"เหมาหมด... หมายความว่าอย่างไรครับท่านหัวหน้ากิลด์"
เสียงของลีโอสะท้อนก้องภายในร้านค้าขนาดกลางที่บัดนี้แน่นขนัดไปด้วยเหล่าฮันเตอร์แนวหน้าแห่งสมาคม มลوากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเกราะเหล็กกล้าที่เพิ่งผ่านการซ่อมบำรุงและกลิ่นเหงื่อจากการเตรียมพร้อมรบ เม็ดเหงื่อเม็ดหนึ่งไหลยินลงมาจากขมับของกิลด์มาสเตอร์แห่งรุ่งอรุณ แววตาของชายวัยกลางคนผู้ผ่านศึกมาโชกโชนฉายแววเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด เขากวาดสายตามองชั้นวางสินค้าที่เคยเรียงรายไปด้วยไอเทมฟื้นฟูระดับสูงและอาหารบัฟเสริมพลังที่ปรุงจากวัตถุดิบดันเจี้ยนหายาก ซึ่งบัดนี้กำลังถูกลำเลียงลงลังไม้หนาอย่างเป็นระเบียบ
"ตามนั้นแหละเจ้าหนู ข่าวกรองจากแนวหน้ายืนยันชัดเจนแล้ว ฝูงมอนสเตอร์ระลอกใหญ่กำลังเคลื่อนตัวออกจากดันเจี้ยนเบรกชั้นที่เจ็ด สัตว์อสูรระดับผู้บัญชาการไม่ได้มาแค่ตัวเดียว... พวกมันยกกันมาทั้งกองทัพ ฮันเตอร์ของเราต้องการยาสมานแผล ข้าวกล่องเพิ่มพลังเวท และไอเทมป้องกันสถานะผิดปกติทุกชิ้นที่เจ้ามีอยู่ในครอบครองตอนนี้" กิลด์มาสเตอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ มือหนาตบลงบนเคาน์เตอร์ไม้เนื้อแข็งเสียงดังสนั่น
ภายในร้าน เสียงฝีเท้าของเหล่าฮันเตอร์ระดับสูงเดินขวักไขว่เพื่อตรวจเช็กความเรียบร้อยของยุทธปัจจัย แต่สายตาทุกคู่ต่างเหลือบมองมาที่เจ้าของร้านหนุ่มผู้ยืนกอดอกนิ่งด้วยรอยยิ้มจางๆ
ลีโอไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย อดีตฮันเตอร์แรงก์ F ผู้เคยผ่านจุดต่ำสุดของชีวิต เรียนรู้มานานแล้วว่า ในยามวิกฤตเช่นนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ความตื่นกลัว แต่คือความพร้อมและโอกาสทางธุรกิจที่ต้องคำนวณอย่างรอบคอบ
"ของในสต็อกทั้งหมดที่มี... มูลค่ารวมไม่น้อยเลยนะครับท่าน" ลีโอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อย ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับพ่อค้าเคี่ยวกรำตลาดมาหลายสิบปี "อีกทั้งวัตถุดิบเหล่านี้ ผมต้องเสี่ยงชีวิตลงไปเก็บเกี่ยวในดันเจี้ยนเขตอันตรายร่วมกับอาจารย์เซราฟิน่า การจะปล่อยออกไปรวดเดียวหมดเกลี้ยงร้าน... ผมเกรงว่ามันจะกระทบต่อแผนการตลาดในระยะยาวของผมนะครับ"
บรรยากาศในร้านพลเงียบกริบลงทันที เหล่าฮันเตอร์แนวหน้าหันมามองเจ้าของร้านหนุ่มเป็นตาเดียวด้วยความประหลาดใจ ไม่บ่อยนักที่จะมีพ่อค้ากล้าต่อรองกับกิลด์ใหญ่ในยามที่บ้านเมืองกำลังเผชิญภัยพิบัติ
ทว่า ทันใดนั้นเอง ประตูหน้าร้านก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับสายลมเย็นเยียบที่พัดพาออร่าเวทมนตร์อันทรงพลังเข้ามาจนทุกคนต้องสะดุ้ง
ร่างเพรียวระหงในชุดคลุมนักเวทสีนิลก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงไฟจากคริสตัลเวทมนตร์บนเพดาน ใบหน้างดงามไร้ที่ติแต่เย็นชาประดุจน้ำแข็งของเซราฟิน่ากวาดตามองสถานการณ์ภายในร้านแวบหนึ่ง ก่อนที่สายตานิ่งสนิทคู่นั้นจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของลีโอ
"อย่ามาเล่นลิ้นในเวลานี้ ลีโอ" เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น นัยน์ตาสสีไพลินจ้องมองเขาเขม็ง "กองกำลังแนวหน้ากำลังรอเสบียงอยู่ ถ้าเจ้ายังมัวแต่คิดเรื่องกำไรหยิบโหย่ง ฉันนี่แหละจะเป็นคนใช้เวทมนตร์แช่แข็งร้านของเจ้าให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์น้ำแข็งถาวรเสียเดี๋ยวนี้"
รอยยิ้มของลีโอกว้างขึ้นอีกนิด เขาไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวต่อคุกkامของอาจารย์สาวลึกลับเลยแม้แต่น้อย กลับกัน เขารู้ดีว่าภายใต้ท่าทีเกรี้ยวกราดนั้น เซราฟิน่าก็มีความเป็นห่วงต่อชีวิตของเหล่าฮันเตอร์และอนาคตของเมืองนี้ไม่แพ้ใคร
"โถ่ อาจารย์ครับ ใจเย็นๆ ก่อนสิครับ ผมแค่วิเคราะห์สถานการณ์ตามหลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นเท่านั้นเอง" ลีโอหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะหันไปประสานสายตากับกิลด์มาสเตอร์ "เอาเป็นว่า เนื่องจากสถานการณ์นี้มีความจำเป็นเร่งด่วน และในฐานะที่ผมเองก็เป็นฮันเตอร์ที่รักเมืองนี้ไม่แพ้ใคร... ผมยินดีขายให้ในราคาทุนบวกค่าขนส่งพิเศษเพียงเล็กน้อยเท่านั้นครับท่านกิลด์มาสเตอร์ แต่มีข้อแม้..."
