ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่•ตอนที่ 6

การกลับมาของคนใจร้าย

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวในห้องประชุมใหญ่ของแผนกวางแผนการตลาด เงียบกริบลงในทันที แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงสง่าของประธานบริษัทคนใหม่ ผู้เพิ่งก้าวเข้ามานั่งแท่นบริหารสูงสุดได้ไม่ถึงเดือน รินรดายังคงยืนนิ่งหลังโต๊ะบรรยาย เอกสารรายงานยอดขายประจำไตรมาสอยู่ในมือเธอนิ่งสนิท แม้ปลายนิ้วจะเย็นเฉียบจนแทบไร้ความรู้สึก แต่แววตาคู่คมที่เงยขึ้นสบกับผู้ชายฝั่งตรงข้ามกลับราบเรียบ ราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อมจากลมพายุ "คุณรินรดา... ดูเหมือนว่าตัวเลขการเติบโตของสาขาเราในรอบนี้ จะไม่ได้มาตรฐานตามที่ทางส่วนกลางคาดหวังไว้นะคะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยจนน่าสะท้านในอดีต ดังลอดริมฝีปากหยักลึกของกวินทร์ เขานั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหัวโต๊ะ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองเธอตั้งแต่ปลายเส้นผมจรดรองเท้าคัทชูสีดำเรียบ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเธอ ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง เย็นชา และประกายความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่อยากแม้แต่จะตีความ สามปี... สามปีเต็มๆ ที่เธอหลุดพ้นจากกรงทองอันแสนหนาวเหน็บ สามปีที่เธอทุ่มเทหยาดเหงื่อทุกหยดเพื่อสร้างชีวิตใหม่ให้เธอกับลูกชายตัวน้อยโดยปราศจากเงาของสามีผู้เย็นชาคนนี้ แต่วันนี้ เขากลับยืนอยู่ตรงหน้า ในฐานะผู้มีอำนาจชี้นำความเป็นความตายทางหน้าที่การงานของเธอ "ทางเราได้ชี้แจงสาเหตุและแนวทางแก้ไขแนบไปท้ายรายงานแล้วค่ะท่านประธาน หากคุณกวินทร์ได้ลองอ่านรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน น่าจะเห็นว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากความบกพร่องของทีมเรา แต่เป็นเพราะปัจจัยภายนอกเรื่องห่วงโซ่อุปทานที่ทางส่วนกลางยังไม่สามารถจัดสรรงบประมาณสนับสนุนมาให้ตามกำหนดต่างหากค่ะ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าไร้ซึ่งความหวั่นเกรง ทุกถ้อยคำถูกร้อยเรียงอย่างระมัดระวัง หนักแน่น และไม่ยอมก้มหัวให้ความกดดันใดๆ ทั้งสิ้น กวินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา เขาโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างวางประสานกันบนโต๊ะ สายตาดุดันคู่นั้นจดจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนอย่างประหลาด ผู้หญิงคนนี้... ไม่ใช่รินรดาคนเดิม คนที่เคยเอาแต่นั่งรอเขาอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ด้วยแววตาเวทมนตร์และคราบน้ำตา รินรดาในวันนี้มีความเด็ดเดี่ยว มีออร่าความแข็งแกร่งที่ฉาบอยู่บนความเยือกเย็น ซึ่งมันทั้งน่าหลงใหลและชวนให้หงุดหงิดใจในเวลาเดียวกัน "ปากคอเราะาะห์เก่งขึ้นนี่คะ... รินรดา" กวินทร์เอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่ลากยาวและเบาหวิว ราวกับจงใจกระซิบทักทายกันในพื้นที่ส่วนตัว ทั้งที่รอบข้างยังมีพนักงานร่วมสิบชีวิตนั่งกลั้นหายใจอยู่ "ดิฉันแค่ทำหน้าที่รายงานความจริงตามวิสัยทัศน์ของมืออาชีพค่ะ ถ้าไม่มีข้อซักถามอื่นเกี่ยวกับตัวเลขแล้ว ดิฉันขอตัวนะคะ งานที่แผนกยังรอให้อัดฉีดข้อมูลอยู่อีกมาก" รินรดารวบเอกสารในมือเข้าแฟ้มด้วยท่าทีมั่นคง เธอมิได้รอให้อีกฝ่ายอนุญาต พลิกตัวเตรียมจะเดินออกจากห้องประชุมทันที ความอึดอัดนี้มันมากเกินพอแล้ว เธอไม่อยากเอาดวงจิตที่สงบสุขของตัวเองมาจมปลักอยู่กับอดีตที่เคยแหลกสลาย "เดี๋ยวค่ะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขัดขึ้น น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยอำนาจเด็ดขาดที่ทำให้ฝีเท้าของเธอต้องชะงักงัน "ประชุมยังไม่จบ... ฉันยังไม่ได้อนุญาตให้คุณออกจากห้องนี้" รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีตื้นขึ้นมา เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างไว้ตัว "ท่านประธานมีคำสั่งอื่นใดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานอีกไหมคะ ถ้าไม่มี ดิฉันถือว่าเวลาการประชุมในส่วนของแผนกเราสิ้นสุดลงแล้วค่ะ" กวินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ ทีละก้าว ความกดดันรอบตัวบีบอัดจนพนักงานคนอื่นในห้องแทบไม่กล้าหายใจ กลิ่นกายหรูหราคุ้นจมูกที่เธอเคยซบลงร้องไห้ในคืนวันอันโดดเดี่ยวลอยปะทะเข้ามาในโสตประสาท ทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของเธอเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ แต่นั่นยิ่งทำให้รินรดายกกำแพงในใจให้สูงขึ้นไปอีก กวินทร์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่ก้าวเดียว ดวงตาคมกริบก้มมองลงมา ใบหน้าของเขาเรียบเฉยจนคาดเดาอารมณ์ไม่ได้ แต่แววตานั้นกลับสั่นไหวเล็กน้อยยามที่ได้พิจารณาใบหน้าของเธอในระยะประชิด "คุณเก่งขึ้นมากจริงๆ นะรินรดา... เก่งจนน่าตกใจ" เขากระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบกวาดมองขอบตาและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดี "แต่เสียดาย... ที่คุณยังดูถูกอำนาจของการเป็น 'สามีเก่า' คนนี้ต่ำเกินไป" รินรดายกยิ้มเยาะหยันที่มุมปากบ้าง เธอเงยหน้าสบตากับเขาตรงๆ โดยไม่หลบสายตาแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดในอดีตถูกหลอมรวมกลายเป็นเกราะเหล็กที่ไม่มีวันยอมให้ใครเจาะเข้ามาได้อีก "สามีเก่าเหรอคะ? ขอโทษด้วยนะ... พอดีดิฉันความจำสั้น จำได้แต่คนที่เคยตายจากชีวิตไปแล้วเท่านั้นค่ะท่านประธาน" คำพูดเชือดเฉือนที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางทำให้กวินทร์ชะงักไป ดวงตาดุดันวับวโรจน์ด้วยความโกรธกรุ่นผสมความเจ็บปวดแปลบปลาบที่อกข้างซ้าย นี่คือบทลงโทษที่สาสมที่สุดที่ผู้หญิงคนนี้มอบให้แก่เขา การทำเป็นมองไม่เห็นคุณค่าและการเหยียบย่ำความรู้สึกของเขาลงอย่างไม่เหลือเยื่อใย ก่อนที่สงครามประสาทระหว่างคนทั้งสองจะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของรินรดาก็สั่นครืดคราดขึ้นมาทำลายบรรยากาศตึงเครียด เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบมันขึ้นมาดูหน้าจอด้วยความร้อนใจ เพราะเวลานี้คือเวลาที่พี่เลี้ยงเด็กที่บ้านจะโทรศัพท์มารายงานเรื่องน้องต้นกล้า แต่ทว่า... หน้าจอแสดงสายเรียกเข้ากลับไม่ใช่พี่เลี้ยง หากแต่เป็นสายวิดีโอคอลจากเบอร์แปลกปลอมที่เธอไม่คุ้นเคย รินรดากดรับด้วยความลังเล ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยคำใด เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบก็ดังทะลักออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องประชุม *"แม่จ๋า! ต้นกล้าคิดถึงแม่จ๋าจังเลยครับ! ทำไมวันนี้แม่กลับบ้านช้าจัง คุณอาใจดีคนนี้บอกว่าจะพาต้นกล้ามาหาแม่ที่บริษัทจริงเหรอฮะ!"* หัวใจของรินรดาร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา เธอนิ่งค้างไปทันทีเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เธอยังไม่ทันได้ตั้งสติ เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มอีกคนหนึ่งก็แทรกขึ้นมาจากปลายสาย พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ประตูห้องประชุมใหญ่เรื่อยๆ *"สวัสดีครับคุณรินรดา... พอดีผมบังเอิญเจอลูกชายตัวน้อยของคุณที่ล็อบบี้ข้างล่าง เด็กช่างพูดคนนี้หน้าตาเหมือนใครบางคนในห้องนี้เสียจนผมอดใจไม่ไหว ต้องพาขึ้นมาเซอร์ไพรส์พวกคุณสักหน่อย..."* ประโยคสุดท้ายนั้นหยุดชะงักลง พร้อมกับที่บานประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยเลขาหน้าห้อง กวินทร์หันขวับไปมองตามเสียงเปิดประตู เช่นเดียวกับรินรดาที่ใบถอดสีซีดเผือดจนไร้เลือดฝาด เมื่อร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารักกำลังวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาในห้องประชุม พร้อมกับเงยหน้าส่งยิ้มพิมพ์ใจให้ผู้เป็นแม่ โดยมีร่างสูงของ 'ธีรภัทร' คู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญของกวินทร์ เดินจูงมือเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาดุดันของกวินทร์ที่ก้มมองเด็กชายตัวน้อย ก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง เมื่อโครงหน้า จมูก และดวงตากลมโตของเด็กชายคนนั้น... ถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้ค่ะ **ชานมไข่มุกหวานร้อย**
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%