กลิ่นกาแฟคั่วบดเข้มข้นในร้านคาเฟ่สไตล์มินิมอลย่านใจกลางเมืองไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย สำหรับรินรดาแล้ว พื้นที่ตรงนี้เปรียบเสมือนสนามประลองที่เธอต้องสวมเกราะแห่งความเยือกเย็นเข้าห้ำหั่นกับอดีตที่เคยฝังกลบไว้ด้วยหยาดน้ำตา
"ลาเต้เย็นหวานน้อยได้แล้วค่ะ"
เสียงเรียกชื่อจากพนักงานบดบังความอึดอัดชั่วขณะ รินรดายื่นมือไปรับแก้วเครื่องดื่ม แต่วินาทีที่ปลายนิ้วกำลังจะผละออก สายตาของเธอกลับปะทะเข้ากับร่างสูงโปรดักชันนายแบบที่ก้าวเข้ามาในร้านอย่างสง่างาม
กวินทร์... ผู้ชายที่เคยสลักรอยแผลเป็นไว้ในใจเธออย่างลึกซึ้ง
เขายังคงดูดีและน่าเกรงขามเช่นเคย เสื้อสูทเข้ารูปสีเทาเข้มขับเน้นให้ไหล่กว้างดูน่าซบและน่ากลัวไปพร้อมๆ กัน แววตาคมกริบกวาดมองไปรอบร้านก่อนจะหยุดนิ่ง—ตรงมาที่เธอ
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมเศษซากความบอบช้ำในอดีตขึ้นมาหลอมรวมเป็นเกราะเหล็ก เธอไม่ได้หลบตา ไม่ได้สะดุ้งโหยง หรือแสดงอาการตื่นตระหนกอย่างที่เขาอาจคาดหวัง ใบหน้าหวานเรียบเฉยราਤกับว่าผู้ชายตรงหน้าเป็นเพียงอากาศธาตุ หรือเป็นแค่ลูกค้าร่วมร้านที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน
"ริน..."
เสียงทุ้มต่ำที่เคยกระซิบคำตัดพ้อและคำดูถูกในอดีตหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักลึก กวินทร์หยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแบรนด์หรูโชยเข้าจมูก ปลุกเร้าความทรงจำสีเทาที่เธอพยายามลบเลือน
รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาคู่นั้นว่างเปล่า ไร้ซึ่งประกายความยินดีหรือแม้แต่ความเกลียดชัง—มันคือความเฉยชาขั้นสุดยอดที่บาดลึกยิ่งกว่ามีดอาบน้ำผึ้ง
"ขอโทษนะคะ..." เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ "เรา... รู้จักกันด้วยหรือคะ?"
ประโยคสั้นๆ ที่หลุดจากริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีพีชอ่อน ทำให้ร่างสูงของกวินทร์ชะงักกึก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เชื่อหู สมองของนักธุรกิจหนุ่มผู้รวบรวมอาณาจักรหมื่นล้านประมวลผลสะดุดลงชั่วขณะ เขาจ้องมองผู้หญิงตรงหน้า—อดีตภรรยาที่เคยตัวสั่นเทาและร้องขอความรักจากเขาอย่างน่าสมเพช—ทว่าวันนี้ เธอกลับมองเขาด้วยสายตาของ "คนแปลกหน้า" อย่างแท้จริง
"ริน... เธอเล่นตลกอะไร" กวินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน หัวใจกระตุกวูบอย่างประหลาด ความเย่อหยิ่งที่เขามีมาตลอดชีวิตพังทลายลงในพริบตาเมื่อถูกปฏิเสธตัวตนด้วยสายตาคู่เดิมที่เคยภักดีต่อเขาที่สุด
"คุณคงจำคนผิดแล้วล่ะค่ะ ดิฉันชื่อริด้าค่ะ ไม่ใช่รินอะไรที่คุณพูดถึง" รินรดายิ้มมุมปาก ยิ้มที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา เป็นรอยยิ้มแบบที่นักธุรกิจใช้ทักทายคู่ค้าทางธุรกิจที่ไม่อยากเสวนาด้วยนานๆ "ตัวก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่คิดว่าจะมีนิสัยเดินทักคนแปลกหน้าแบบนี้นะคะ ขอตัวค่ะ"
เธอหมุนตัวอย่างไร้เยื่อใย ปล่อยให้กวินทร์ยืนแข็งทื่ออยู่กลางร้าน กลิ่นกายหอมกรุ่นของเธอลอยผ่านไปพร้อมกับเสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวคือประกาศิตแห่งการหลุดพ้น รินรดารู้ดีว่าหัวใจตัวเองกำลังเต้นรัวแรงแค่ไหน แต่วินาทีนี้เธอยอมตายดีกว่าจะแสดงความอ่อนแอให้ผู้ชายคนนี้เห็นอีกเป็นครั้งที่สอง
กวินทร์หมุนตัวตามร่างบางที่เดินห่างออกไป สายตาคมกริบกวาดตามองเพื่อจะรั้งเธอไว้ แต่ทว่า... สายตาของเขากลับสะดุดเข้ากับร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยประมาณสามขวบที่กำลังนั่งยองๆ เล่นรถของเล่นอยู่ตรงมุมโซฟาสำหรับเด็ก
เด็กน้อยคนนั้นสวมเอี๊ยมน่ารัก แก้มป่องอมชมพู จมูกโด่งรั้น และที่สำคัญที่สุด... ดวงตากลมโตคู่นั้น ใบหน้ารูปไข่นั้น ถอดแบบพิมพ์เดียวกันมาจากกระจกเงาของเขาไม่มีผิดเพี้ยน
กวินทร์ก้าวขาไม่ออก ราวกับมีโซ่ตรึงข้อเท้าเขาไว้กับพื้น ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเด็กชายเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาพอดี รอยยิ้มไร้เดียงสาปรากฏบนดวงหน้านั้น พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่เอמהเรียกขานมารดาของตน
"แม่จ๋า... รถของต้นกล้าล้อหลุดแน่ะครับ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไป1พร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่•ตอนที่ 7
พบกันในฐานะคนอื่น
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!