กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นชาอุ่นจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานที่เงียบสงัด กวินทร์ไม่เคยรู้เลยว่า มุมเล็กๆ ใต้ตู้ไม้สักโบราณหลังนั้น จะซ่อนโลกอีกใบที่เขาไม่เคยได้รับอนุญาตให้เหยียบย่างเข้าไป—โลกที่รินรดาใช้หยาดน้ำตาและรอยแผลเป็นทอถักมันขึ้นมาทีละบรรทัด
นิ้วหนาสั่นเทาเล็กน้อยขณะพลิกเปิดสมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเข้มที่มุมปกเริ่มลอกร่อน ลายมือเรียบร้อยแต่หนักแน่นคุ้นตาปรากฏขึ้นบนหน้ากระดาษแผ่นแรก วันที่ในนั้นย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน—ช่วงเวลาที่เขาและเธอยังใช้ชีวิตอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน แต่เป็น “คนแปลกหน้า” ที่ใกล้ชิดกันที่สุดในโลก
*“วันที่ 14 กุมภาพันธ์... วันวาเลนไทน์ที่เงียบเหงาที่สุดในชีวิต สามีของฉันกลับบ้านตีสองโดยมีกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงอื่นติดกาย เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าวันนี้คือวันอะไร และฉันก็เลือกที่จะกลืนก้อนสะอื้นลงคอไปพร้อมกับเค้กวันเกิดที่ละลายคาตู้เย็น”*
กวินทร์รู้สึกเหมือนถูกหมัดหนักๆ ซัดเข้าที่ลิ้นปี่จนจุก แน่นหน้าอกจนแทบหายใจไม่ออก ภาพความทรงจำสีเทาหม่นในอดีตไหลย้อนกลับมาเป็นฉากๆ เขานึกถึงความเย็นชาที่เขาเคยหยิบยื่นให้ ความหมางเมินที่เขาคิดว่ามันคือความยุติธรรมสำหรับผู้หญิงที่ใช้วิธีสกปรกบีบให้เขาต้องแต่งงานด้วย ทว่าในความเป็นจริงแล้ว... คนที่บีบคั้นและฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็น คือตัวเขาเองต่างหาก
หน้ากระดาษถูกพลิกผ่านไปทีละแผ่น น้ำหนักของความจริงที่ถูกบันทึกไว้ทำให้มือของเขาร้อนผ่าว ทุกๆ ตัวอักษรเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลึกลงบนเนื้อสดๆ
*“วันที่ 20 สิงหาคม... ผลตรวจครบรอบสองเดือนออกแล้ว ฉันตั้งท้อง... ดีใจไหมนะ? คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวเป็นร้อยรอบ แต่พอหันไปมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี คำตอบก็ชัดเจนจนไม่ต้องหาเหตุผล เขาเกลียดฉัน เกลียดเด็กคนนี้ ถ้าเขารู้... ลูกอาจจะไม่ปลอดภัย ฉันต้องปกป้องลูกด้วยชีวิตของฉันเอง”*
หยดน้ำตาอุ่นร้อนร่วงเผละลงบนกระดาษสีเหลืองนวล กวินทร์สะ਼ดุ้งเฮือกราวกับถูกไฟลวก เขารีบใช้ปลายนิ้วปาดมันออกด้วยความตกใจ ทว่าหยดแล้วหยดเล่าจากดวงตาคมกริบที่เคยหยิ่งผยองกลับไหลรินลงมาไม่ขาดสาย ผู้ชายที่ไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็นมาตั้งแต่เด็ก บัดนี้กำลังทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้ศักดิ์ศรี
เขานึกถึงวันที่รินรดาขอหยิกยอมเดินออกจากบ้านโดยไม่เอาอะไรติดตัวไปเลยแม้แต่ชิ้นเดียว วันนั้นเขามองเธอด้วยสายตาสสมและสมเพช คิดว่าเธอคงทนความลำบากไม่ได้แล้วสักวันก็คงกลับมาคลานเข่าขอร้องเขา แต่เขากลับคิดผิด... เธอกลับเลือกที่จะเผชิญหน้ากับความมืดมนลำพัง อุ้มท้อง ป้อนข้าว กล่อมลูกน้อยเติบโตขึ้นมาอย่างงดงาม โดยมีเพียงหยาดเหงื่อและหัวใจที่แตกสลายเป็นเกราะกำบัง
