมของขวัญชิ้นเอก... ให้กับพิธีกรรมปลุกวิญญาณความมืดของตระกูลฉันเท่านั้น"
ลูคัสพุ่งตัวเข้ามาขวางหน้าเซเลน่าทันที ดาบอัศวินในมือถูกเรียกออกมาสะท้อนแสงสีส้มจากลาวา ปลายดาบชี้ตรงไปยังอกของอีกฝ่ายด้วยแววตาดุดัน "ถอยไปซะ ดาร์คิส! นายกล้าดียังไงถึงตามมาถึงที่นี่!"
ดาร์คิสหัวเราะในลำคอเบา ๆ สายตาคมปลาบกวาดมองลูคัสด้วยความเวทนา ก่อนที่รอยยิ้มบนใบหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมในพริบตา "นายคิดจริง ๆ หรือว่า... ประตูอาคมโบราณบ้าบอนี่ จะสามารถกีดกันคนที่มี 'สายเลือดที่แท้จริง' อย่างฉันได้ตั้งแต่แรกกันล่ะ, ลูคัส?"
สิ้นคำพูดนั้น พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแตกสีดำทมิฬนับร้อยปรากฏขึ้นทั่วพื้นถ้ำศักดิ์สิทธิ์ และก่อนที่เซเลน่าจะได้ตั้งตัว อัญมณีสีทองบนแท่นบูชาก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทพร้อมกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณโบราณที่ดังสนั่นไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเวทมนตร์แห่งแสงนี้นะคะ
พันธสัญญาแสงแห่งละอองเวท: ณ โรงเรียนเวทมนตร์อาร์คานา•ตอนที่ 48
การฝึกฝนในสถานที่ลับ
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธสัญญาแสงแห่งละอองเวท: ณ โรงเรียนเวทมนตร์อาร์คานา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!