“ถ้าเจ้ายังไม่ยอมบอกว่าไอ้ไอสีทองที่พุ่งออกมาจากฝ่ามือเมื่อครู่นี้มันคืออะไร เห็นทีข้าคงต้องไปรายงานอาจารย์ใหญ่ให้มาวินิจฉัยความผิดปกติของเจ้าเป็นการส่วนตัวแล้วล่ะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความกระด้างของลูคัสกรีดแทรกความเงียบงันภายในห้องสมุดเวทมนตร์อาร์คานา ฉันชะงักมือที่กำลังสั่นระริกขณะจัดเรียงตำราเวทมนตร์ธาตุพื้นฐานลงบนชั้นไม้โอ๊กเก่าแก่ กลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศดูจะหนักอึ้งขึ้นมาทันทีเมื่อดวงตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นจ้องเขม็งมาที่ฉัน ราวกับต้องการมองทะลุเข้าไปในม่านหมอกที่ฉันใช้ปกปิดอดีต
ฉันหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา พยายามควบคุมลมหายใจให้คงที่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ “มันก็แค่ความผิดพลาดทางเทคนิคค่ะลูคัส... เวทมนตร์ที่ไร้การควบคุมจากความตื่นเต้นไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับนักเรียนใหม่หรอกนะคะ”
ลูคัสไม่ตอบทันที เขาก้าวเข้ามาใกล้จนฉันสัมผัสได้ถึงไอเย็นจางๆ ที่แผ่ออกมาจากพลังธาตุดินในกายเขา เขาขยับตัวเข้าใกล้จนเงาร่างสูงใหญ่บดบังแสงจากโคมไฟระย้าด้านบน “คนอื่นอาจจะมองว่ามันเป็นแค่ประกายแสง แต่นั่นมันคือ ‘ละอองเวทแห่งรากเหง้า’ ที่หายสาบสูญไปนานกว่าศตวรรษ เซเลน่า... เจ้ากำลังเล่นตลกกับสิ่งที่แม้แต่ตระกูลอัศวินผู้พิทักษ์อย่างข้ายังต้องก้มหัวให้”
ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบก็ดังขัดจังหวะความตึงเครียด โคลอี้และฟินน์ เพื่อนร่วมชั้นที่ฉันเพิ่งทำความรู้จักเมื่อวานโผล่หน้าเข้ามาจากหลังชั้นหนังสือ พวกเขามองสลับระหว่างฉันกับลูคัสด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสงสัย
“โอ้... ดูเหมือนเราจะมาขัดจังหวะการ ‘ไต่สวน’ ครั้งสำคัญสินะ” ฟินน์เอ่ยพลางยักไหล่ เขาเป็นเด็กหนุ่มที่ดูร่าเริงจนผิดที่ผิดทางในสถานการณ์เช่นนี้ แต่แววตาของเขาที่สังเกตเห็นร่องรอยการไหม้บนพื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าฉันกลับคมกริบอย่างน่าประหลาด “ลูคัส นายอย่ากดดันเธอมากนักเลยน่า วันนี้วันแรกของการเรียนภาคปฏิบัติ ทุกคนก็ตื่นเต้นกันทั้งนั้น ไม่เห็นต้องทำหน้าเหมือนเธอเป็นอาชญากรข้ามแดนเลย”
“ฉันแค่ทำตามหน้าที่ของคนที่ไม่อยากเห็นโรงเรียนนี้พินาศเพราะความลับบางอย่าง” ลูคัสตอบเสียงเย็นก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่น
ฉันผ่อนลมหายใจยาว ความเหนื่อยล้าจากการพยายามรักษาหน้ากากแห่งความปกติเริ่มกัดกินหัวใจ มิตรภาพ... สิ่งนี้คือสิ่งที่ฉันโหยหา แต่ก็เป็นสิ่งเดียวที่ฉันหวาดกลัวที่สุด เพราะหากพวกเขารู้ว่ามือคู่นี้แหละที่เคยทำลายเมืองทั้งเมืองเพียงเพราะความโกรธแค้นในอดีต พวกเขาจะยังยืนอยู่ตรงนี้หรือไม่
“ไปหาอะไรดื่มกันเถอะ” โคลอี้เปลี่ยนเรื่องอย่างฉับพลัน เธอเดินเข้ามาโอบไหล่ฉันไว้อย่างถือวิสาสะ สัมผัสที่อบอุ่นของเธอมันช่างขัดแย้งกับความเย็นเยียบในใจของฉันอย่างสิ้นเชิง “โรงอาหารของอาร์คานาขึ้นชื่อเรื่องน้ำมินต์น้ำแข็งนะ เผื่อว่าไอ้ความร้อนรนในใจของพวกเธอทั้งคู่จะเย็นลงบ้าง”
ฉันถูกดึงให้เดินตามพวกเขาไปอย่างไม่อาจปฏิเสธ ระหว่างทางที่เดินผ่านระเบียงหินอ่อน แสงอาทิตย์ยามบ่ายส่องกระทบกับละอองเวทที่ลอยวนเวียนรอบตัวฉันราวกับพวกมันมีชีวิต มันพยายามจะสื่อสารบางอย่างกับฉัน แต่มันก็ถูกลูคัสที่เดินประกบอยู่ด้านหลังปัดป้องออกไปอย่างเงียบเชียบด้วยเวทมนตร์กำบังของเขา
“เธอไม่ได้อยู่คนเดียวในเรื่องนี้หรอกนะเซเลน่า” จู่ๆ ลูคัสก็กระซิบแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “ตราบใดที่เธอยังไม่คิดจะทำร้ายใคร... ข้าจะถือว่านั่นเป็นความลับที่ข้าไม่ได้ยินก็แล้วกัน”
คำพูดนั้นทำเอาฉันชะงักไปชั่วครู่ มันไม่ใช่ความเมตตา แต่เป็นการเตือนสติว่าเขา ‘รู้’ มากกว่าที่ฉันคิดจริงๆ
เมื่อพวกเรามาถึงที่ลานกลางแจ้งของโรงเรียน ดาร์คิสและกลุ่มผู้ติดตามก็ก้าวเข้ามาขวางทาง บรรยากาศที่เคยสดใสกลับหม่นหมองลงทันที ดาร์คิสในชุดคลุมสีดำสนิทขลิบเงินฉีกยิ้มที่ดูอย่างไรก็ไม่น่าไว้วางใจ สายตาของเขาจ้องมองมาที่ฉันราวกับจ้องมองเหยื่อที่กำลังติดบ่วง
“ดูสิ... รวมกลุ่มกันทำความรู้จักกันอย่างอบอุ่นเชียว” ดาร์คิสหัวเราะในลำคอ “น่าเสียดายนะเซเลน่า ที่เธอเลือกจะผูกมิตรกับคนที่ไร้ทางจะมอบพลังที่แท้จริงให้เธอได้ หากเธออยากรู้วิธีจัดการกับ ‘สิ่งที่อยู่ข้างในตัวเธอ’ ที่มันกำลังกรีดร้องอยู่ในตอนนี้... คืนนี้ที่ห้องโถงลับใต้ดิน ฉันจะมีคำตอบให้”
เขาก้าวผ่านฉันไป แต่ทว่า... จังหวะที่ไหล่ของเขาชนไหล่ของฉัน กระแสไฟฟ้าสีม่วงเข้มก็แล่นปราดเข้าสู่ร่างของฉันอย่างรุนแรงจนฉันต้องทรุดลงไปกับพื้น โลกทั้งใบหมุนคว้าง ความเจ็บปวดแล่นริ้วราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่เส้นเลือด
“ดาร์คิส! แกทำอะไร!” ลูคัสคำรามลั่นก่อนจะเรียกคทาออกมาเตรียมปะทะ
ทว่าสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือดาร์คิสไม่ได้หันกลับมา เขายังคงเดินจากไปพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก ในขณะที่มือของฉันที่กุมพื้นหินเอาไว้ กลับเริ่มมีเถาวัลย์สีดำงอกเงยขึ้นมาตามรอยนิ้วมือ และที่น่ากลัวที่สุดคือ... เสียงกระซิบที่คุ้นเคยในความทรงจำกำลังดังก้องอยู่ในหัวของฉันอย่างชัดเจน
‘ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ท่านหญิงแห่งละอองเวทสีเลือด’
ฉันเงยหน้าขึ้นมองลูคัสและเพื่อนๆ ที่กำลังตกตะลึงกับภาพที่เกิดขึ้น และก่อนที่สติของฉันจะดับวูบลง ฉันก็เห็นเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่บนระเบียงชั้นบน... คนที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วในเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน
เขากำลังมองลงมาที่ฉันด้วยแววตาที่ว่างเปล่า... และในมือของเขากำลังถือสร้อยคอที่ฉันทำหายไปในวันนั้น
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเซเลน่าในครั้งนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปค่ะ
พันธสัญญาแสงแห่งละอองเวท: ณ โรงเรียนเวทมนตร์อาร์คานา•ตอนที่ 5
มิตรภาพท่ามกลางความสงสัย
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธสัญญาแสงแห่งละอองเวท: ณ โรงเรียนเวทมนตร์อาร์คานา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!