กิลด์มาสเตอร์เลิกคิ้วสูง "เงื่อนไขอะไรว่ามา!"
"ผมขอสิทธิ์ผูกขาดในการจัดซื้อวัตถุดิบจากดันเจี้ยนเบรกครั้งนี้แต่เพียงผู้เดียวเป็นเวลาสามเดือนหลังจบมหาสงครามครับ" ลีโอยื่นข้อเสนอด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและมีเหตุผลรองรับชัดเจน
กิลด์มาสเตอร์นิ่งงัดคิดไปชั่วขณะ การให้สิทธิ์ผูกขาดแก่พ่อค้าคนเดียวอาจจะมีความเสี่ยง แต่เมื่อเทียบกับความอยู่รอดของฮันเตอร์แนวหน้าในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ข้อเสนอนี้ถือว่าคุ้มค่ายิ่งนัก "ตกลง! ขอยอมรับเงื่อนไขของเจ้า จัดการบรรจุของทั้งหมดลงลังเดี๋ยวนี้!"
สิ้นคำสั่งของกิลด์มาสเตอร์ เหล่าฮันเตอร์ก็เริ่มปฏิบัติการขนย้ายสินค้าทันที เสียงโลหะกระทบกัน เสียงฝีเท้า และเสียงคำสั่งดังระงงไปทั่วร้านค้า ลีโอคอยยืนกำกับดูแลการตรวจนับสต็อกอย่างรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าเสบียงทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นข้าวกล่องเพิ่มพลังเวทสูตรลับ หรือโพชั่นฟื้นฟูสภาพจิตใจ จะถูกส่งต่อไปยังมือของฮันเตอร์แนวหน้าอย่างแม่นยำและเที่ยงตรง
เซราฟิน่ายืนกอดอกพิงเสาร้านอยู่ไม่ไกล เฝ้ามองท่าทีที่สุขุมและจัดการปัญหาได้อย่างเฉียบขาดของชายหนุ่ม ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อปกปิดร่องรอยความชื่นชมที่ฉายชัดอยู่ในแววตา
"เจ้าเด็กนี่... รู้จักฉวยโอกาสในวิกฤตเก่งเสียจริงนะ" นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ
เวลาผ่านไปไม่นาน ชั้นวางสินค้าที่เคยอัดแน่นบัดนี้ว่างเปล่าจนมองเห็นผนังไม้ด้านหลัง สินค้าล็อตใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของร้านค้าถูกขนขึ้นรถม้าหุ้มเกราะเวทมนตร์เพื่อมุ่งหน้าสู่แนวหน้าในพริบตา
ลีโอยืนมองรถม้าคันสุดท้ายแล่นลับตาไปผ่านกระจกหน้าร้าน เขาถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก งานภาคปฏิบัติเบื้องต้นลุล่วงไปด้วยดี ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะหันกลับไปเคลียร์บัญชีกับอาจารย์สาว เสียงเตือนคุ้นเคยจากระบบที่เงียบหายไปนานก็ดังขึ้นในหัวสมองอย่างกะทันหัน
[ติ๊ง! ตรวจพบภารกิจลับระดับ SSS: "มหาสงครามแห่งดันเจี้ยนชั้นที่เจ็ด" - ระบบได้ทำการปลดล็อกร้านค้าเคลื่อนที่ฉุกเฉินและคลังแสงระดับตำนานเรียบร้อยแล้ว]
[คำเตือนจากระบบ: พลังงานลึกลับบางอย่างกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้จุดพิกัดร้านค้าในรัศมีสามร้อยเมตร มอนสเตอร์ระดับหายนะที่ไม่ได้ถูกบันทึกในสารบบกำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหล...]
ในวินาทีนั้นเอง แสงไฟจากคริสตัลเวทมนตร์ทั่วทั้งเมืองก็กระพริบรัวและดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าปกคลุมอย่างฉับพลัน และแรงกดดันอันมหาศาลที่ทำให้หายใจไม่ออกก็แผ่ซ่านเข้ามาจากเบื้องล่างพื้นดิน
เซราฟิน่าเบิกตากว้าง สัญชาตญาณนักเวทอัจฉริยะกรีดร้องเตือนภัย นางพุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนลีโอไว้แน่น "ลีโอ... นั่นมันไม่ใช่ฝูงมอนสเตอร์ธรรมดาแล้ว!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนเส้นทางสายพ่อค้าของลีโอในบทนี้อย่างอบอุ่นนะครับ!
ระบบพ่อค้าดันเจี้ยน: ขอรวยเงียบๆ ไม่ได้หรือไงครับอาจารย์!•ตอนที่ 36
เตรียมพร้อมสรรพาวุธสู่มหาสงคราม
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพ่อค้าดันเจี้ยน: ขอรวยเงียบๆ ไม่ได้หรือไงครับอาจารย์! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!