เสียงกระแทกของกล่องของขวัญแบรนด์หรูราคาเจ็ดหลักที่วางลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่าในห้องพักแคบๆ ดังสะท้อนก้องจนรินรดาต้องสะดุ้งเล็กน้อย หญิงสาวชะงักมือจากการเย็บตะเข็บเสื้อผ้าโหลในมือ เงยหน้าขึ้นมองผู้ชายในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องราวกับผู้คุมกฎ กวินทร์ไม่ได้มามือเปล่า และเขาก็ไม่เคยคิดจะมามือเปล่าตั้งแต่วันที่เขาตัดสินใจใช้เงินซื้อทุกอย่างบนโลกใบนี้—รวมถึงความอดทนของเธอ
“ฉันบอกคุณกี่ครั้งแล้วคะ ว่าที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ” สุ้มเสียงของรินรดาราบเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งอารมณ์ร่วมใดๆ ราวกับกำลังพูดคุยกับคนแปลกหน้าที่เดินหลงทาง
กวินทร์แค่นยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องเช่าคับแคบที่เต็มไปด้วยกล่องลังกระดาษและจักรเย็บผ้าเก่าๆ ภาพนี้ช่างบาดตาและบีบคั้นหัวใจเขายิ่งกว่าตอนที่เธอเดินออกจากคฤหาสน์หลังโตเสียอีก ในอดีต... เขาเคยปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้และลูกต้องเผชิญโลกกว้างด้วยตัวคนเดียวโดยไม่เคยเหลียวแล แต่วันนี้ เงินในบัญชีนับพันล้านของเขากำลังกรีดร้องว่ามันไร้ค่าแค่ไหนเมื่อเทียบกับการซื้อรอยยิ้มของเธอกลับคืนมา
“ห้องเก่าเกินไป ริน... และมันไม่ปลอดภัยสำหรับต้นกล้า” กวินทร์ก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่สนสายตาที่ฉายแววรังเกียจจากอดีตภรรยา มือหนาวางโฉนดที่ดินพร้อมกุญแจเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองลงทับกองผ้าโหลเหล่านั้น “ฉันซื้อคอนโดมิเนียมวิวแม่น้ำให้ใหม่แล้ว เป็นชื่อของเธอ... ทั้งหมด”
รินรดาหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาจนกวินทร์ต้องขบกรามแน่น เธอวางเข็มลงช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับอดีตสามี ความสูงที่แตกต่างทำให้เธอต้องแหงนมองเล็กน้อย แต่แววตาของเธอกลับกดให้เขาตัวลีบลงได้อย่างน่าประหลาด
“คุณคิดว่าทุกอย่างในโลกนี้ตีราคาเป็นตัวเลขได้หมดสินะคะ?” รินรดาก้าวเข้าไปประชิด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่คุ้นเคยไม่ได้ทำให้หัวใจเธอสั่นไหวเหมือนในอดีตอีกต่อไป มีเพียงความด้านชาและกลิ่นอายของการแก้แค้นที่คุกรุ่นอยู่ข้างใน “คุณคิดว่าเอาเงินฟาดหัวฉัน แล้วบาปที่คุณเคยทำไว้มันจะหายไปงั้นเหรอคะ กวินทร์?”
“ฉันไม่ได้เอาเงินฟาดหัวใคร ฉันแค่อยากรับผิดชอบ—”
“ความรับผิดชอบของคุณมันมาสายไปสามปีค่ะ!” รินรดาตอกกลับเสียงดังขึ้น ดวงตากลมโตแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะที่อัดอั้นมานาน “วันที่ฉันคลอดลูก... วันที่ฉันไม่มีแม้แต่เงินซื้อนมกล่องเดียว... วันที่คุณไล่ฉันออกจากบ้านเหมือนหมูเหมือนหมา ตอนนั้นคุณเอาเงินไปซุกหัวอยู่ที่ไหนคะ? ตอนนี้ลูกฉันโตแล้ว ฉันเลี้ยงเขาด้วยลำแข้งของฉันเองได้โดยไม่ต้องพึ่งเศษเงินของคนที่ไร้หัวใจอย่างคุณ!”
