แรงสั่นสะเทือนจากศิลาผนึกใต้หอคอยดาราศาสตร์ยังไม่ทันจางหาย เสียงประกาศจากมาสเตอร์เอเลนก็ดังสะท้อนก้องผ่านโครงข่ายเวทมนตร์กระจายเสียงไปทั่วทุกตารางนิ้วของโรงเรียนเวทมนตร์อาร์คานา ความเงียบงันที่น่ากลัวเข้าปกคลุมห้องโถงใหญ่ในชั่วพริบตา ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเสียงฮือฮาตื่นตระหนกของเหล่าคณาจารย์และนักเรียนนับร้อยคนที่กำลังวิ่งวุ่น
เซเลน่ายืนนิ่งอยู่กลางความอลหม่านนั้น มือเรียวบางกำคทาเวทมนตร์ประจำตัวแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขาวซีด แสงเรืองรองสีทองอ่อนจากธาตุแสงบริสุทธิ์ภายในร่างของเธอกำลังสั่นไหวตามจังหวะชีพจรที่เต้นระรัว เหตุการณ์เมื่อคืนยังคงฉายชัดอยู่ในห้วงคำนึง รอยร้าวสีม่วงอมดำที่แผ่ขยายบนบาเรียคุ้มกันโรงเรียน และเงาสีดำทมิฬที่พยายามจะกลืนกินทุกสิ่ง ทำให้เธอรู้ดีว่าการประกาศปิดโรงเรียนชั่วคราวไม่ใช่แค่มาตรการป้องกันธรรมดา แต่มันคือสัญญาณเตือนถึงมหันตภัยที่กำลังจะมาถึง
"เซเลน่า! เธอฟังฉันอยู่หรือเปล่า?"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับแรงจับที่หัวไหล่เบาๆ ลูคัสก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ สีหน้าของเด็กหนุ่มทายาทตระกูลอัศวินผู้พิทักษ์เคร่งเครียด ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวอย่างระแวดระวัง แม้ชุดเครื่องแบบนักเรียนของเขาจะดูเรียบร้อยไม่มีที่ติ แต่รอยเปื้อนฝุ่นและคราบเขม่าควันบริเวณปลายแขนเสื้อฟ้องชัดเจนว่าเขาเพิ่งผ่านการต่อสู้เพื่อตรึงกำลังแนวป้องกันทิศใต้มาหมาดๆ
"ฉันฟังอยู่ค่ะ ลูคัส..." เซเลน่าเงยหน้าขึ้นสบตาเขา น้ำเสียงของเธอเบาหวิวแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว "มาสเตอร์เอเลนสั่งให้ทุกคนเตรียมอพยพไปที่ค่ายพักแรมชั่วคราว ณ หุบเขาจันทราทอแสง ภายในหนึ่งชั่วโมงนี้ใช่ไหมคะ?"
"ใช่ และสถานการณ์แย่กว่าที่คิด" ลูคัสผ่อนลมหายใจยาวเพื่อกดความกังวลไว้ใต้ท่าทีสุขุม "เวทมนตร์เคลื่อนย้ายมิติขนาดใหญ่ถูกรบกวนจากพลังงานความมืดภายนอก พวกเราไม่สามารถวาร์ปนักเรียนทั้งหมดออกไปพร้อมกันได้... เราต้องเดินเท้าผ่านป่าเวทมนตร์โบราณ ซึ่งตอนนี้พวกมันกำลังดักรออยู่"
คำพูดของลูคัสทำให้ความหนาแน่นในบรรยากาศรอบตัวเพิ่มสูงขึ้นทันที ป่าเวทมนตร์โบราณขึ้นชื่อเรื่องความอันตรายอยู่แล้ว การต้องพาเหล่านักเรียนที่ยังขาดประสบการณ์ต่อสู้ฝ่าดงสัตว์วิเศษกลายพันธุ์และอิทธิฤทธิ์มืดในยามที่บาเรียโรงเรียนล่มสลาย ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่น้อย
"แล้วเด็กๆ ปีหนึ่งล่ะคะ? พวกเขาจะไหวไหม..." เซเลน่ากวาดสายตามองไปทางกลุ่มนักเรียนรุ่นน้องที่กำลังกอดกันด้วยความหวาดกลัว บางคนถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความขวัญเสีย ภาพความทรงจำในวันที่เธอสูญเสียครอบครัวไปเพราะเหตุการณ์ลักษณะนี้แวบเข้ามาในหัว ทำให้หัวใจของเธอเจ็บแปลบจนแทบหายใจไม่ออก
"ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น" เสียงราบเรียบแต่ทรงพลังดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง ทั้งเซเลน่าและลูคัสหันไปมองพร้อมกัน ดาร์คิสกำลังก้าวเท้าเข้ามาหาพวกเธอด้วยท่าทีเย่อหยิ่งตามเคย แม้รอยยิ้มมุมปากจะดูเย้ยหยันเช่นเคย แต่ประกตาในดวงตาสีรัตติกาลของเขากลับเต็มไปด้วยความจริงจังที่หาได้ยากยิ่ง "ฉันจัดเตรียมอาคมป้องกันภัยเฉพาะตัวสำหรับกลุ่มปีหนึ่งไว้แล้ว พวกเขาจะปลอดภัย... อย่างน้อยก็จนกว่าจะพ้นเขตแนวป่าชั้นนอก"
ลูคัสหรี่ตาลงจ้องมองคู่ปรับตลอดกาลทันที มือขวาขยับไปแตะด้ามดาบข้างเอวตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว "นายทำแบบนั้นทำไม ดาร์คิส? ปกติแล้วนายไม่ค่อยชอบยุ่งเรื่องคนอื่นไม่ใช่หรือไง หรือว่านี่เป็นแผนการอะไรบางอย่างของตระกูลนายกันแน่"
ดาร์คิสหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตารubวับอย่างนึกสนุกก่อนจะเหลือบมองเซเลน่า "อย่ามองฉันด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้นเลยน่า อัศวินน้อย ถึงตระกูลของฉันจะสนใจในพลังความมืด แต่ฉันก็ไม่ได้อยากเห็นโรงเรียนนี้พังทลายต่อหน้าต่อตาหรอกนะ... อีกอย่าง เซเลน่าคงไม่ยอมให้ฉันทำอะไรบ้าๆ แบบนั้นแน่จริงไหม?"
