กระดาษแผ่นบางที่ร่วงหล่นลงบนพื้นพรมราคาแพงไม่ได้เป็นเพียงแค่แผ่นกระดาษธรรมดา แต่มันคือสายชนวนระเบิดเวลาที่พร้อมจะแผดเผาหัวใจของคนทั้งห้องให้มอดไหม้เป็นจุล
ดวงตาของกวินทร์หยุดนิ่งอยู่ตรงบรรทัดสุดท้ายของเอกสารฉบับนั้น—บันทึกทางการแพทย์ที่ระบุผลการตรวจพันธุศาสตร์อย่างชัดเจน ริมฝีปากหยักหนาที่เคยเหยียดยิ้มด้วยความมั่นใจ บัดนี้กลับเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง สันกรามคมคายขบเข้าหากันจนนูนเด่น ขณะที่ลมหายใจของรินรดากระชั้นถี่ ร่างกายของเธอสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ มือบางเอื้อมคว้าขอบโต๊ะทำงานเพื่อพยุงร่างที่ไร้เรี่ยวแรง หัวใจของเธอกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก ความลับที่เธอเพียรปกป้อง ยอมก้มหน้ากลืนความขมขื่นและรอยแผลเป็นจากอดีตมาตลอดสามปี บัดนี้กลับถูกเปิดเปลือยต่อหน้าอดีตสามีผู้ไร้ความปรานีด้วยความบังเอิญที่โหดร้ายที่สุด
"นี่มัน... หมายความว่ายังไง รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นไม่ได้ดัง แต่มันกลับทรงพลังและกดดันเสียจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก กวินทร์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาคมกราบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กลับเจือไปด้วยความสับสนระคนริ้วรอยแห่งความเจ็บปวดที่เจ้าตัวก็ไม่อาจหาคำตอบได้
"คุณไม่มีสิทธิ์มาถามอะไรทั้งนั้นค่ะคุณกวินทร์!" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตที่คลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำตาพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ยอมให้มันร่วงหล่นลงมาต่อหน้าผู้ชายคนนี้ เธอรวบรวมเศษ
เสี้ยวความเข้มแข็งสุดท้าย พุ่งตัวเข้าไปคว้ากระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาจากพื้นแนบอกอย่างหวงแหน ราวกับแม่นกที่ปกป้องไข่ในรังจากพายุร้าย "มันเป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน! และคุณ... ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น!"
"ส่วนตัวงั้นเหรอ?" กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มที่ปรากฏบนมุมปากช่างขื่นขมและน่าเวทนา เขาขยับกายเข้าประชิดร่างบางที่ถอยร่นจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้อง กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยน้ำหอมราคาแพงของผู้ชายคนนี้โชยเข้าจมูก ปลุกเร้าความทรงจำอันเจ็บปวดที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ "เด็กคนนั้น... ต้นกล้าไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของผมอย่างนั้นสินะ นี่คือเหตุผลที่คุณหอบผ้าหนีไปเมื่อสามปีก่อน ใช่ไหมรินรดา!"
