ระบบพ่อค้าดันเจี้ยน: ขอรวยเงียบๆ ไม่ได้หรือไงครับอาจารย์!•ตอนที่ 5

ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
"ถอยไป!" เสียงตะโกนพร้อมกับประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้าของเวทมนตร์ระดับกลางพุ่งแหวกอากาศเข้าปะทะกับร่างมหึมาของออร์คคิง (Orc King) ที่กำลังคำรามลั่นจนผนังห้องเก็บของสั่นสะเทือน ฝุ่นผงและเศษอิฐร่วงกราวลงมาประหนึ่งหิมะในฤดูหนาว กลิ่นอับชื้นของเลือดอสูรและกลิ่นสาบสัตว์ป่าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ จนผมต้องยกแขนเสื้อขึ้นมาปิดจมูกตามสัญชาตญาณ สถานการณ์ในตอนนี้เรียกว่าวิกฤตถึงขีดสุดก็คงไม่ผิดนัก ประตูเหล็กกล้าหนาเตอะที่ถูกพังทลายลงมาเผยให้เห็นออร์คคิงสูงเกือบสามเมตร กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นแห่งการต่อสู้ และในมือของมันถือขวานเหล็กสนิมเขรอะขนาดใหญ่ที่แผ่ไอสังหารรุนแรงออกมาอย่างชัดเจน แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าเจ้ายักษ์ตรงหน้า กลับเป็นผู้หญิงที่ยืนอยู่เบื้องหน้าผมต่างหาก เซราฟิน่า อาจารย์สาวผู้เลื่องชื่อเรื่องความเยือกเย็นและพลังเวทอันไร้เทียมทาน กำลังยืนถือคถาปลายคริสตัลสีม่วงเข้ม เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงไฟเวทมนตร์ยามที่เธอกวาดตามองรอบกายอย่างรวดเร็ว แม้ใบหน้าของเธอจะยังคงความเรียบเฉยราਤรูปสลักน้ำแข็ง แต่หยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ผุดขึ้นบริเวณขมับข้างซ้าย ก็เป็นหลักฐานชั้นดีว่า การรับมือกับบอสลับระดับมินิบอสในพื้นที่ปิดเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่น้อย "ลีโอ!" เสียงหวานกึ่งตวาดดังขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามของออร์คคิง "ถ้าเจ้ายังไม่อยากตายเป็นปุ๋ยอยู่ใต้ซากปรักหักพังนี้ ก็ช่วยหุบปากแล้วส่งไอ้สินค้าเถื่อนพวกนั้นมาให้ข้าตรวจสอบเดี๋ยวนี้!" ผมอมยิ้มบางๆ ชายตามองลังไม้สำรองที่อัดแน่นไปด้วยสมุนไพรหายากและวัตถุดิบทำอาหารจากดันเจี้ยนชั้นลึก ซึ่งซ่อนอยู่ใต้กองผ้าคลุมเก่าๆ รอยยิ้มของผมไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่มันคือรอยยิ้มของพ่อค้าผู้มองเห็นโอกาสทองในวิกฤต "อาจารย์เซราฟิน่าครับ ใจเย็นก่อนสครับ" ผมก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อหลบเศษหินที่กระเด็นมาโดนรองเท้าหนัง "ท่านก็เห็นว่าสถานการณ์ตอนนี้คับขันแค่ไหน ถ้าเรามัวแต่มาทะเลาะกันเรื่องภาษีการค้าของสมาคมฮันเตอร์ มีหวังได้กลายเป็นอาหารเย็นของเจ้าหมูยักษ์นี่ด้วยกันทั้งคู่แน่ๆ ครับ" ออร์คคิงไม่รอให้เราเจรจากันต่อ มันคำรามก้องจนแก้วหูแทบแตก ก่อนจะเงื้อมือขวานเหล็กขึ้นสูงแล้วฟาดลงมาตรงจุดที่เรายืนอยู่ด้วยพละกำลังมหาศาล! *ตูมน!* แรงกระแทกทำให้พื้นศิลาแตกร้าวเป็นทางยาว เซราฟิน่าสะบัดมือร่ายม่านพลังบาเรียสีครามป้องกันการโจมตีเอาไว้ได้ทันเวลาพอดี แต่แรงปะทะก็ทำให้ร่างเพรียวของเธอเซถอยหลังมาชนเข้ากับไหล่ของผม กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของเธอลอยปะทะจมูกท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด ชั่วขณะนั้น ผมสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดจากกล้ามเนื้อแผ่นหลังของเธอ แต่ในสายตาของนักเวทอัจฉริยะผู้นี้ไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความมุ่งมั่นที่จะจัดการศัตรูตรงหน้าให้สิ้นซาก "ข้าไม่มีเวลามาต่อรองกับพ่อค้าหน้าเลือดอย่างเจ้าหรอกนะ ลีโอ!" