กลิ่นอายคาวเลือดและละอองมานาที่แปรเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นยังคงลอยเค្វ้างอยู่ในห้องทดลองใต้ดินของหอคอยอาร์คานาเหนือ เสียงหอบหายใจรดรินอย่างยากลำบากดังสะท้อนก้องท่ามกลางซากปรักหักพังของวงแหวนเวทมนตร์ที่แตกสลาย เซเลน่าคุกเข่าลงบนพื้นหินเย็นเฉียบ มือเรียวบางสั่นเทาขณะพยายามกดแผลฉีกขาดบริเวณหัวไหล่ของลูคัส หยดเลือดสีแดงสดไหลซึมผ่านปลายนิ้วที่พยายามร่ายเวทมนตร์ธาตุแสงเพื่อรักษา แต่ทว่า... ยิ่งเธอฝืนส่งพลังเข้าไปมากเท่าไหร่ แสงสีทองประกายมุกนั้นกลับยิ่งริบหรี่ลงทุกที ราวกับมานาในร่างกายของเธอถูกสูบหายไปในความว่างเปล่า
"อย่าฝืนเลย... เซเลน่า" เสียงทุ้มต่ำของลูคัสเอ่ยขึ้นอย่างยากเย็น ดวงตาคมกราบมองเด็กสาวด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าซีดเผือด เขายกมือขึ้นมาหมายจะปัดป้องมือที่สั่นเทาของเธอออก "พลังแสง... ไม่ได้มีไว้เพื่อเยียวยาความโลภของฉัน"
"เงียบเสียเถอะน่า ลูคัส!" เซเลน่าสวนกลับ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นที่ไม่อาจยอมแพ้ ดวงตากลมโตคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา แต่เธอกลั้นมันไว้ไม่ให้ไหลร่วงลงมา นี่ไม่ใช่เวลามาอ่อนแอ เธอบอกกับตัวเองซ้ำๆ ในใจ ทว่าความจริงอันโหดเบื้องหน้ากำลังตบหน้าเธออย่างจัง เวทมนตร์ไม่ได้สวยงามและอ่อนโยนอย่างที่ตำราในห้องสมุดหลวงเคยบันทึกไว้ มันมีราคาที่ต้องจ่าย และราคาในวันนี้... คือชีวิตของสหายผู้ยืนหยัดเคียงข้างเธอมาตลอด
เหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงฉายซ้ำในหัวราวกับภาพสโลว์โมชั่น ดาร์คิสผู้หลงใหลในอำนาจมืดได้ใช้คาถาต้องห้ามดึงดูดพลังงานจากแกนกลางของหอคอย เพื่อแลกกับการควบคุมสัตว์วิเศษโบราณ เซเลน่าในฐานะผู้ครอบครองธาตุแสงบริสุทธิ์ได้พยายามใช้ไหวพริบแก้ทางวงแหวนเวทด้วยการหักเหแสงสะท้อนกลับ แต่เธอกลับประเมิน "ความหนาแน่นของความมืด" ต่ำเกินไป พลังที่สะท้อนกลับไม่ได้ทำลายแค่ฝ่ายตรงข้าม แต่มันย้อนกลับมาทำร้ายคนรอบตัวที่เข้ามาปกป้องเธอ
ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่หัวใจของเด็กสาวราวกับคลื่นยักษ์ซัดสาด เซเลน่าเพิ่งเข้าใจอย่างลึกซึ้งในวินาทีนี้เองว่า เวทมนตร์ไม่ใช่แค่เครื่องมือในการสอบผ่าน ไม่ใช่แค่พลังวิเศษไว้ประชันกันในคาบเรียนประลองเวท แต่มันคือ "ความรับผิดชอบ" ที่หนักอึ้งราวกับแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า ทุกบทสวด ทุกอักขระรูนที่ถูกเขียนขึ้น สามารถสร้างชีวิต หรือพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปได้ในพริบตาเดียว
"ถ้าฉันรอบคอบกว่านี้... ถ้าฉันอ่านบันทึกโบราณของอาจารย์ให้ละเอียดกว่านี้..." เซเลน่าพึมพำกับตัวเอง หยดน้ำตาที่อดกลั้นไว้ในที่สุดก็ร่วงเผาะลงบนหลังมือของลูคัส
"มันไม่ใช่ความผิดของเธอ เซเลน่า" ลูคัสฝืนยبرอบยิ้มบางๆ ที่มุมปาก แม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความเจ็บปวด "พลังที่ยิ่งใหญ่... ย่อมมาพร้อมกับภาระที่หนักหน่วง นั่นคือบทเรียนแรกที่อัศวินฝึกหัดทุกคนต้องเรียนรู้ไม่ใช่หรือไง?"
