"คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อนั้นค่ะ... คุณกวินทร์"
น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ เย็นชา และหนักแน่นราวกับก้อนหินที่ถูกแช่แข็งมานานนับปี มันไม่ใช่คำประกาศสงครามที่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้อง แต่มันคือมีดอาบน้ำผึ้งที่กรีดลึกลงไปในหัวใจของคนที่ยืนอยู่ตรงข้ามอย่างไร้ความปรานี
ค่ำคืนนี้พายุฝนกระหน่ำซัดสาดกระทบกระจกหน้าต่างห้องรับรองของโรงแรมหรู เสียงฟ้าร้องคำรามครั่นคร้ามราวกับธรรมชาติกำลังเยาะเย้ยความพังทลายในจิตใจของชายหนุ่มผู้ไม่เคยรู้จักคำว่า ‘พ่ายแพ้’
กวินทร์หายใจติดขัด ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเด็ดขาด บัดนี้กำลังสั่นระริก ร่างสูงใหญ่ที่เคยสง่างามถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ราวกับถูกแรงกระแทกจากคำพูดเพียงไม่กี่คำของอดีตภรรยาที่เขาเคยเขี่ยทิ้งราวกับสิ่งไร้ค่า
หัวใจของรินรดากระตุกวูบรุนแรง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจในค่ำคืนที่พายุโหมกระหน่ำ! ภาพความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตไหลย้อนกลับมาเป็นฉากๆ วันที่เธอกลั้นใจเดินออกจากคฤหาสน์หลังโตโดยมีเพียงตัวเปล่าและหัวใจที่แตกสลาย วันที่เธอต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวตั้งครรภ์ตามลำพังโดยไม่มีแม้แต่เงาของสามีใจร้ายคนนี้เหลียวแล แต่ในวันนี้... วันที่เธอสร้างกำแพงแห่งความเข้มแข็งขึ้นมาปกป้องลูกชายด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา เขากลับกล้าดียังไงถึงก้าวเข้ามาแล้วทวงถามสิทธิ์ที่เขาเคยเหยียบย่ำมันด้วยเท้าคู่นั้น!
"ริน... ผมรู้ว่าผมเลว ผมรู้ว่าสิ่งที่ทำกับคุณมันให้อภัยไม่ได้ แต่เรื่องเด็กคนนั้น..." กวินทร์พยายามเค้นเสียงแหบพร่าออกมา มือหนาที่กำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละก้าว บีบคั้นด้วยแรงกดดันทั้งหมดที่มี "เด็กผู้ชายคนนั้นอายุสามขวบ... และใบหน้าของเขา ดวงตาคู่นั้น จมูกรั้นๆ นั่น... มันถอดแบบมาจากผมชัดๆ คุณจะปฏิเสธเหรอว่าเขาไม่ใช่ลูกของผม!"
รินรดาไม่ถอยหนี เธอยืนหยัดเผชิญหน้ากับความกดดันนั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่า แต่นิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงลึก ไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ความกลัวที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยวอย่างไร้เยื่อใย
"แล้วถ้าใช่... แล้วถ้าไม่ใช่ มันมีความหมายอะไรสำหรับคุณคะ?" รินรดาย้อนถาม เสียงหวานใสแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มหยัน เป็นรอยยิ้มที่เชือดเฉือนหัวใจกวินทร์ให้แหลละเอียดคามือ "ในเมื่อวันที่ฉันต้องการคุณที่สุด วันที่ฉันอุ้มท้องแล้วร้องไห้จนแทบขาดใจตายอยู่ลำพัง คุณอยู่ที่ไหนคะ คุณกวินทร์? คุณกำลังควงผู้หญิงคนอื่นอยู่ในงานสังคม เลี้ยงฉลองความโสด และบอกกับใครต่อใครว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงน่ารำคาญที่เกาะคุณกิน!"
