"ถ้าเจ้ายังทำหน้าเหมือนคนเพิ่งเสียของรักแบบนั้น เราคงไม่เป็นอันสืบหาความจริงกันพอดี"
เสียงทุ้มต่ำของลูคัสแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในหอสมุดต้องห้าม มือหนาของเขาตบลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าครึ่มเบาๆ เพื่อดึงสติเซเลน่าที่กำลังจ้องมองรอยคราบสีดำสนิทบนหน้ากระดาษหนังสือเวทมนตร์โบราณด้วยสายตาว่างเปล่า
เซเลน่าสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าใสสั่นระริก เธอขยับผ้าคลุมไหล่ให้กระชับขึ้น ความเย็นเยียบจากเงามืดที่ทิ้งร่องรอยไว้ในโรงเรียนอาร์คานาแห่งนี้ช่างน่าหวาดหวั่นกว่าที่เธอคาดคิดไว้มากนัก
"ฉันไม่ได้เสียใจ... ลูคัส" เซเลน่าเอ่ยเสียงแผ่ว สองมือที่ประสานกันอยู่ใต้โต๊ะบีบแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "ฉันแค่กำลังพยายามทำความเข้าใจว่า ทำไม 'รอยประทับ' นี้ถึงมีกลิ่นอายเดียวกับเหตุการณ์ในคืนนั้น... คืนที่ครอบครัวของฉันต้องหายไป"
ลูคัสชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยแข็งกร้าวและสุขุมผ่อนคลายลงเหลือเพียงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีปากแข็ง เขาเอื้อมมือไปวางทับบนหลังมือของเธอ แผ่พลังเวทธาตุดินที่อบอุ่นและมั่นคงออกมาเพื่อปลอบประโลม
"งั้นก็จงใช้ความโกรธนั้นเป็นพลัง ไม่ใช่เชื้อเพลิงให้ความกลัวสุมไฟ" เขาว่าพลางเบนสายตาไปที่กลุ่มเพื่อนอีกสองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม "เอลาร่า เธอเจออะไรบ้างในแผนผังชั้นใต้ดิน?"
เอลาร่า เด็กสาวผู้เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์ดาราศาสตร์ขยับแว่นตาของเธออย่างร้อนรน เธอชี้ไปยังจุดตัดของเส้นพลังงานบนแผนที่ "พวกเธอต้องดูนี่... เงามืดไม่ได้สุ่มปรากฏตัว แต่มันกำลัง 'กิน' เส้นทางเดินของพลังงานเวทในโรงเรียน ตั้งแต่หอพักทิศเหนือไปจนถึงห้องโถงพิธีกรรม มันเป็นเหมือนวงจร... และจุดศูนย์กลางของมันก็คือหอคอยต้องห้ามที่เราห้ามย่างกรายเข้าไป"
"หอคอยที่ดาร์คิสมักจะเดินไปป้วนเปี้ยนบ่อยๆ งั้นเหรอ" คีธ เด็กหนุ่มผู้เงียบขรึมที่สุดในกลุ่มเอ่ยขึ้น เขาปัดฝุ่นออกจากชุดคลุมสีเข้ม "ฉันเห็นเขาถือกล่องไม้สลักลายอักขระประหลาดเดินเข้าไปที่นั่นเมื่อคืนตอนเที่ยงคืน ฉันพยายามตามไปแต่กำแพงเวทมนตร์ที่นั่นมัน... รุนแรงเกินกว่าที่ใครจะฝ่าไปได้โดยไม่ทิ้งร่องรอย"
บรรยากาศรอบโต๊ะตึงเครียดขึ้นในทันที ดาร์คิสไม่ได้เป็นเพียงคู่แข่งที่น่ารำคาญอีกต่อไป แต่เขาคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่กำลังเชื่อมโยงเหตุการณ์ร้ายแรงทั้งหมดเข้าด้วยกัน
เซเลน่าสูดหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของความกล้าหาญที่เหลืออยู่ "เราต้องไปที่นั่น... คืนนี้"
"เธอกล้าเกินไปแล้ว เซเลน่า" ลูคัสขัดขึ้นทันที คิ้วเข้มขมวดมุ่น "หอคอยนั่นถูกป้องกันด้วยอาคมชั้นสูงของตระกูลขุนนางเก่าแก่ ถ้าดาร์คิสเป็นคนดูแลอยู่จริงๆ เธอจะเอาชีวิตไปทิ้งโดยไม่รู้ตัว"
"แล้วจะให้ฉันทำอย่างไรล่ะ?" เซเลน่าจ้องกลับด้วยดวงตาที่เริ่มมีประกายแสงสีทองจางๆ วูบไหว "รอให้คนรอบตัวฉันหายไปทีละคนเหมือนที่เกิดขึ้นกับพ่อแม่ของฉันงั้นเหรอ? ลูคัส... ฉันมีความสามารถที่จะทำลายเงามืดนั้นได้ และนายก็รู้ว่าถ้าไม่มีฉัน เงามืดนั่นก็จะกลืนกินอาร์คานาจนไม่เหลือซาก"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ลูคัสจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น เขาพบเพียงความมุ่งมั่นที่ไม่มีวันสั่นคลอน สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความพ่ายแพ้ต่อความดื้อรั้นของเด็กสาว
