ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่•ตอนที่ 5

สามปีที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
“ถ้าคุณคิดว่าเศษเงินก้อนนี้จะซื้อศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบยละสามปีของฉันคืนมาได้… คุณคงประเมินผู้หญิงคนนี้ต่ำเกินไปแล้วค่ะ, คุณกวินทร์” เสียงหวานที่ราบเรียบแต่มั่น มั่นคงจนน่าใจหายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของห้องรับรองวีไอพี แอร์เย็นฉ่ำของโรงแรมหรูระดับห้าดาวไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย กลับกัน มันยิ่งทำให้ลมหายใจของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามติดขัด กวินทร์มองหญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีขาวสะอาดตา เรือนผมยาวสลวยถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีตเผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าที่เฉี่ยวคมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีร่องรอยของเด็กสาวผู้เปราะบางและเอาแต่วิ่งตามเขาด้วยสายตาน่าสมเพชคนเดิมอีกต่อไปแล้ว สามปี… เวลาสามปีเปลี่ยนคนคนหนึ่งให้กลายเป็นภาพสะท้อนที่เขาแทบไม่กล้าสบตา รินรดายกถ้วยชาเซรามิกขึ้นจิบช้าๆ กิริยาท่าทางเต็มไปด้วยความสง่างามและถือตัว ราวกับว่าผู้ชายที่นั่งหน้าตาตื่นและมือสั่นเทาคนนี้ เป็นเพียงแขกไม่ได้รับเชิญที่เธอพร้อมจะผายมือเชิญออกไปได้ทุกเมื่อ เอกสารข้อเสนอทางธุรกิจมูลค่าหลายร้อยล้านถูกผลักกลับไปหาเขาอย่างไม่ไยดี ไม่มีการลังเล ไม่มีแม้แต่จะเหลือบมองตัวเลขกำไรมหาศาลที่ล่อตาล่อใจพวกนักลงทุนหน้าเลือดเหล่านั้นเลยสักนิด “ริน… ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น” กวินทร์เอ่ยเสียงแหบพร่า ริมฝีปากที่เคยเหยียดหยิ้มและพ่นคำพูดเชือดเฉือนใส่เธอในอดีต บัดนี้กลับสั่นระริกจนน่าขัน เขาลุกขึ้นโดยไม่รู้ตัว ยื่นมือออกไปราวกับจะคว้าชายเสื้อสูทของเธอไว้ ทว่าเพียงแค่สายตาคู่คมกริบที่ตวัดกลับมามอง ปราดเดียวก็ตรึงร่างสูงใหญ่ของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลให้แข็งค้างอยู่กับที่ สายตานั้นไม่มีความเกลียดชังหลงเหลืออยู่เลย… มันว่างเปล่า เย็นชา และทรงพลังยิ่งกว่าการกรีดร้องหรือน้ำตาเสียอีก “กรุณาเรียกฉันว่า ‘คุณรินรดา’ หรือไม่ก็ ‘ท่านประธานรินรดา’ จะเหมาะสมกับสถานะทางสังคมปัจจุบันของเรามากกว่านะคะ, คุณกวินทร์” เธอแย้มยิ้ม มุมปากยกขึ้นเพียงเล็กน้อย ช่างเป็นรอยยิ้มที่งดงามแต่กลับบาดลึกดั่งมีดอาบน้ำผึ้ง “สามปีที่ผ่านมา ฉันเรียนรู้ว่าการรอคอยความเมตตาจากคนที่มองเห็นเราเป็นแค่เฟอร์นิเจอร์ประดับบ้าน มันโง่เขลาแค่ไหน และตอนนี้… ฉันก็ไม่ได้ยืนอยู่จุดเดียวกับที่คุณจะมาออกคำสั่งได้อีกแล้ว” หัวใจของกวินทร์กระหน่ำรัวราวกับถูกค้อนทุบเข้าที่กลางอก ภาพของภรรยาตัวน้อยที่เคยตั้งท้องอ่อนๆ และร้องไห้กอดขาขอร้องให้เขาอยู่บ้านด้วยในคืนฝนตกเมื่อสามปีก่อน ซ้อนทับขึ้นมาในหัว คืนนั้นเขาผลักไสเธออย่างไรเยื่อใย คืนนั้นเขาบอกว่าเด็กในท้องอาจไม่ใช่ลูกของเขาด้วยซ้ำ และคืนนั้นเอง… ที่เธอหายลับไปจากชีวิตพร้อมกับใบหย่าที่เซ็นทิ้งไว้บนโต๊ะทำงาน