คำพูดเหล่านั้นเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเดิมซ้ำๆ กวินทร์รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก หน้าอกข้างซ้ายเจ็บแปลบราวกับถูกไฟแผดเผา ความรู้สึกผิดที่กัดกินวิญญาณตลอดสามปีที่ผ่านมาถาโถมเข้ามาจนเขาแทบยืนไม่อยู่ เขาอยากจะย้อนเวลากลับไปตบหน้าตัวเองในอดีตเหลือเกิน คนโง่... เขามันคือไอ้คนโง่ที่ปล่อยเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตหลุดมือไปเพียงเพราะความมืดบอดและความเย่อหยิ่งของตนเอง
"ผมขอโทษ..." คำพูดนี้ช่างไร้ค่าและน่าสมเพชเหลือเกินในสถานการณ์นี้ กวินทร์รู้ดี แต่เขาก็ไม่รู้จะหาคำไหนมาทดแทนความผิดบาปที่ตนก่อไว้ "ให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่พ่อ... ให้ผมได้ชดใช้... ริน ได้โปรด"
ร่างสูงก้าวเข้าไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวมากุมไว้ด้วยความเวทนา แต่วินาทีนั้นเอง รินรดาก็ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างรังเกียจ สายตาที่เธอมองมาทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงฝุ่นผงไร้ค่า
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เธอประกาศกร้าว น้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าถูกกลืนกลับลงไปด้วยความเข้มแข็ง เธอไม่มีวันแสดงความอ่อนแอให้ผู้ชายใจร้ายคนนี้เห็นเป็นครั้งที่สอง "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะใช้คำว่า 'พ่อ' กับลูกของฉัน ลูกชายของฉันเติบโตมาได้ด้วยความรักและความเสียสละของแม่คนนี้คนเดียว ไม่เคยมีเงาหัวของพ่อใจร้ายอย่างคุณมาตั้งแต่ต้น และมันก็จะเป็นแบบนั้นตลอดไป!"
"รินรดา! คุณใจร้ายเกินไปแล้วนะ!" กวินทร์สติหลุดด้วยความจนตรอก ความโกรธผสมผสานกับความเจ็บปวดพวยพุ่งขึ้นมาในอก "นั่นลูกผมด้วย! สายเลือดของผมครึ่งหนึ่งไหลอยู่ในตัวเด็กคนนั้น คุณไม่มีสิทธิ์พรากพ่อพรากจากลูก!"
"สิทธิ์เหรอคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเสียงดัง มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข เต็มไปด้วยความขื่นขมและเย้ยหยัน "วันที่คุณเซ็นใบหย่าให้ฉันอย่างไร้เยื่อใย วันที่คุณบอกว่าไม่อยากแม้แต่จะเห็นหน้าเด็กที่จะเกิดมา... คุณเป็นคนสละสิทธิ์นั้นไปตั้งแต่วินาทีนั้นแล้วค่ะคุณกวินทร์!"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงสายฝนที่ยังคงโหมกระหน่ำด้านนอก กวินทร์ยืนนิ่งงัน ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด เขารู้แล้วว่ากำแพงที่รินรดาสร้างขึ้นมานั้นหนาแน่นและสูงชันเกินกว่าที่คนบาปอย่างเขาจะปีนข้ามไปได้ง่ายๆ
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ความสิ้นหวังกำลังกัดกินหัวใจของกวินทร์จนไม่เหลือชิ้นดี เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ ทำลายความตึงเครียดในห้องลงชั่วขณะ
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"คุณแม่คะ! น้องต้นกล้าตื่นแล้วหากลุ่มคุณแม่ไม่เจอ... แย่แล้วครับคุณแม่!"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบดังลอดผ่านบานประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าเล็กๆ ที่วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหยุดอยู่หน้าห้อง ก่อนที่กลอนประตูจะถูกหมุนเปิดออกอย่างง่ายดายเพราะรินรดาลืมล็อกมันสนิท!
กวินทร์เบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อบานประตูเปิดกว้างออกเผยให้เห็นร่างป้อมๆ ของเด็กชายตัวน้อยในชุดนอนลายการ์ตูน ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้น... จมูกรั้นๆ และโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา กำลังกะพริบปริบๆ มองมาที่เขานด้วยความฉงนสนเท่ห์
และสิ่งที่ทำให้หัวใจของกวินทร์หยุดเต้นไปชั่วขณะ... คือเอกสารแผ่นสำคัญที่น้องต้นกล้ากำลังถือติดมือไว้ ชูขึ้นสูงเหนือหัวด้วยความไร้เดียงสาพลางเอ่ยเจื้อยแจ้ว
"คุณแม่ฮะ... กระดาษแผ่นนี้คืออะไรเหรอครับ? มีรูปหน้าตาเหมือนลุงคนนี้เลย แล้วก็มีตัวหนังสือแปลกๆ เต็มไปหมด... ผลตรวจอะไรเหรอครับคุณแม่?"
ชานมไข่มุกหวานร้อยขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครในตอนนี้อย่างลึกซึ้งนะคะ
ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่•ตอนที่ 12
ระเบิดความแค้นในใจ
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!