ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่•ตอนที่ 19

สายสัมพันธ์ที่ก่อตัว

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
เสียงถอนหายใจยาวนานจากริมฝีปากบางเฉียบของรินรดาราวกับมีคมมีดกรีดลงบนกลางใจของกวินทร์ ภาพหลักฐานบนจอแท็บเล็ตที่เพิ่งดับวูบลงยังคงทิ้งไอความเย็นเยียบไว้ในอากาศรอบตัว ร่างสูงใหญ่ของอดีสามีผู้เคยเย่อหยิ่งและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร บัดนี้กลับทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเธออย่างไร้ศักดิ์ศรี ร่องรอยบาดแผลและหยาดเหงื่อผสมคราบเลือดบนใบหน้าคมคายนั้นไม่ได้เรียกความสงสารจากเธอเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความว่างเปล่าเย็นชาที่ฉาบอยู่บนดวงตากลมโตคู่สวย ซึ่งเคยมีแต่ประกายความรักความภักดีให้เขาเพียงผู้เดียวในอดีต "ริน... ได้โปรด ฟังผมอธิบายก่อน" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจ บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือราวกับคนใกล้ตาย กวินทร์พยายามเอื้อมมือหนาที่เต็มไปด้วยคราบเขม่าและรอยขีดข่วน หมายจะแตะชายกระโปรงของเธอเพื่อเหนี่ยวรั้งความสัมพันธ์ที่ขาดสะบั้น แต่มันช่างน่าสมเพชเสียเหลือเกิน เมื่อปลายนิ้วของเขาหยุดชะงักกลางอากาศโดยไม่กล้าแม้แต่จะสัมผัสโดนตัวเธอ รินรดาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างรักษาระยะห่าง ท่าทีของเธอนิ่งสงบจนน่ากลัว ไม่มีคราบน้ำตา ไม่มีเสียงกรีดร้อง มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ส่งผ่านมาให้คนที่กำลังดิ้นรนอยู่ในความเจ็บปวด "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อฉันด้วยซ้ำค่ะ กวินทร์" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคมราคารดน้ำแข็งพ่นออกมาจากเรียวปากสวย "สิ่งที่ฉันเห็นบนจอเมื่อครู่ มันชัดเจนเสียจนไม่ต้องมีคำแก้ตัวใดๆ อีกแล้ว ประวัติศาสตร์ความเห็นแก่ตัวของคุณ มันไม่ได้น่าสนใจพอที่จะทำให้ฉันเสียเวลาฟังหรอกนะคะ" ประโยคเชือดเฉือนนั้นทำ1ให้กวินทร์รู้สึกเหมือนถูกควักหัวใจออกทั้งเป็น ความเจ็บปวดทางกายจากการต่อสู้และการถูกทำร้ายก่อนหน้านี้เทียบไม่ได้เลยกับความร้าวรานในอกที่กำลังแผดเผาเขาให้มอดไหม้ เขากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะเอ่ยคำขอร้องอ้อนวอนอีกครั้ง เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบก็ดังขึ้นทำลายความตึงเครียดในห้องโถงนั้นลงทันที "คุณอาคนนั้น... ร้องไห้ทำไมฮะ? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" น้องต้นกล้าก้าวเดินเตาะแตะออกมาจากมุมห้องโดยมีพี่เลี้ยงคอยประคอง มือเล็กๆ ข้างหนึ่งถือหุ่นยนต์ของเล่นตัวโปรด ดวงตากลมโตใสแจ๋วไร้เดียงสาคู่นั้นกะพริบปริบๆ มองชายแปลกหน้าเนื้อตัวมอมแมมที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยความสงสัยใคร่รู้ตามประสาเด็ก ร่างของกวินทร์แข็งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระดูกสันหลัง เมื่อได้ยินเสียงนั้นและได้สบตาเข้ากับเด็กชายตัวน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้า หัวใจที่เคยด้านชาและเต้นเป็นจังหวะปกติมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับกระหน่