“ถ้าท่านอาจารย์ยังดื้อดึงใช้สูตรคำนวณเวทมนตร์แบบโบราณในการสกัดมานาจากผลึกมอนสเตอร์ระดับสี่อีกล่ะก็ ผมเกรงว่าค่าคอมมิชชันจากการประมูลวัตถุดิบงวดหน้าของพวกเรา คงต้องถูกหักไปเป็นค่าทำความสะอาดคราบเขม่าควันบนเพดานห้องแล็บอีกรอบนะครับ”
น้ำเสียงราบเรียบแต่เจือรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบสงบของหอคอยวิจัยเวทมนตร์ชั้นบนสุด กลิ่นอายของผงมานาเข้มข้นลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นหอมกรุ่นของชาสมุนไพรชั้นดี ลีโอไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชีเล่มหนาที่กำลังคำนวณตัวเลขกำไรขาดทุนจากการเจรจาการค้ากับสมาคมฮันเตอร์เมื่อช่วงบ่าย ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะไม้โอ๊กเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับล่วงรู้ถึงความพินาศย่อยยับที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังประตูห้องปรุงยา
ครืน…!
เสียงระเบิดเบาๆ ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องปฏิบัติการส่วนตัว พร้อมกับควันสีชมพูอ่อนที่ฟุ้งกระจายออกมาตามรอยแยกของบานประตูเหล็กกล้า ลีโอถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความระอาปนเอ็นดู เขาปิดสมุดบัญชีลงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปยังบานประตูนั้นโดยไม่ลังเล
นี่คือความจริงเบื้องหลังฉายา ‘นักเวทอัจฉริยะผู้เย็นชาไร้พ่าย’ ที่คนนอกต่างร่ำลือกัน เซราฟิน่า ผู้ทรงอำนาจและน่าเกรงขามในสายตาของสภาเวทมนตร์และเหล่าฮันเตอร์แรงก์สูง แต่เมื่อลับตาผู้คนและอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว เธอกลับกลายเป็นเพียงเด็กสาวจอมดื้อรั้นที่มักจะหักโหมทดลองทฤษฎีแปลกประหลาดจนเกือบสร้างระเบิดย่อมๆ ขึ้นกลางหอคอยอยู่เป็นประจำ
ลีโอหมุนลูกบิดประตูอย่างระมัดระวัง แรงดันอากาศภายในห้องทำให้บานประตูเปิดออกเองช้าๆ เผยให้เห็นภาพที่ต่อให้เอาทองคำทั้งดันเจี้ยนมาแลก ลีโอก็ไม่มีวันเชื่อสายตาตัวเอง
ร่างระหงของอาจารย์สาวผู้สง่างาม เส้นผมสีเงินย้วยยาวสยายไม่เป็นทรงเนื่องจากแรงระเบิดเมื่อครู่ ชุดคลุมนักเวทตัวนอกถูกถอดกองไว้กับพื้น เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งที่ใหญ่เกินตัวจนร่นลงมาเผยลาดไหล่เนียนละเอียด ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของอดีตฮันเตอร์แรงก์ F ถึงกับกระตุกวูบไม่ใช่สภาพยุ่งเหยิงนั่น
บนศีรษะของเซราฟิน่า… มีหูกลมมนสีขาวปุกปุยคู่หนึ่งตั้งตรงกระดิกไหวไปมาตามแรงลม และที่ด้านหลัง—หางฟูฟ่องยาวก드ซุกซ่อนอยู่ใต้ชายเสื้อกำลังสะบัดไปมาด้วยความหงุดหงิด!
“ทะ… ทำไมเจ้าถึงเข้ามาโดยไม่เคาะประตูก่อนเล่า เจ้าพ่อค้าหน้าเลือด!”