ไม่มีใครรู้ว่าเธอหายไปไหน ไม่มีใครหาเธอเจอ จนกระทั่งวันนี้ วันที่บริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีที่กำลังมาแรงที่สุดในเอเชีย ก้าวเข้ามาเป็นคู่แข่งทางธุรกิจรายใหญ่ที่กำลังจะฮุบกิจการของเขาทีละนิด… โดยมีผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบยละเป็นผู้กุมบังเหียนทั้งหมด “ผมขอโทษ…” คำพูดที่สั้นที่สุดและยากที่สุดในชีวิตถูกเปล่งออกมา กวินทร์รู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ น้ำตานายทุนผู้เย่อหยิ่งเอ่อคลอเบ้าอย่างน่าสมเพช “ผมรู้ว่าผมทำเลวร้ายกับคุณไว้มากแค่ไหน แต่โปรดให้โอกาสผมได้ไถ่บาป ได้ไหมริน… ขอร้องล่ะ” รินรดายังคงนั่งนิ่ง เธอวางถ้วยแบล็กทีลงบนจานรองอย่างนุ่มนวล เสียงกระทบกันเบาๆ ช่างบาดลึกความรู้สึกของคนฟังจนแทบทนไม่ไหว เธอมองผู้ชายที่กำลังคุกเข่าทางใจตรงหน้าด้วยสายตาที่ราบเรียบ ไร้ซึ่งความสงสาร ไร้ซึ่งความโกรธแค้น เพราะความรู้สึกเหล่านั้น… มันตายไปตั้งแต่คืนที่เธอแท้งลูกคนแรกบนพื้นห้องน้ำที่เย็นเฉียบในคฤหาสน์ของเขาแล้ว “การไถ่บาปเหคะ?” รินรดาทวนคำ เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอช่างเย็นเยียบ “คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะใช้คำนั้นหรอกค่ะ, คุณกวินทร์ เพราะบาปที่คุณสร้างมันไม่ได้ทำลายแค่ชีวิตฉัน แต่มันพราก… สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดไปจากอกฉันด้วย” บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กวินทร์หน้าซีดเผือด เขารู้ดีว่าเธอกำลังหมายถึงอะไร ลูกน้อยที่เขาเคยปฏิเสธและไม่เคยใส่ใจ ความผิดบาปนั้นกัดกินวิญญาณเขามาตลอดสามปีเต็ม และในวินาทีที่เขากำลังจะเอ่ยปากสารภาพความจริงทั้งหมดเพื่อแลกกับการขออภัยโทษ ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ประธานสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม “เข้ามาค่ะ” ประตูห้องรับรองเปิดออก พร้อมกับร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารัก วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาด้วยรอยยิ้มสดใส เรือนผมหยักศกและดวงตากลมโตเป็นประกายราวกับดวงดาว ทำให้กวินทร์ที่กำลังเหม่อลอยต้องหันไปมองโดยสัญชาตญาณ เด็กชายวัยสามขวบหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ของรินรดา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นส่งเสียงใสแจ๋วที่ทำเอาโลกทั้งใบของกวินทร์หยุดหมุนไปทันที “มัมมี่ฮะ! คุณน้าผู้ชายใจดีคนนั้นซื้อไอติมช็อกโกแลตให้ต้นกล้าตั้งสองแท่งแน่ะฮะ!” กวินทร์เบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ใบหน้านั้น… ดวงตานั้น… และรอยยิ้มแบบนั้น… มันถอดแบบมาจากตัวเขาในวัยเด็กราวกับส่องกระจกเงา! ภาพทุกอย่างในหัวหมุนควอน เอกสารตรวจ DNA ที่เขาเคยแอบสั่งตรวจเมื่อสามปีก่อน (ซึ่งผลออกมาว่าไม่พบร่องรอยการตั้งครรภ์เพราะเธอย้ายโรงพยาบาลกระทันหัน) พังทลายลงในพริบตา เด็กชายคนนี้… ลูกชายของเขา… ยังมีชีวิตอยู่!? ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้ค่ะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%