*“วันที่ 5 พฤษภาคม... วันที่ต้นกล้าลืมตาดูโลก ลูกชายของฉันหน้าตาเหมือนเขาถอดแบบออกมาไม่มีผิด รอยยิ้ม ดวงตา จมูก... เหมือนกับกวินทร์ทุกกระเบียดนิ้ว ในวินาทีแรกที่กอดลูก หัวใจที่เคยแหลกสละกลับถูกเติมเต็มจนล้นปรี่ แม้ว่าพ่อของเขาจะไม่มีวันหันมามองเราเลยก็ตาม ฉันสัญญาว่าแม่จะรักลูกให้มากพอสำหรับความรักที่ขาดหายไป”*
เสียงสะื้นไห้ที่ถูกกลั้นไว้ในลำคอเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทา กวินทร์ใช้สองมือปิดหน้า ปล่อยให้น้ำตาแห่งความสำนึกผิดทะลักทลายออกมาอย่างไร้การควบคุม ความรู้สึกเจ็บปวด เสียดาย และเกลียดชังตัวเองประเดประดอนเข้ามาจนสมองแทบระเบิด เขามันโง่เง่าแค่ไหน? เขามันตาบอดและใจร้ายใจดำขนาดไหน ถึงได้ผลักไสเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตออกไป เพียงเพราะความเย่อหยิ่งและทิฐิอันไร้สาระ
สมุดบันทึกหน้าสุดท้ายถูกเปิดออก ข้อความที่เขียนด้วยลายมือสั่นระริกทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ
*“ถ้าวันหนึ่ง... วันที่ความจริงเปิดเผย และเขารู้ว่าตัวเองพลาดอะไรไป ฉันก็คงไม่มีหัวใจดวงเดิมหลงเหลือให้อภัยเขาอีกแล้ว ความรักที่เคยมี... มันตายไปพร้อมกับวันที่เขาบอกให้ฉันไสหัวออกไปจากชีวิตของเขาแล้วค่ะ”*
คำว่า "ค่ะ" ในประโยคสุดท้ายเปรียบเสมือนคมดาบที่ปักทะลุกลางหัวใจของกวินทร์ มันเด็ดเดี่ยว ไร้เยื่อใย และปิดตายทุกช่องทางในการหวนคืน เขากำสมุดบันทึกในมือแน่นจนกระดาษยับย่น ความมืดมนและความเคว้งคว้างเข้าเกาะกุมจิตใจจนแทบคลั่ง ร่างสูงใหญ่สั่นสะท้านไปทั้งตัว
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันและความมืดที่เริ่มโรยตัว เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กชายวัยสามขวบก็ดังแว่วมาจากทางระเบียง ตามด้วยเสียงหวานคุ้นหูที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้น
"ต้นกล้าคะ อย่าวิ่งเร็วจ่ะลูก เดี๋ยวล้มนะ"
ดวงตาแดงก่ำของกวินทร์เบิกกว้างขึ้นอย่างช้าๆ ลลมหายใจสะดุดกึก เขาลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล ร่างกายเซถลาไปที่หน้าต่างกระจกใสที่เปิดรับลมยามเย็น ภาพที่สะท้อนอยู่ในคลองสายตาทำให้หัวใจของเขาบีบรัดจนเจ็บแปลบ
รินรดากำลังอุ้มเด็กชายตัวน้อยในชุดเอี๊ยมสีฟ้าไว้ในอ้อมแขน รอยยิ้มที่เธอมอบให้ลูกชายช่างสดใสและงดงามราวกับแสงอาทิตย์หลังฝนตก—รอยยิ้มที่เขาไม่เคยได้รับมันมานานนับปี และข้างกายเธอนั้น... ชายหนุ่มรูปงามในชุดสูทสากลกำลังเอื้อมมือไปเกลี่ยปอยผมให้เธอด้วยความทะนุถนอม รอยยิ้มที่เธอส่งให้ชายแปลกหน้าคนนั้น ช่างสนิทสนมและไร้ซึ่งกำแพงใดๆ
กวินทร์แทบหยุดหายใจ โลกทั้งใบพังครืนลงมาตรงหน้าในเสี้ยววินาที เมื่อสายตาคมกริบของเด็กน้อยหน้าตาละม้ายคล้ายเขา หันมาสบตากับเขาผ่านกระจกใสพอดี พร้อมกับเอ่ยปากถามมารดาเสียงใส
"คุณแม่ครับ... ผู้ชายหน้าดุคนนั้น มองเราทำไมเหรอครับ?"
--------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางความเจ็บปวดนี้ไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่•ตอนที่ 16
ความเจ็บปวดที่เพิ่งเข้าใจ
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!