"กระดาษแผ่นเดียวที่เซ็นชื่อด้วยความรีบร้อนเมื่อสามปีก่อน... คุณคิดว่ามันซื้อสิทธิ์ความเป็นพ่อได้ด้วยเงินกี่หลักคะ คุณกวินทร์"
น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ เย็นเยียบ และไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความโกรธเกรี้ยว ยิ่งเธอนิ่งมากเท่าไหร่ มันยิ่งกรีดแทงหัวใจของคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าให้แหลกละเอียดเป็นจุลมากขึ้นเท่านั้น
กวินทร์กลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก สายตาคมกริบที่เคยใช้มองผู้คนด้วยความหย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กำลังสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนก มือหนาที่กุมเอกสารใบสูติบัตรสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ เมื่อตัวอักษรสีดำบนกระดาษระบุชื่อมารดาชัดเจนว่าเป็นชื่อของเธอ และช่อง 'บิดา' ที่ถูกเว้นว่างไว้ราวกับรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันลบเลือน
เขาก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิด ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับไม่ใช่รอยยิ้มหรือคราบน้ำตาอย่างที่ผู้หญิงคนอื่นเคยทำเวลาอยู่ต่อหน้าเขา หากแต่เป็นก้าวถอยหลังของรินรดาที่เว้นระยะห่างไว้อย่างชัดเจน ราวกับรังเกียจเดียดฉันท์ที่จะให้เขาล้ำเส้นเข้ามาในพื้นที่ปลอดภัยของเธอและลูก
"ริน... ผมขอโทษ ผมไม่เคยรู้เลยว่า..." กวินทร์พยายามเปล่งเสียงที่แหบพร่าออกมา ทว่ามันช่างดูน่าสมเพชในความรู้สึกของเขาเอง
"คุณไม่จำเป็นต้องรู้หรอกค่ะ" รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่บาดลึกดั่งมีดอาบน้ำผึ้ง "เพราะในวันที่ฉันนอนปวดท้องทรมานแทบขาดใจ บนเตียงโรงพยาบาลเก่าๆ ที่ไร้ซึ่งเงาของสามี ในวันที่ฉันต้องอุ้มท้องโตๆ ไปหางานทำเพื่อประทังชีวิต ในวินาทีเป็นตายเหล่านั้น... คุณกำลังสนุกสนานอยู่กับความสำเร็จบนกองเงินกองทอง และผู้หญิงมากมายที่พร้อมจะวิ่งเข้าหาคุณไม่ใช่เหรอคะ?"
คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนเข็มร้อยเล่มที่พุ่งตรงเข้าปักกลางอกของชายหนุ่ม กวินทร์รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก หน้าอกข้างซ้ายบีบรัดจนเจ็บแปลบ รสชาติฝาดเฝื่อนแล่นพล่านในปากเมื่อนึกถึงอดีตที่เขาเคยผลักไสเธอกลับไปเผชิญโลกกว้างเพียงลำพัง เพียงเพราะเขาคิดว่าเธอเป็นแค่ภรรยาที่แต่งงานเข้ามาเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ และเป็นตัวน่ารำคาญที่คอยขัดขวางอิสรภาพของเขา
ในเวลานั้น เขามันก็แค่คนตาบอดที่มองไม่เห็นเพชรแท้ในมือ ปล่อยให้มันหลุดลอยไปอย่างไร้ค่า และวันนี้ เมื่อเพชรเม็ดนั้นส่องประกายเจิดจ้าด้วยคุณค่าของตัวเอง เขากลับอยากจะตะเกียกตะกายกลับไปครอบครอง โดยลืมไปว่า... บาดแผลที่เขาฝากไว้มันลึกเกินกว่าจะเยียวยด้วยคำขอโทษคำเดียว
"ผมยอมรับว่าผมเคยโง่เง่า..." เขายอมลดทิฐิลงจนหมดสิ้น ยอมคุกเข่าลงครึ่งหนึ่งตรงหน้าเธอ แม้ว่าศักดิ์ศรีของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจะกรีดร้องห้ามปราม แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความกลัวที่กำลังกัดกินหัวใจ—ความกลัวที่จะสูญเสียโอกาสในการแก้ไขอดีต "แต่ผมเปลี่ยนไปแล้ว ริน... ให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่พ่อ ให้ผมได้ชดใช้ในสิ่งที่เคยทำผิดพลาดกับเธอและลูกเถอะนะ"