"ได้... แต่ฉันจะเป็นคนเปิดทางข้างหน้าเอง"
เมื่อถึงยามวิกาล เสียงฝีเท้าของพวกเขาทั้งสี่คนดังก้องเพียงแผ่วเบาในระเบียงที่ไร้แสงไฟ กลิ่นไอของเวทมนตร์มืดลอยอบอวลจนน่าคลื่นไส้ เซเลน่ากำไม้กายสิทธิ์ในมือแน่น ประกายแสงสีขาวนวลเริ่มส่องสว่างขึ้นรอบตัวเธอเพื่อนำทาง
ทันทีที่พวกเขามาถึงหน้าประตูเหล็กบานใหญ่ของหอคอยต้องห้าม เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากในเงามืดด้านหลังเสาต้นใหญ่
"ข้าบอกแล้วใช่ไหมว่าแสงสว่างน่ะ... มันไม่เหมาะกับที่แห่งนี้"
เงาร่างของดาร์คิสก้าวออกมาจากความมืดมิด เขายืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก ในมือของเขามีพลังงานสีม่วงดำเต้นเร่าคล้ายกับสัตว์ป่าที่กระหายเลือด
"ดาร์คิส! นายกำลังทำอะไรอยู่!" เอลาร่าร้องขึ้น แต่ดาร์คิสไม่สนใจ เขากลับมองไปที่เซเลน่าด้วยสายตาที่ดูอ่อนลงอย่างประหลาด
"เจ้าไม่เข้าใจหรอก เซเลน่า... ว่าสิ่งที่พวกเรากำลังปกป้องอยู่น่ะ มันคือคำโกหกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโรงเรียนนี้" เขายกมือขึ้นชี้ไปที่ประตูหอคอยที่เริ่มสั่นสะเทือน "สิ่งที่ถูกขังอยู่ข้างในไม่ได้ต้องการความมืด แต่มันต้องการ 'แสงที่บริสุทธิ์ที่สุด' เพื่อปลดปล่อยตัวเอง... และเจ้า ก็คือกุญแจดอกสุดท้ายที่ข้าตามหามาตลอด"
ทันใดนั้น ประตูเหล็กบานยักษ์ก็กระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงกรีดร้องที่ฟังดูไม่เหมือนเสียงของมนุษย์ดังแว่วออกมาจากข้างใน พร้อมกับกลุ่มควันสีดำที่พุ่งทะลักออกมาคล้ายกับเถาวัลย์ปีศาจ พุ่งเข้าพันธนาการลูคัสและเพื่อนๆ ไว้จนขยับไม่ได้
เซเลน่าเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสีดำหนึ่งพุ่งตรงมาที่เธอ แต่ทว่า... มันไม่ได้ทำร้ายเธอ มันกลับหยุดชะงักลงตรงหน้าและค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นเงาของชายหญิงคู่หนึ่งที่เธอนึกถึงทุกค่ำคืน
"เซเลน่า... ช่วยพวกเราด้วย..." เสียงกระซิบที่คุ้นเคยบาดลึกเข้าไปในหัวใจของเธอ
เซเลน่าทรุดเข่าลงกับพื้น ความสับสนตีรวนจนน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงสู่พื้นเวทีแห่งโชคชะตาที่กำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
"พ่อ... แม่?"
ก่อนที่เธอจะได้เอื้อมมือออกไปสัมผัสเงานั้น ดาร์คิสก็พุ่งเข้ามาขวางหน้าพร้อมกับดาบเวทมนตร์ที่เรืองแสงสีม่วง และแทงมันลงบนพื้นดินตรงหน้าเธอจนเกิดรอยแยกของพลังงานระเบิดออกอย่างรุนแรง!
ทุกอย่างรอบตัวสั่นสะเทือนจนเพดานหอคอยเริ่มถล่มลงมา พร้อมกับเงามืดมหาศาลที่กางปีกออกคลุมไปทั่วท้องฟ้าเหนือโรงเรียนอาร์คานา... และคำพูดสุดท้ายของดาร์คิสที่ดังก้องอยู่ในหัวของเซเลน่าก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบไปคือ:
"ยินดีด้วยเซเลน่า... ตอนนี้เจ้าได้ปลดปล่อยหายนะที่แท้จริงออกมาแล้ว!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเซเลน่ามาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดนี้ด้วยกันนะคะ!
เซเลสเทียละอองเวท
พันธสัญญาแสงแห่งละอองเวท: ณ โรงเรียนเวทมนตร์อาร์คานา•ตอนที่ 14
การสืบสวนของกลุ่มเพื่อน
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธสัญญาแสงแห่งละอองเวท: ณ โรงเรียนเวทมนตร์อาร์คานา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!