"เจ้ากำลังพยายามจะจุดไฟด้วยความกลัว... ซึ่งนั่นคือความโง่เขลาที่สุดที่ข้าเคยเห็นมาในรอบศตวรรษ"
เสียงแหบพร่าดุจใบไม้แห้งที่ถูกขยี้ดังขึ้นจากมุมมืดของหอจดหมายเหตุชั้นใต้ดิน กลิ่นอายของกระดาษเก่าและน้ำหมึกเวทมนตร์ที่อบอวลอยู่เดิมถูกแทนที่ด้วยกลิ่นกำยานจางๆ ที่ทำให้เซเลน่าถึงกับสะดุ้งสุดตัวจนแสงสีทองที่ปลายปลายนิ้ววูบดับลงทันที
"ใครคะ! ออกมาเถอะค่ะ ที่นี่ห้ามนักเรียนเข้ามาหลังจากเวลาเคอร์ฟิว..."
เซเลน่าพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แม้ในใจจะเต้นรัวราวกับกลองศึก เธอเหลือบมองลูคัสที่ก้าวขึ้นมาขวางหน้าเธอไว้โดยสัญชาตญาณ มือแกร่งของเขากระชับดาบไม้ประจำตัวแน่น แผ่นหลังของเด็กหนุ่มผู้พิทักษ์เปรียบเสมือนกำแพงเดียวที่ทำให้เธอยังคงยืนหยัดอยู่ได้ในความมืดมิดที่กดทับ
ร่างในชุดคลุมสีเทาหม่นก้าวออกมาจากเงามืดของชั้นหนังสือเล่มโต ดวงตาของชายชราผู้นั้นเป็นประกายสีเงินวาวโรจน์ราวกับละอองดาวที่ถูกขังอยู่ในกรงแก้ว เขาไม่ได้ดูเหมือนอาจารย์ที่เธอเคยพบเห็นในห้องโถงใหญ่ หากแต่ดูเหมือน 'รอยตำหนิ' บนประวัติศาสตร์ที่โรงเรียนอาร์คานาพยายามลบเลือน
"ข้าคือผู้ที่เห็นสิ่งที่พวกเจ้ามองข้าม" ชายชรากล่าวพลางขยับนิ้วเรียวยาวชี้ไปยังแสงที่ดับวูบไปเมื่อครู่ "เซเลน่า... พลังแสงของเจ้าไม่ใช่เครื่องประดับไว้โชว์ในห้องเรียนที่สว่างไสว แต่มันคือสิ่งเดียวที่สามารถกรีดผ่านความมืดมิดที่สุดได้ หากเจ้ายังกลัวเงาของตัวเอง เจ้าก็ไม่มีวันเป็นนายของแสงที่แท้จริง"
"ท่านหมายความว่าอย่างไร" ลูคัสถามขึ้น น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความระแวดระวัง "พวกเราไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำปรัชญาจากคนแปลกหน้า และหากท่านพยายามจะชักจูงเธอไปในทางที่ผิดเหมือนที่ดาร์คิสทำ ผมจะไม่ลังเลที่จะใช้เวทธาตุดินจัดการกับท่าน"
ชายชราหัวเราะหึในลำคอ มันไม่ใช่เสียงหัวเราะที่น่ากลัว แต่มันเต็มไปด้วยความสมเพช "ดาร์คิสเหรอ? เด็กนั่นน่ะหรือคือศัตรูของเจ้า? น่าขำสิ้นดี... เขาเป็นแค่สุนัขที่ไล่งับเงาของตัวเองเท่านั้นแหละ แต่พวกเจ้าต่างหากที่กำลังจะกลายเป็นเหยื่อของสิ่งที่พวกเจ้าไม่เข้าใจ"
เซเลน่าขยับตัวออกมาจากข้างหลังลูคัส ดวงตาสีฟ้าใสของเธอมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเงินของชายชราผู้นั้น เธอรู้สึกได้ถึงกระแสพลังที่แผ่ออกมา มันไม่ได้น่ากลัว แต่มัน 'คุ้นเคย' ราวกับเสียงกระซิบจากความทรงจำที่หายไปในคืนที่ครอบครัวของเธอจากไป
"ท่านรู้จักพ่อแม่ของฉันใช่ไหม" เธอถามด้วยเสียงแผ่วเบา แต่หนักแน่นในความรู้สึก
ชายชราหยุดนิ่งชั่วครู่ ก่อนจะยื่นมือเหี่ยวย่นออกมา อากาศรอบกายเขาสั่นไหวจนเกิดเป็นละอองแสงสีหม่นที่เต้นระบำอยู่กลางอากาศ "ข้าไม่ใช่เพื่อนของพวกเขา และข้าก็ไม่ใช่ศัตรูของเจ้า ข้าเป็นเพียง 'เงา' ที่ถูกจ้างให้มาสอนสิ่งที่โรงเรียนนี้ห้ามไม่ให้ใครได้เรียนรู้... การควบคุมแสงในมุมมืด คือกุญแจดอกสุดท้ายที่จะไขความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ในค่ำคืนนั้น"
เขาดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว กองหนังสือรอบด้านก็ลอยละล่องจัดเรียงใหม่กลายเป็นเขาวงกตที่บีบอัดล้อมรอบทั้งคู่ไว้