รินรดาก้มมองผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยรักหมดหัวใจ ผู้ชายที่เคยเป็นดั่งโลกทั้งใบ แต่วันนี้ เขากลับเป็นเพียงแค่อดีตสามีไร้ค่าที่คลานเข่าขอความเห็นใจจากเธอ แววตาของเธอไม่มีความสงสารหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าและความเด็ดเดี่ยวที่แข็งแกร่งดั่งกำแพงน้ำแข็ง
"ชดใช้เหรอคะ?" เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเขา มุมปากหยักยิ้มเยาะ "คุณเอาอะไรมามั่นใจว่าสิ่งที่ฉันต้องการในตอนนี้ คือการไถ่บาปจอมปลอมจากคุณ? ต้นกล้ามีชีวิตที่ดี มีความสุข และโตมาโดยไม่มีคุณเป็นพ่อ... เขาไม่เคยต้องการผู้ชายใจร้ายที่เคยทอดทิ้งเราสองคนแม่ลูกให้อยอดอยากในอดีตเข้ามาในชีวิตหรอกค่ะ"
คำว่า 'ไม่เคยต้องการ' กระแทกใจกวินทร์อย่างจัง ราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบซ้ำที่แผลเดิม เลือดในกายเย็นเฉียบ มือที่พยายามเอื้อมไปแตะชายกระโปรงของเธอต้องชะงักค้างกลางอากาศ เมื่อรินรดาเบี่ยงตัวหลบราวกับรังเกียจที่จะให้สัมผัส
"คุณไม่มีสิทธิ์... ตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่า และเลือกที่จะเดินหันหลังให้เราแล้วค่ะ"
ประโยคสุดท้ายถูกเอื้อnออกมาราวกับประกาศิตแห่งการตัดขาด กวินทร์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่แตกสลาย รินรดาในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมที่เอาแต่ร้องไห้และรอคอยความเมตตาจากเขาอีกต่อไปแล้ว เธอกลายเป็นแม่เสือสาวที่พร้อมจะกางกรงเล็บปกป้องลูกน้อยด้วยชีวิต และกำแพงที่เธอก่อขึ้นมานั้น หนาและเย็นชาเกินกว่าที่ไฟสำนึกผิดชั่ววูบของเขาจะละลายมันได้
ในจังหวะที่บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบระเบิด เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะใสๆ ก็ดังขึ้นจากมุมระเบียงห้องรับแขก
"คุณแม่ครับ! ต้นกล้าเล่นต่อเลโก้เสร็จแล้วนะ... เอ๊ะ?"
ร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมเด็กวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาหากอดขาแม่rินรดาแน่น ก่อนที่ดวงตากลมโตเป็นประกายคู่นั้นจะหันมาสบตากับกวินทร์ที่ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้น
กวินทร์ชะงักค้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อได้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มที่ถอดแบบมาจากเขาอย่างกับแกะ ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ คือสายตาของเด็กชายวัยสามขวบที่มองตรงมายังเขา—มันช่างนิ่งสงบ เย็นชา และฉายแววเด็ดเดี่ยวราวกับถอดจิตมาจากรินรดาไม่มีผิดเพี้ยน
"คุณลุงคนนี้... เป็นใครเหรอครับคุณแม่ ทำไมถึงร้องไห้ขี้มูกโป่งเหมือนเด็กๆ เลยล่ะครับ?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเจ็บปวดและเติบโตไปพร้อมกับรินรดานะคะ
ชานมไข่มุกหวานร้อย
ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่•ตอนที่ 13
กำแพงน้ำแข็ง
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!