เศษซากศิลาเวทมนตร์สีนิลร่วงหล่นกราวลงราวกับหยาดฝนแห่งความตาย ทว่าไม่มีเสียงกรีดร้องใดเล็ดลอดผ่านริมฝีปากที่เม้มแน่นจนเป็นเส้นตรงของเซเลน่าได้เลยแม้แต่น้อย
ดวงตากลมโตคู่สวยสะท้อนภาพเปลวเพลิงสีม่วงอมดำที่กำลังแผดเผาหอคอยทิศตะวันตกของสถาบันอาร์คานา แรงกดดันมหาศาลจากกลิ่นอายความมืดแผ่ซ่านจนอากาศรอบกายหนาหนักราวกับถูกถมทับด้วยตะกั่วร้อนระอุ เบื้องหน้าของเธอคือดาร์คิส—ผู้ซึ่งเคยยืนอยู่เคียงข้างในฐานะเพื่อนร่วมชั้น ทว่าบัดนี้เงาแห่งความทะเยอทะยานได้กลืนกินดวงตาคู่นั้นจนมืดสนิท รอยยิ้มหยันบนมุมปากของเขาช่างบาดลึกเสียยิ่งกว่าคมดาบ
"เธอจะดื้อรั้นไปเพื่ออะไรกัน เซเลน่า?" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบของดาร์คิสลอยละลิ่วมาตามกระแสลมที่ปั่นป่วน "พลังแสงบริสุทธิ์ที่เธอโหยหานักหนา... สุดท้ายมันก็ปกป้องใครไม่ได้หรอก แม้แต่ครอบครัวของเธอก็ยังถูกกลืนหายไปในความมืดมนนั้น ไม่ใช่หรือ?"
คำพูดนั้นจี้เข้าที่แผลเป็นในใจอย่างแม่นยำ หัวใจของเด็กสาวกระตุกวูบ ร่างกายชาดิกราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำ ความทรงจำอันเลือนรางในคืนเพลิงผลาญเมื่อหลายปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในห้วงความคิด—เสียงกรีดร้อง กลิ่นอายของความสูญเสีย และความโดดเดี่ยวที่กัดกินวิญญาณ
ทว่า... ในวินาทีที่ความมืดกำลังจะเข้ากัดเซาะหัวใจ ลมหายใจอุ่นร้อนที่คุ้นเคยก็ทาบทับลงมาจากด้านหลัง
"อย่าไปฟังคำพูดของมัน, เซเลน่า"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือด้วยความเหนื่อยล้าแต่มั่นคงอย่างยิ่งยวดดังขึ้น ลูคัสก้าวออกมาเบื้องหน้าเธอ ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบอัศวินฝึกหัดชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและคราบเขม่าควัน ดาบในมือของเขาแตกสละสลวยจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม แต่แผ่นหลังกว้างนั้นยังคงยืนหยัดเป็นโล่กำบังให้เธออย่างไม่ลังเล แม้ว่ารอยแผลฉีกขาดที่ต้นแขนจะยังมีหยดเลือดไหลรินลงมาตามปลายนิ้วก็ตาม
เซเลน่ามองแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้นจนจุกอก ปากบางสั่นระริก "ลูคัส... แผลของคุณ..."
"ฉันยังไหว" ลูคัสตอบสั้นๆ โดยไม่หันกลับมามอง แต่ดวงตาคมกริบที่สะท้อนแสงไฟจากสนามรบกลับฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "ตราบใดที่ฉันยังยืนอยู่ตรงนี้ จะไม่มีใครแตะต้องเส้นผมของเธอได้แม้แต่เส้นเดียว... ดาร์คิส อยากจะลองผ่านศพฉันไปก่อนไหมล่ะ?"
ดาร์คิสหัวسเราะในลำคอ ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความเย้ยหยัน "อัศวินผู้ภักดี... ช่างเป็นภาพที่น่าเวทนาเสียจริง ลูคัส นายคิดว่าพลังธาตุดินกระจอกๆ ของนาย จะต้านทานพลังแห่งความมืดที่ฉันสะสมมาตลอดสี่ปีได้งั้นหรือ?"
สิ้นเสียงคำราม ดาร์คิสสะบัดมือขวาอย่างรุนแรง มวลสารสีดำสนิทรวมตัวกันเป็นหอกอัสนีทมิฬขนาดมหึมา พลังงานดิบเถื่อนถูกปลดปล่อยออกมาจนพื้นศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นลายใยแมงมุม มันพุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วสูงราวกับอสนีบาตแห่งความตายที่หมายจะปลิดชีพคนทั้งคู่ในคราเดียว
"ระวัง!" เซเลน่าอุทานลั่น
ทว่าลูคัสไม่ได้ถอยหนี เขากระทืบเท้าลงบนพื้นศิลาเบื้องหน้าอย่างเต็มแรง เวทมนตร์ธาตุดินระดับสูงถูกรีดเค้นออกมาจนสุดขีด เกิดเป็นกำแพงศิลาหนาทึบผุดขึ้นซ้อนทับกันถึงสามชั้น แต่แรงปะทะนั้นรุนแรงเกินกว่าจะจินตนาการ หอกอัสนีทมิฬเจาะทะลวงชั้นที่หนึ่งและชั้นที่สองอย่างง่ายดายราวกับเต้าหู้ เศษหินกระเด็นบาดผิวแก้วของลูคัสจนเกิดรอยแผลถลอก เลือดสีสดซึมผ่านเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น
กำแพงชั้นที่สามเริ่มสั่นสะเทือน เสียงแตกร้าวลั่นสนั่นหู ร่างของลูคัสเซถลาเล็กน้อย แรงสะท้อนทำให้เขาสำลักเลือดออกมาคำโต
"ลูคัส!" เซเลน่ากรีดร้อง ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยบางสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่า—ความโกรธเกรี้ยวและความรักอันบริสุทธิ์ที่อัดแน่นอยู่ภายในก้นบึ้งของดวงวิญญาณ
เธอไม่อาจทนเห็นคนที่ปกป้องเธอต้องล้มลงไปต่อหน้าต่อตาได้อีกแล้ว... ไม่ใช่อีกต่อไป!