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังบีบคั้นและสิ้นหวังนั้นเอง อากาศรอบตัวก็พลันบิดเบี้ยว เสียงหึ่งต่ำๆ ที่คุ้นเคยดังขึ้นจากอากาศว่างเปล่า แสงสีฟ้าครามสว่างวาบขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของหน้าต่างระบบโปร่งแสงลอยเคว้งอยู่ตรงหน้าเซเลน่า ตัวอักษรสีทองอร่ามสลักลึกด้วยพลังเวทโบราณปรากฏขึ้นทีละบรรทัดอย่างเป็นระบบ
[ระบบอาร์คานาแจ้งเตือน: ตรวจพบการตระหนักรู้ขั้นสูงของผู้ถือครองธาตุแสง]
[เงื่อนไขภารกิจลับ 'บทเรียนแห่งความสูญเสีย' สำเร็จลุล่วง 85%]
[ปลดล็อกทักษะสายตรง: 'แสงแห่งการยอมรับความจริง' (Truth-seeker's Luminescence)]
[คำเตือนระดับวิกฤต: พลังงานมานาในรัศมี 3 กิโลเมตรกำลังเกิดความไม่เสถียรขั้นรุนแรง... ตรวจพบการเคลื่อนไหวของ 'บอสลับ' ชั้นใต้ดินที่สามซึ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากแรงกระแทกของคาถาต้องห้าม]
เซเลน่าสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อมองตัวเลขสถานะพลังที่ลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือเสียงคำรามต่ำที่ดังสะท้อนขึ้นมาจากพื้นดินเบื้องล่าง ราวกับมีบางสิ่งที่ใหญ่โตและเก่าแก่มากๆ กำลังบิดขี้เกียจตื่นจากการหลับใหลนับพันปี
พื้นห้องทดลองสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นบนผนังหินแกรนิต ลูคัสพยายามพยุงตัวลุกขึ้นโดยใช้ดาบใหญ่เป็นไม้เท้าค้ำยัน แม้แผลที่หัวไหล่จะยังคงมีเลือดไหลซึมออกมาไม่ขาดสาย แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความตื่นตัวขั้นสุดยอด
"เซเลน่า... นั่นมันไม่ใช่เสียงของสัตว์วิเศษธรรมดาแน่ๆ" ลูคัสเอ่ยเสียงเครียด ดวงตาจ้องมองไปยังอุโมงค์มืดเบื้องหน้าที่เชื่อมต่อลึกลงไปในใจกลางภูเขาอาร์คานา "ดูเหมือนว่า... บทเรียนของเราในวันนี้ จะยังไม่จบลงง่ายๆ สินะ"
เด็กสาวสูดลมหายใจเข้าลึก and ปาดน้ำตาบนแก้มออกอย่างเด็ดเดี่ยว แววตาที่เคยมีความลังเลและความกลัวเมื่อครู่บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ เธอกระชับไม้เท้าเวทมนตร์ในมือแน่น ประกายแสงสีทองบริสุทธิ์ค่อยๆ กลับมาลุกโชนขึ้นอีกครั้ง ไม่ใช่ด้วยความฮึกเหิมอย่างไร้เหตุผล แต่ด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงน้ำหนักและหน้าที่ที่เธอต้องแบกรับ
ในวินาทีที่แสงสุดท้ายจากคบเพลิงบนผนังมอดดับลง ความมืดมิดก็เข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ทว่าที่ปลายอุโมงค์เบื้องหน้า กลับปรากฏดวงตาสีแดงคู่มหึมาคู่หนึ่งลืมตาตื่นขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กำลังก้าวตรงเข้ามาหาพวกเขาอย่างช้าๆ... และเงาร่างอันคุ้นเคยของใครบางคนที่ยืนขวางทางออกสุดท้ายเอาไว้!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเรียนรู้บทเรียนแห่งชีวิตไปพร้อมกับตัวละครของเรานะคะ ขอให้อดใจรอตอนถัดไปรับรองว่าเข้มข้นและวางไม่ลงแน่นอนค่ะ
พันธสัญญาแสงแห่งละอองเวท: ณ โรงเรียนเวทมนตร์อาร์คานา•ตอนที่ 34
บทเรียนแห่งความสูญเสีย
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธสัญญาแสงแห่งละอองเวท: ณ โรงเรียนเวทมนตร์อาร์คานา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!