เซเลน่าเม้มริมฝีปากแน่น เธอก้าวเข้าไปยืนขวางกลางระหว่างชายหนุ่มทั้งสองคนเพื่อลดระดับความตึงเครียดที่คุกกรุ่นขึ้นมา "ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาทะเลาะกันนะคะ ลูคัส, ดาร์คิส... พวกเราต้องร่วมมือกัน ถ้าเราแตกคอกันเองตั้งแต่ยังไม่ทันออกจากประตูโรงเรียน ทุกคนที่อยู่ที่นี่จะไม่รอดสักคน"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ลูคัสถอนหายใจยาวอย่างจำยอม เขายอมลดมือลงจากด้ามดาบแต่โดยดีเพราะคำพูดของเซเลน่ามีน้ำหนักมากเกินกว่าจะปฏิเสธ ในขณะที่ดาร์คิสเพียงแค่ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก แต่ก็ไม่ได้เอ่ยคำพูดกวนประสาทใดๆ ออกมาอีก
"ตกลงตามนี้" ลูคัสเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงจริงจังขึ้นกว่าเดิม "ฉันจะนำหน้าขบวนอพยพ คอยเคลียร์เส้นทางและรับมือกับสัตว์วิเศษที่อาจจะเข้ามาโจมตี ส่วนนาย ดาร์คิส คอยคุมเชิงอยู่ด้านหลัง ป้องกันการตลบหลังจากพวกเงาทมิฬที่ตามรอยเรามา"
"แล้วเธอล่ะ เซเลน่า?" ดาร์คิสเลิกคิ้วถาม ปรายตาไปมองเด็กสาวผู้ครอบครองธาตุแสงบริสุทธิ์
"ฉันจะอยู่ตรงกลาง คอยรักษาอาการบาดเจ็บและเติมพลังเวทให้กับทุกคนที่อ่อนล้าค่ะ" เซเลน่าตอบรับด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้น แม้ลึกๆ ในใจมือของเธอจะยังสั่นเทาอยู่ก็ตาม เธอยกคทาขึ้นจรดหน้าอก หลับตาลงชั่วครู่เพื่อสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดึงเอาความอบอุ่นจากแสงสว่างภายในจิตวิญญาณแผ่ขยายออกมารอบตัวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ทุกคน
ทว่า ในวินาทีที่ระฆังเวทมนตร์เตือนภัยครั้งสุดท้ายดังสนั่นหวั่นไหว ท้องฟ้าเหนือหอคอยอาร์คานาก็พลันเปลี่ยนเป็นสีเลือด เมฆหมอกสีดำทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วราวกับมีชีวิต พร้อมๆ กับการปรากฏตัวของร่างเงาสูงโปร่งในชุดคลุมสีเทาเข้มที่ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง
แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านลงมาจนเหล่านักเรียนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ลูคัสและดาร์คิสชักอาวุธออกมาตั้งรับโดยอัตโนมัติ ร่างกายของพวกเขาสั่นสะท้อนด้วยความหวาดกลัวที่ไม่อาจควบคุม
ร่างในชุดคลุมสีเทายกฮู้ดขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้เงาหมวก ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นกวาดมองลงมายังกลุ่มของเซเลน่า ก่อนที่ริมฝีปากแห้งผากจะขยับเอื้อนเอ่ยชื่อที่ทำให้หัวใจของเด็กสาวหยุดเต้นไปชั่วขณะ
"ในที่สุดเราก็ได้พบกันเสียที... ทายาทแห่งแสงสว่างคนสุดท้าย เจ้าคิดว่าจะหนีพ้นจากพันธสัญญาแห่งความมืดนี้ไปได้จริงๆ งั้นหรือ?"
เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังก้องกังวานไปทั่วอาณาบริเวณ พร้อมกับเงาดำนับร้อยที่พุ่งทะยานออกมาจากพื้นดินปิดกั้นเส้นทางอพยพทุกทางไว้จนหมดสิ้น...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเวทมนตร์บทนี้ด้วยกันนะคะ
พันธสัญญาแสงแห่งละอองเวท: ณ โรงเรียนเวทมนตร์อาร์คานา•ตอนที่ 47
การอพยพนักเรียน
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธสัญญาแสงแห่งละอองเวท: ณ โรงเรียนเวทมนตร์อาร์คานา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!