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน ขณะที่ต้องประคองบาเรียรับการโจมตีระลอกที่สองของออร์คคิงที่กระหน่ำฟันลงมาไม่ยั้ง "ถ้าจัดการเจ้านี่ไม่ได้ เจ้าก็ตาย ข้าก็แย่เหมือนกัน!" "ใครบอกว่าผมจะมาต่อรองเรื่องภาษีล่ะครับ?" ผมกระซิบข้างหูเธอเบาๆ ท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้อง "สิ่งที่ผมจะเสนอ... มันมีมูลค่ามากกว่าทองคำทั้งห้องนี้เสียอีกครับอาจารย์" เซราฟิน่าชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีไพลินหันขวับมามองผมด้วยแววตาสสงสัยแกแกมไม่เชื่อถือ "เจ้าหมายความว่ายังไง?" "ดูที่มือขวาของมันสครับ" ผมพยักเพยิดใบหน้าไปยังออร์คคิง "ตรงข้อต่อหัวไหล่ที่มีรอยแผลเป็นสีม่วง นั่นคือจุดอ่อนจากการสะสมพิษของดอก 'เนตรมังกรราตรี' ที่ผมแอบโรยไว้ตามทางเดินเมื่อสิบนาทีที่แล้วครับ ตอนนี้พิษกำลังกัดกินเส้นประสาทส่วน1 ของมัน ทำให้จังหวะการเหวี่ยงขวานทางขวาช้าลงไปสามวินาทีเต็ม..." ดวงตาของเซราฟิน่าเปล่งประกายขึ้นวับหนึ่ง เธอเป็นคนฉลาด เป็นอัจฉริยะเวทมนตร์ที่ไม่จำเป็นต้องให้พูดซ้ำสอง ทันทีที่รับรู้ข้อมูลจุดอ่อน เธอก็พลิกข้อมือคทาเวทในมือ วงเวทย์สีม่วงซ้อนทับกันสามชั้นปรากฏขึ้นกลางอากาศราวกับดอกไม้เหล็กที่กำลังผลิบาน "ยอดเยี่ยม... เจ้าเด็กแสบ" มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งและงดงามเสียจนผมเผลอใจเต้นไปชั่วขณะ "ถ้าจัดการมันได้ ข้าจะพิจารณาเรื่องสินค้าเถื่อนของเจ้าใหม่... แต่ถ้าเจ้าโกหก ข้าจะเอาไม้เท้าอันนี้ตีหัวเจ้าให้หายลายมือเลย!" "ยินดีรับคำท้าครับ!" ผมดีดตัวหลบฉากไปด้านข้างทันที เปิดทางให้เซราฟิน่าปลดปล่อยเวทมนตร์บทใหญ่ออกมา พลังมานาเข้มข้นถูกอัดฉีดจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ร่างของออร์คคิงที่กำลังจะเงื้อมือฟันซ้ำต้องชะงักกึกตามที่ผมคำนวณไว้จริงๆ จังหวะเวลาสามวินาทีนั้นมีค่าดั่งทองคำ *เปรี้ยง!* ลำแสงเวทมนตร์อัดแน่นด้วยพลังทำลายล้างพุ่งทะลวงเข้าใส่หัวไหล่ขวาของออร์คคิงอย่างแม่นยำ เสียงกรีดร้องโหยหวนของอสูรกายดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนที่ร่างมหึมาจะล้มครืนลงไปกองกับพื้น ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วห้องเก็บของจนแทบมองไม่เห็นทาง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของเซราฟิน่าที่ยืนปักหลักอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง เส้นผมสีเงินยวงชื้นเหงื่อแนบไปกับกรอบหน้าเรียวสวย เธอปัดฝุ่นออกจากชุดคลุมนักเวทอย่างลวกๆ ก่อนจะหันกลับมาจ้องมองผมด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา "เจ้า... ไปรู้เรื่องพิษของดอกเนตรมังกรราตรีมาจากไหน?" เธอถามเสียงเรียบ แต่แววตาเต็มไปด้วยความใคร่รู้ "ตำราสมุนไพรหายากเล่มนั้น แม้แต่ราช士นักเวทยังต้องใช้เวลาศึกษาเป็นปีๆ" ผมยิ้มรับ พรางหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดขึ้นมาซับเหงื่อบนหน้าผากอย่างใจเย็น "ความลับทางการค้าครับอาจารย์... แต่ถ้าท่านอยากรู้รายละเอียดเชิงลึก ผมมีข้อเสนอที่ดีกว่านั้นมานำเสนอ" เซราฟิน่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเชิงตั้งคำถาม ผมก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิด เว้นระยะห่างที่พอดีระหว่างความเป็นสุภาพบุรุษกับความสนิทสนม ก่อนจะหยิบขวดแก้วใบเล็กบรรจุผงสีทองประกายระยิบระยับออกมาจากช่องเก็บของลับในระบบ ออกมาวางไว้บนฝ่ามือ นี่คือไอเทมลับที่ผมแลกมาด้วยแต้มสะสมเกือบทั้งหมดจากภารกิจก่อนหน้า... **"ยาสูสูตรพิเศษ: คาเฟอีนสกัดจากเมล็ดกาแฟดันเจี้ยนโบราณ"** "นี่คืออะไร?" เธอจ้องมองขวดแก้วในมือผมด้วยความสนใจ แม้จะพยายามเก็บอาการไว้ก็ตาม "สิ่งนี้เรียกว่า 'เอสเพรสโซ่สกัดเข้มข้น' ครับอาจารย์" ผมอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและน่าเชื่อถือ "มันไม่ใช่ยาฟื้นฟูมานาธรรมดา แต่เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของกระแสมานาในร่างกายให้ทำงานเร็ขึ้นถึงสองร้อยเปอร์เซ็นต์โดยไม่ส่งผลข้างเคียง เหมาะสำหรับนักเวทที่ต้องค้นคว้าวิจัยหรือร่ายเวทบทหนักติดต่อกันเป็นเวลานานๆ... และแน่นอนว่า มันอร่อยมากเมื่อทานคู่กับนมสดอุ่นๆ" เซราฟิน่าเงียบไป เธอจ้องมองขวดแก้วนั้นสลับกับใบหน้าของผม แววตาสีไพลินฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง สำหรับนักเวทอัจฉริยะที่มักจะอดหลับอดนอนเพื่อวิจัยเวทมนตร์ ยาสูบหรือเครื่องดื่มกระตุ้นพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงขนาดนี้ มีค่ามากกว่าทองคำกองโตเสียอีก "แล้วเจ้าต้องการอะไรเป็นข้อแลกเปลี่ยน?" เธอถามเสียงแผ่วเบา ร่องรอยความเย็นชาเมื่อครู่เลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอยากรู้อยากเห็นของนักวิจัยที่กำลังตกหลุมพรางของพ่อค้าเจ้าเล่ห์ "ง่ายมากครับอาจารย์" ผมยิ้มกว้างอย่างมั่นใจ "ปล่อยผ่านสินค้าในลังนี้ทั้งหมด... ไม่สิ ผมอยากขอให้ท่านช่วยรับรองสถานะ 'พ่อค้าอิสระประจำดันเจี้ยนชั้นลึก' ให้ผมอย่างเป็นทางการด้วยครับ เพื่อแลกกับสูตรการชงเครื่องดื่มนี้ และ... กาแฟแก้วแรกที่ผมจะชงให้ท่านเป็นกรณีพิเศษ" ห้องเก็บของใต้ดินตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงสะท้อนของหยดน้ำที่ตกลงมาจากเพดาน เซราฟิน่าเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย สีหน้าของเธอบ่งบอกว่ากำลังชั่งน้ำหนักระหว่างศักดิ์ศรีของอาจารย์สมาคมนักเวท กับความเย้ายวนใจของผลงานวิจัยชิ้นเอกที่อยู่ตรงหน้า เธอยื่นมือเรียวบางออกมาแตะที่ขวดแก้วในมือผม ปลายเรียวเล็บของเธอเฉียดผ่านฝ่ามือของผมไปนิดเดียว สร้างความรู้สึกจั๊กจี้และอบอุ่นอย่างประหลาด "เจ้าชักจะอันตรายขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ ลีโอ..." เธอพึมพำเบาๆ แต่ริมฝีปากกลับระบายรอยยิ้มบางๆ ที่แทบมองไม่เห็น "ตกลง... ตามข้อเสนอของเจ้า แต่ถ้ากาแฟแก้วนั้นไม่อร่อยอย่างที่คุยไว้ ข้าจะปรับเจ้าล้มละลายสถานเดียว" [ติ๊ง! ระบบแจ้งเตือน: บรรลุเงื่อนไขลับ 'การเจรจาเหนือชั้นกับนักเวทอัจฉริยะ'] [ท่านได้รับสถานะรองรับ: 'พ่อค้าอิสระประจำดันเจี้ยนชั้นลึก' จากสมาคมนักเวท] [คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบการปลุกพลังงานลึกลับระดับ SSS จากชั้นใต้ดินที่ลึกกว่า ร่างเงาปริศนาเริ่มเคลื่อนไหว...] เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นในหัวพร้อมกับหน้าต่างสีทองที่กระพริบเตือนรัวเร็ว แต่ก่อนที่ผมจะได้อ่านรายละเอียดทั้งหมด พื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็เกิดอาการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม! รอยร้าวสีดำทมิฬนับร้อยสายแตกแขนงออกจากพื้นห้องเก็บของ พร้อมกับไอน้ำสีแดงฉานที่พวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับเสียงคำรามก้องกังวานที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ... และร่างเงาสูงตระหง่านในชุดเกราะโบราณที่ปกคลุมด้วยเปลวเพลิงสีคราม ก็ก้าวทะลุผ่านกำแพงมิติออกมาประชิดตัวเราทั้งสองคนในพริบตาเดียว! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนพ่อค้าคนนี้มาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพ่อค้าดันเจี้ยน: ขอรวยเงียบๆ ไม่ได้หรือไงครับอาจารย์! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%