"ใช่ค่ะ! คุณจะคิดยังไงมันก็เรื่องของคุณ!" รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้ภายในใจจะหวาดกลัวจนเนื้อตัวสั่นเทา แต่ความเป็นแม่ทำให้เธอกลายร่างเป็นแม่เสือสาวที่พร้อมจะปกป้องลูกน้อยด้วยชีวิต "ในเมื่อคุณไม่เคยต้องการเรา ไม่เคยแม้แต่จะชายตามอง ทำไมตอนนี้ถึงต้องมาสนใจด้วยล่ะคะ ปล่อยเราไปเถอะค่ะ ต่างคนต่างอยู่มันไม่ดีกว่าเหรอ"
คำพูดที่แทงใจดำนั้นทำให้กวินทร์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าซีดเผือดแต่วางเฉยของอดีตภรรยา ความรู้สึกผิดที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดตีตื้นขึ้นมาจุกที่อก แต่อารมณ์โกรธและทิฐิที่สั่งสมมานานกลับทำหน้าที่กลบเกลื่อนมันไว้ ทว่าก่อนที่บทสนทนาอันเชือดเฉือนจะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็เบาหวิว พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกด้วยมือเล็กๆ ของเด็กชายวัยสามขวบ
"คุณอา... ใจดีฮะ"
เสียงใสแจ๋วของน้องต้นกล้าดังขึ้นทำลายความตึงเครียดในห้องลงได้อย่างฉับพลัน ร่างป้อมในชุดเอี๊ยมเด็กน่ารักก้าวเดินเตาะแตะเข้ามา พร้อมกับชูหุ่นยนต์ของเล่นในมือขึ้นสูงด้วยใบתหน้าเปื้อนยิ้มไร้เดียงสา หนูน้อยเอียงคอมองผู้ชายแปลกหน้าตัวสูงใหญ่ด้วยความสงสัยใคร่รู้ โดยปราศจากความหวาดกลัวใดๆ
กวินทร์แข็งค้างไปทันที สายตาคมเข้มที่เพิ่งจะเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและสับสน บัดนี้กลับเบิกกว้างขึ้นเมื่อทอดมองลงไปยังร่างเล็กตรงหน้า หัวใจแกร่งที่ด้านชามากว่าสามปีกลับกระตุกวาบอย่างรุนแรง ราวกับมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วร่างยามที่สบเข้ากับดวงตากลมโตคู่สวย—ดวงตาคู่เดียวกับที่เขากำลังจ้องมองอยู่ในกระจกเงา ทุกสัดส่วนบนใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์เดียวกัน
รินรดาร1ใจหายวาบ เธอรีบพุ่งเข้าไปอุ้มร่างของลูกชายเข้าสู่ออกแนบแน่นทันที ใบหน้าหวานซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก มือบางลูบศีรษะทุยของลูกน้อยเป็นการปลอบประโลม ขณะที่สายตาก็จ้องมองอดีตสามีด้วยความหวาดระแวงขั้นสุด
"ต้นกล้าคะ มานี่กับคุณแม่ค่ะลูก" เสียงของเธั่นสั่นพร่าอย่างปิดไม่มิด
ทว่าเจ้าตัวเล็กกลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ต้นกล้าขยับตัวดึงมือออกจากอ้อมแขนของมารดาเล็กน้อย ก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานหยดให้กับกวินทร์—รอยยิ้มที่มีอานุภาพทำลายล้างกำแพงน้ำแข็งในใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้เย่อหยิ่งให้พังทลายลงในพริบตา
"คุณอา... หล่อจังฮะ หน้าตาเหมือนต้นกล้าเลย"
เด็กชายเอียงคอพูดด้วยความไร้เดียงสา พร้อมกับยื่นมือป้อมๆ ไปแตะที่ชายเสื้อสูทราคาแพงของกวินทร์เบาๆ โดยไม่มีความรังเกียจ
รินรดากลั้นหายใจ หัวใจของเธอร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นกวินทร์ค่อยๆ ย่อกายลงให้เสมอกับความสูงของเด็กน้อย ฝ่ามือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยามที่เอื้อมออกไปสัมผัสแก้มนุ่มนิ่มของต้นกล้า ปลายนิ้วของเขาเกลี่ยไล้โครงหน้าเล็กๆ นั้นราวกับต้องมนต์สะกด ความผูกพันสายเลือดที่พยายามปฏิเสธมาตลอดกำลังกรีดร้องอยู่ในอก
แต่ในวินาทีที่กวินทร์เงยหน้าขึ้นสบตากับรินรดาอีกครั้ง แววตานั้นไม่ได้มีแต่ความโกรธอีกต่อไปแล้ว... มันคือประกายความมุ่งมั่นที่น่ากลัว และเต็มไปด้วยประกาศิตเด็ดขาดที่ทำเอาวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
"ในเมื่อเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของผม..." กวินทร์กระซิบเสียงต่ำ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับประโยคต่อมาที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงจนจับไข้ "...งั้นเรามาเริ่มตรวจ DNA กันใหม่อีกสักรอบดีไหมล่ะ คุณแม่คนเก่ง"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่•ตอนที่ 15
หัวใจดวงน้อยของต้นกล้า
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!