เสียงหวานที่ปกติมักจะเย็นชาและตวาดด้วยความเย่อหยิ่ง บัดนี้กลับสั่นเครือ ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู ดวงตาสองสีคู่สวยหลบวูบอย่างจนมุม มือเรียวรีบควานหาหมวกคลุมเวทมนตร์ขึ้นมาสวมทับเพื่อปิดบังหูสัตว์ปุกปุยคู่นั้นทันที แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว เมื่อภาพทั้งหมดถูกบันทึกไว้ในสมองของลีโออย่างชัดเจนทุกกระเบียดนิ้ว
ลีโอนิ่งงันไปชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลเรื่องธุรกิจและกลยุทธ์ดันเจี้ยนอย่างรวดเร็ว กลับหยุดทำงานลงกะทันหัน ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแล็บอยู่หลายอึดใจ ก่อนที่มุมปากหยักสวยของพ่อค้าหนุ่มจะค่อยๆ ยกย่องขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
“อ๋อ… ที่แท้เคล็ดลับความเร็วในการฟื้นฟูมานาของท่านอาจารย์ ที่แท้ก็มาจากการผสานพันธุกรรมกับสัตว์อสูรหายากสายพันธุ์จิ้งจอกหิมะโบราณนี่เองสินะครับ” ลีโอเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เจือความขบขันไว้อย่างปิดไม่มิด “เป็นงานอดิเรกในการวิจัยที่… น่ารักเกินคาดเสียจนผมเกือบจะคิดค่าลิขสิทธิ์สิทธิ์ในการเก็บความลับนี้เลยทีเดียว”
“เจ้า…! เจ้าบ้า! อย่ามองนะ! ออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
เซราฟิน่าหวีดร้องออกมาอย่างเสียกิริยา ปกติแล้วเธอคือผู้ควบคุมสถานการณ์เสมอ แต่ในเวลานี้ เธอกลับรู้สึกราวกับตัวเองเป็นเหยื่อตัวน้อยที่กำลังถูกผู้ล่าเจ้าเล่ห์ต้อนจนมุม เท้าเล็กๆ ถอยหลังกรูดไปจนชิดผนังห้อง ใบหน้าที่มักจะเชิดขึ้นสูงตอนนี้ก้มงุดซบลงกับฝ่ามือตัวเองเพื่อซ่อนความอาย
ลีโอมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากตอนแรก ความหวาดเกรงในฐานะลูกศิษย์ที่มีต่ออาจารย์ผู้เข้มงวดได้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเอ็นดูและความอบอุ่นที่แผ่ซ่านขึ้นมาในอก ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างที่กำลังสั่นน้อยๆ นั้นอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้เธอตกใจกลัวไปมากกว่าเดิม
“ไม่ต้องอายหรอกครับอาจารย์…” ลีโอหยุดยืนตรงหน้าเธอ ทอดมองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจ “สำหรับผมแล้ว ไม่ว่าท่านจะอยู่ในฐานะนักเวทผู้ยิ่งใหญ่ หรือในสภาพ… เอh จิ้งจอกน้อยขี้อายแบบนี้ ท่านก็คืออาจารย์ที่ผมเคารพและ… ห่วงใยมากที่สุดคนหนึ่งอยู่ดี”
คำพูดที่จริงใจและอ่อนโยนนั้น ทำให้เซราฟิน่าชะงัก เธอมือเรียวค่อยๆ ลดลง เผยให้เห็นดวงตาคู่สวยที่ชื้นแฉะด้วยหยาดน้ำตาแห่งความอับอายปะปนกับความประหลาดใจ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ
“เจ้า… ไม่รังเกียจข้าหรือ… ร่างกายนี้มันเป็นผลจากการทดลองที่ผิดพลาดในอดีต ข้าไม่ใช่__”
“ความผิดพลาดอะไรกันครับ?” ลีโอสวนกลับนุ่มนวล มือหนายื่นออกไปบรรจงหยิบเศษผงเวทมนตร์ที่ติดอยู่บนเส้นผมสีเงินของเธอออกอย่างแผ่วเบา “ในมุมมองของพ่อค้าแล้ว สิ่งนี้ไม่ใช่ความผิดพลาด แต่มันคือ ‘สินค้าหายาก’ ที่มีมูลค่าประเมินมิได้ต่างหากล่ะครับ… อีกอย่างนะ”
ลีโอโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ใบหูที่ถูกซ่อนอยู่ใต้หมวกเบาๆ จนคนฟังสะดุ้งสุดตัว
“หูฟูๆ ของอาจารย์เนี่ย… น่าจับมาลูบเสียจริงนะครับ ว่าไหม?”
“ลีโอ! เจ้าเด็กทะลึ่ง! ข้าจะใช้เวทมนตร์แช่แข็งเจ้าให้อยู่ในสถานะฟอสซิลสามร้อยปีเดี๋ยวนี้แหละ!”
เสียงโวยวายด้วยความเขินอายดังลั่นห้องแล็บ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในหอคอยเวทมนตร์แห่งนี้ ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันระหว่างทั้งสองคนกำลังถักทอแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเลยว่า ความอบอุ่นนี้กำลังจะถูกทดสอบด้วยบางสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุม
ปัง!
จู่ๆ ประตูห้องวิจัยชั้นล่างก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบที่กำลังพุ่งตรงขึ้นมาตามบันไดหอคอยอย่างเร่งรีบ
แถมด้วยเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหัวของลีโออย่างกะทันหัน โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
[ติ๊ง! ตรวจพบผู้บุกรุกระดับภัยพิบัติ: 'ราช องค์รักษ์เงาทมิฬ' จากสมาคมลับใต้ดินก้าวเข้าสู่เขตอาคมของหอคอย!]
[ภารกิจฉุกเฉินระดับ SSS: ปกป้องความลับของอาจารย์เซราฟิน่า และเอาชีวิตรอดจากการลอบสังหารภายใน 10 นาที!]
[คำเตือน: เป้าหมายที่แท้จริงของผู้บุกรุก ไม่ใช่หอคอย… แต่คือตัวตนที่แท้จริงของอาจารย์สาว!]
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับพ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยนเสมอนะครับ
ระบบพ่อค้าดันเจี้ยน: ขอรวยเงียบๆ ไม่ได้หรือไงครับอาจารย์!•ตอนที่ 13
ความลับของอาจารย์เซราฟิน่า
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพ่อค้าดันเจี้ยน: ขอรวยเงียบๆ ไม่ได้หรือไงครับอาจารย์! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!