คำพูดเหล่านั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงกลางใจของกวินทร์ เขารู้ดีว่าความผิดบาปในอดีตมันหนาเตอะจนยากจะลบล้าง แต่การได้เห็นเธอปฏิเสธความสบายอย่างไร้เยื่อใย ยิ่งทำให้เขาตระหนักว่าผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่รินรดาคนเดิมที่ยอมก้มหัวให้เขาอีกต่อไปแล้ว เธอดุดัน เด็ดเดี่ยว และงดงามอย่างพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะข่วนหน้าเขาได้ทุกเมื่อ
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบขาดใจ เสียงฝีเท้าเล็กๆ ก็วิ่งตึงตังเข้ามาจากระเบียงห้อง
“คุณป๋า!”
เสียงใสแจ๋วของน้องต้นกล้าดังขึ้น พร้อมกับร่างป้อมๆ ของเด็กชายวัยสามขวบที่วิ่งเข้ามาคว้าชายสูทของกวินทร์ไว้แน่น ดวงตากลมโตใสแป๋วเงยขึ้นมองชายหนุ่มด้วยความดีใจ โดยไม่รู้เลยว่าผู้ใหญ่กำลังสู้รบกันด้วยสงครามประสาทขนาดไหน
กวินทร์ชะงัก สีหน้าที่แข็งกร้าวอ่อนยวบลงในทันที เขาย่อตัวลงนั่งคุกเข่าเสมอกับเด็กชายด้วยความทะนุถนอม ชายหนุ่มผู้ไม่เคยสนใจใครกลับยื่นมือไปลูบผมน้องต้นกล้าด้วยความเอ็นดูที่พรั่งพรูออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ และสิ่งนี้เองคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดที่กวินทร์เพิ่งค้นพบ—อาวุธที่ชื่อว่า “สายเลือด”
“ต้นกล้าครับ... วันนี้คุณป๋าซื้อหุ่นยนต์บังคับรุ่นใหม่ล่าสุดมาให้ด้วยนะ อยู่ในกล่องข้างนอกโน่นแน่ะ อยากไปดูไหมครับ?” กวินทร์เอ่ยเสียงนุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยใช้กับใครมาก่อน
เด็กชายตาโตเป็นประกาย หันไปมองมารดาก่อนจะเอ่ยขออนุญาตด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “คุณแม่ครับ... ไปดูหุ่นยนต์กับคุณป๋านะครับ นะครับ”
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นสายตาคาดหวังของลูกชาย กวินทร์กำลังใช้ลูกเป็นเครื่องมือต่อรอง และเขารู้ดีว่าเธอไม่มีทางใจร้ายพอที่จะทำลายรอยยิ้มของลูกได้ลงคอ
“ไม่ต้องนะคะต้นกล้า เราไม่อยู่ตรงนี้” รินรดาพยายามดึงมือลูกชายเข้าหาตัว แต่น้องต้นกล้ากลับสลัดเบาๆ แล้ววิ่งไปเปิดกล่องของขวัญขนาดใหญ่ที่วางอยู่มุมห้องด้วยความตื่นเต้น
กวินทร์ยืนขึ้นเต็มความสูง สายตาคมกราบมองรินรดาด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะที่ซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ เขาเดินเข้าไปใกล้เธออีกครั้ง จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านข้างแก้ม กระซิบด้วยน้ำเสียงกระเส่าพร่าที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน
“เธอชนะฉันมาตลอดสามปีริน... แต่ต่อจากนี้ เงิน อำนาจ และทุกสิ่งที่ฉันมี จะถูกใช้เพื่อซื้อโอกาสในการทวงเธอกับลูกคืนมาจำไว้ให้ดี”
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนหน้าชา เธอกำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบที่สุด แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งที่ร่วงหล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทด้านนอกของกวินทร์ ขณะที่เขาก้มลงหยิบของเล่นให้ลูกชาย
มันเป็นเอกสารซองสีน้ำตาลที่ถูกเปิดอ้าออกบางส่วน... ชื่อหัวข้อตัวหนาบนกระดาษแผ่นนั้นทำให้ลมหายใจของรินรดาสะดุดกึกในลำคอ
*“ผลการตรวจยืนยันความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม (DNA Test)”*
ดวงตาของรินรดาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจกระหน่ำรัวราวกองศึกเมื่อตระหนักได้ว่า เอกสารลับสุดยอดที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดสามปี—เอกสารที่ระบุว่าน้องต้นกล้าไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของกวินทร์—บัดนี้... มันกำลังนอนนิ่งอยู่บนพื้นห้อง ในระยะที่สายตาคมกริบของอดีตสามีผู้เจ้าเล่ห์กำลังก้มลงมองพอดี
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและอินไปกับเรื่องราวของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่•ตอนที่ 14
กลยุทธ์ง้อแบบคนมีอำนาจ
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!