พันธสัญญาแสงแห่งละอองเวท: ณ โรงเรียนเวทมนตร์อาร์คานา•ตอนที่ 22

เริ่มปีการศึกษาที่สอง

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
"เลิกทำหน้าเหมือนคนกำลังจะไปลานประหารเสียที เซเลน่า นี่มันแค่พิธีเปิดภาคเรียนปีสอง ไม่ใช่การนำตัวเธอไปสังเวยให้กับสัตว์อสูรในหุบเขาต้องห้ามสักหน่อย" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่ของลูคัสแทรกผ่านความเงียบงันภายในห้องโถงเตรียมตัว เขาจงใจสะบัดชายเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มของตระกูลอัศวินเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาจัดปกคอเสื้อที่เบี้ยวเล็กน้อยของหญิงสาวด้วยท่าทีที่ดูเป็นธรรมชาติจนน่าประหลาดใจ เซเลน่าสะดุ้งเล็กน้อย พวงแก้มใสเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อขึ้นมาทันควัน เธอหลุบสายตาลงมองตราสัญลักษณ์รูปกุญแจไขว้บนหน้าอกเสื้อคลุมปีสองของตัวเอง ความหนักอึ้งของภารกิจที่อาจารย์ใหญ่ฝากฝังไว้เมื่อวันก่อนยังคงบีบคั้นอยู่ในอก ราวกับมีก้อนหินหนักๆ วางทับอยู่ "ลูคัส... นายไม่เข้าใจหรอก" เซเลน่าเอ่ยเสียงแผ่ว พลางกระชับสายกระเป๋าที่สะพายอยู่ข้างกายแน่นขึ้น "ปีนี้พวกอาจารย์เปลี่ยนวิธีสอน การทดสอบภาคปฏิบัติไม่ได้อยู่ในพื้นที่ปิดตายเหมือนปีก่อนแล้ว แต่พวกเราต้องเข้าไปสำรวจ 'เขตแดนรอยแยก' ในป่าชั้นนอก... และเธอก็รู้ดีว่าใครบางคนรอจังหวะนี้อยู่" ลูคัสชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าหายไปทันทีเมื่อเอ่ยถึงชื่อคนคนนั้น เขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนเซเลน่ารับรู้ได้ถึงไออุ่นและกลิ่นหอมสะอาดจางๆ ของดินชื้นและกลิ่นโลหะที่คุ้นเคย "ดาร์คิสไม่ได้มีอำนาจล้นฟ้าขนาดที่จะทำอะไรพวกเราได้ต่อหน้าสาธารณชนหรอก" เขาพึมพำ น้ำเสียงจริงจังขึ้น "แต่ถ้าเขากล้า... ฉันนี่แหละจะเป็นคนแรกที่จะเอาโล่กระแทกหน้าเขาให้เอง ไม่ต้องห่วงไปหรอกนะ" คำปลอบโยนที่แฝงความดุดันตามสไตล์ของลูคัสทำเอาเซเลน่าหลุดยิ้มออกมาได้บ้าง ความประหม่าที่เกาะกินใจค่อยๆ เลือนหายไปแทนที่ด้วยความอุ่นวาบที่แล่นผ่านหัวใจ แต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังก้าวเดินออกสู่โถงทางเดินหลัก เสียงก้องกังวานของรองเท้าหนังกระทบพื้นหินก็หยุดฝีเท้าของพวกเขาไว้ "เป็นคู่หูที่ดูสนิทสนมกันดีนี่... น่าอิจฉาจริงๆ" เงาร่างโปร่งสูงของชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำสนิทปักดิ้นเงินก้าวออกมาจากเงามืดของเสาหิน ดาร์คิสยืนกอดอก พิงไหล่กับผนังด้วยท่าทางผ่อนคลายที่ดูเย่อหยิ่ง ดวงตาสีครามเข้มดุจท้องฟ้ายามรัตติกาลจ้องมองมาที่เซเลน่าราวกับจะคว้านลึกเข้าไปในวิญญาณ "ดาร์คิส" ลูคัสขยับไปยืนบังเซเลน่าไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณ มือขวาของเขากุมด้ามดาบประจำกายไว้แน่น ดาร์คิสแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่เซเลน่าที่ไม่ยอมสบตาเขา "ไม่ต้องระแวงขนาดนั้น ลูคัส... ฉันแค่จะมาเตือนว่า ป่าชั้นนอกที่พวกเธอต้องไปน่ะ ไม่ใช่ที่สำหรับเด็กอ่อนหัดที่วันๆ เอาแต่พึ่งพาพลังแสงอันแสนเปราะบางหรอกนะ" เขาก้าวเดินเข้ามาใกล้จนเซเลน่าสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ดาร์คิสโน้มตัวลงมาเล็กน้อย