เด็กสาวก้าวขึ้นมายืนเคียงข้างลูคัส มือเรียวบางเอื้อมไปแตะที่แผ่นหลังหนาที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของชายหนุ่ม
"พอแค่นี้เถอะค่ะ... ดาร์คิส"
เสียงหวานใสที่เคยสั่นเทา บัดนี้กลับก้องกังวาน หนักแน่น และทรงพลังราวกับเสียงระฆังแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์ เซเลน่าหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้จิตใจเป็นหนึ่งเดียวกับละอองเวทแห่งแสงที่ล่องลอยอยู่รอบตัว บาดแผลและความกลัวในอดีตไม่ได้ทำให้เธอย่อท้ออีกต่อไป แต่มันกลับกลายเป็นเชื้อเพลิงที่จุดประกายแสงสว่างเจิดจ้าที่สุดในประวัติศาสตร์ของโรงเรียนเวทมนตร์อาร์คานา
ปฏิกิริยาตอบสนองเริ่มต้นขึ้นจากดวงจิตของเธอ ละอองเวทสีทองอร่ามพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องนภาราวยกับเสาเพลิงแห่งดวงอาทิตย์ พลังเวทธาตุแสงบริสุทธิ์แผ่ขยายวงกว้างออกไป ทอประกายระยิบระยับดั่งหมู่ดาวนับล้านดวงที่ถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกัน มันโอบอุ้มอาคารเรียน หอคอย และสวนพฤกษศาสตร์ไว้ภายในอาณาเขตแห่งการปกป้อง
ดาร์คิสเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อหอกอัสนีทมิฬของเขาเมื่อกระทบเข้ากับม่านแสงสีทองนั้น กลับสลายกลายเป็นละอองควันสีดำและระเหิดหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย แรงสะท้อนกลับของเวทมนตร์ทำให้เขาต้องถอยหลังไปหลายก้าว ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก
"นี่มัน... พลังอะไรกันวะ? พลังระดับนี้มันเป็นไปไม่ได้!" ดาร์คิสคำรามอย่างเกรี้ยวกราด พยายามรวบรวมความมืดที่เหลืออยู่เพื่อโจมตีซ้ำ แต่ทว่า ม่านแสงสีทองกลับขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นกำแพงเวทมนตร์โปร่งใสแต่แข็งแกร่งดั่งเพชรนิลจินดา ห่อหุ้มโรงเรียนอาร์คานาทั้งหมดไว้ภายในรัศมีร้อยลี้ แสงสว่างอบอุ่นนี้ขับไล่หมอกควันสีนิลและความชั่วร้ายให้ออกไปพ้นอาณาเขตอย่างเบ็ดเด็ด
ลูคัสหอบหายใจหนักหน่วง เขามองภาพตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน เซเลน่าในยามนี้งดงามราวกับเทพธิดาแห่งแสงสว่าง เส้นผมสีอ่อนปลิวไสวตามแรงลมเวทมนตร์ ดวงตากลมโตคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและเมตตา เธอหันมามองเขา รอยยิ้มจางๆ ที่เปี่ยมด้วยความห่วงใยปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เปื้อนฝุ่น
"เราปลอดภัยแล้วค่ะ, ลูคัส" เธอกระซิบเสียงนุ่ม
ลูคัสรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นผิดจังหวะ ใบหน้าที่เคยสุขุมบัดนี้กลับมีรอยแดงจางๆ พาดผ่าน เขารีบเบือนหน้าหนีเล็กน้อยด้วยความเขินอาย ปากก็พึมพำกลบเกลื่อน "อะ... อือ รู้อยู่แล้วน่า เธอนี่นะ ชอบทำอะไรเกินตัวอยู่เรื่อย..."
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศรอบกายกำลังผ่อนคลายลง และเหล่านักเรียนที่หลบอยู่ภายในอาคารเริ่มส่งเสียงไชโยโห่ร้องด้วยความโล่งอกนั้นเอง ม่านกำแพงแสงสีทองที่ควรจะเสถียรและมั่นคง กลับเกิดรอยร้าวสีม่วงเข้มขึ้นอย่างกะทันหันที่มุมทิศเหนือของเขตอาคม!
รอยร้าวเล็กๆ นั้นขยายตัวออกอย่างรวดเร็วราวกับใยแมงมุม พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่คุ้นเคย—เสียงหัวเราะของบุคคลที่ทุกคนคิดว่าถูกกักขังไว้ในคุกใต้ดินลึกที่สุดของสถาบัน... และเงาร่างหนึ่งที่ก้าวทะลุรอยร้าวนั้นออกมา ก็ทำให้เลือดในกายของเซเลน่าเย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว!
***
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเวทมนตร์และหัวใจของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
— เซเลสเทียละอองเวท —
พันธสัญญาแสงแห่งละอองเวท: ณ โรงเรียนเวทมนตร์อาร์คานา•ตอนที่ 46
สายใยที่ไม่มีวันตัดขาด
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธสัญญาแสงแห่งละอองเวท: ณ โรงเรียนเวทมนตร์อาร์คานา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!