"หากเจ้าอยากรู้ความจริง... จงแสดงให้ข้าดูว่าแสงของเจ้าสามารถส่องสว่างได้เพียงใดในที่ที่ไม่มีใครมองเห็น"
ลูคัสเตรียมจะสร้างโล่ป้องกัน แต่ชายชรากลับขยับฝ่ามือเพียงเบาๆ พลังงานสีหม่นก็พุ่งเข้าพันธนาการลูคัสไว้กับชั้นหนังสือราวกับเถาวัลย์เวทมนตร์
"ลูคัส!" เซเลน่าร้องเรียกด้วยความตกใจ แต่เธอกลับพบว่าร่างกายของเธอกำลังถูกดึงดูดเข้าหาชายชราผู้นั้นราวกับแม่เหล็ก
"อย่าขัดขืน... จงโอบกอดความมืดนั้นซะ เซเลน่า" เสียงของชายชราเปลี่ยนเป็นกระซิบอยู่ข้างหูเธอ "ถ้าเจ้าต้องการจะปกป้องคนที่เจ้ารัก เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะใช้ 'แสง' ฆ่า 'ความมืด' ในตัวของเจ้าเองเสียก่อน"
ในวินาทีนั้นเอง จิตใจของเซเลน่าว่างเปล่า พลังสีทองที่เคยควบคุมอย่างยากลำบากเริ่มเอ่อล้นออกมา แต่มันไม่ได้ร้อนแรงดั่งเปลวไฟ หากแต่มันกลับเย็นเฉียบและนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในยามค่ำคืน เธอเริ่มมองเห็นภาพนิมิตที่เลือนราง... ภาพของชายคนหนึ่งที่ยืนถือคทาแสงในเงามืดของคฤหาสน์ที่ถูกเพลิงเผาผลาญ
ใบหน้าของชายผู้นั้น... กลับกลายเป็นใบหน้าเดียวกับอาจารย์ปริศนาที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอในขณะนี้!
"แก... แกคือคนที่อยู่ในคืนนั้น" เซเลน่าเค้นเสียงออกมา ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธที่ปะทุขึ้นพร้อมกับพลังเวทที่ระเบิดออกจนชั้นหนังสือโดยรอบแหลกละเอียด
ชายชราเหยียดยิ้มที่มุมปาก ในขณะที่แสงสีทองรอบกายเซเลน่าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีครามเข้มดั่งอัญมณีที่กำลังถูกแปรเปลี่ยน
"ถูกต้อง... และข้าก็นั่งรอเจ้ามานานเกินพอแล้ว"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่เดินเข้ามาในหอจดหมายเหตุก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบ ประตูกลที่ปิดสนิทถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับเงาร่างของดาร์คิสที่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมแววตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและรอยยิ้มที่ดูประหลาดไปจากทุกครั้ง
"ในที่สุดข้าก็หาพวกเจ้าเจอ... และข้าก็เพิ่งรู้ว่าอาจารย์ที่โรงเรียนห้ามไม่ให้ใครพบ กลับกลายมาเป็นคนสอน 'ศาสตร์มืดแห่งแสง' ให้กับเด็กน้อยผู้น่าสงสารคนนี้ด้วยตัวเองเลยงั้นหรือ"
เซเลน่าหันไปมองดาร์คิส ก่อนจะมองกลับมายังชายชรา และในชั่วพริบตานั้นเอง เธอก็พบว่าลูคัสที่ถูกพันธนาการไว้อยู่ข้างหลังเธอกลับหายไปจากเถาวัลย์เวทมนตร์นั้นอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงดาบไม้ที่แตกละเอียดอยู่บนพื้นดิน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านละอองเวทอันลึกลับไปกับเซเลน่าและลูคัสในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
เซเลสเทียละอองเวท
พันธสัญญาแสงแห่งละอองเวท: ณ โรงเรียนเวทมนตร์อาร์คานา•ตอนที่ 19
คำแนะนำจากอาจารย์ปริศนา
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธสัญญาแสงแห่งละอองเวท: ณ โรงเรียนเวทมนตร์อาร์คานา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!