กระซิบถ้อยคำที่ทำให้ลมหายใจของหญิงสาวสะดุด "รู้ใช่ไหมเซเลน่า ว่าทำไมครอบครัวของเธอถึงหายไป? ไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุหรอกนะ... แต่เป็นเพราะพวกเขามี 'บางอย่าง' ที่โลกใบนี้อยากได้คืน และเธอ... ก็กำลังพกของสิ่งนั้นติดตัวไว้โดยไม่รู้ตัวด้วยสิ" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาด เซเลน่าเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก เธอเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า แต่ดาร์คิสกลับเพียงแค่ยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายเวทมนตร์ที่คล้ายกับควันไฟมอดไหม้ "อย่าไปฟังเขานะ" ลูคัสบีบไหล่เธอเบาๆ สัมผัสที่หนักแน่นช่วยดึงสติเซเลน่ากลับมา "เขาแค่ปั่นหัวเธอ" "เขาไม่ได้โกหก..." เซเลน่าพึมพำ เสียงสั่นเครือ "ลูคัส... ฉันรู้สึกได้ถึงรอยแยกในอกของตัวเอง มันไม่ใช่แค่เรื่องพลังเวทมนตร์ มันเหมือนมีบางอย่างกำลังเรียกร้องให้ฉันเปิดเผยความลับที่ฉันเองก็ยังไม่เคยรู้" ทั้งสองเดินเงียบๆ ไปจนถึงหอประชุมใหญ่ สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยเหล่านักเรียนปีสองที่ต่างกำลังตื่นเต้นกับการเริ่มต้นเส้นทางใหม่ ทว่าสำหรับเซเลน่า ทุกเสียงหัวเราะและทุกคำพูดกลับฟังดูไกลห่าง เมื่อเธอก้าวขึ้นไปบนแท่นรับภารกิจ แสงจากผลึกแก้วที่วางอยู่บนแท่นศิลาจู่ๆ ก็ดับวูบลง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดุจเลือด ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องประชุม เสียงซุบซิบดังระงมไปทั่ว อาจารย์ประจำชั้นก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตระหนก ขณะที่เซเลน่ายังคงยืนนิ่ง มือของเธอสั่นสะท้านเมื่อจู่ๆ สร้อยคอรูปละอองเวทที่เธอสวมไว้ตลอดเวลา ก็เริ่มเปล่งแสงสว่างจ้าผิดปกติ แสงนั้นสว่างจนทุกคนต้องยกมือขึ้นบังหน้า และท่ามกลางแสงเจิดจ้านั้น ร่างของใครบางคนก็ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติที่ปรากฏขึ้นกลางห้องโถง เป็นหญิงสาวที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับเซเลน่าแทบจะถอดพิมพ์กันมา... หากแต่ดวงตาของเธอมีเพียงสีเงินไร้ประกายชีวิต "ในที่สุด... ก็หาทางกลับมาจนได้" หญิงสาวปริศนาเอ่ยเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะหันมามองเซเลน่าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหาและอาฆาตในเวลาเดียวกัน "น้องสาวที่รัก... ขอบคุณที่ปลุกฉันขึ้นมานะ" เซเลน่าทรุดเข่าลงกับพื้น ความทรงจำที่ขาดหายไปราวกับแผ่นฟิล์มที่ถูกกระชากขาดเริ่มไหลบ่าเข้ามาในหัวจนเธอแทบจะกรีดร้องออกมา นี่ไม่ใช่แค่ภารกิจปีสอง... แต่มันคือจุดเริ่มต้นของจุดจบที่เธอพยายามหนีมาตลอดชีวิต ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านละอองเวทอันลึกลับไปกับเซเลน่าและลูคัสในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ - เซเลสเทียละอองเวท
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธสัญญาแสงแห่งละอองเวท: ณ โรงเรียนเวทมนตร์อาร์คานา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%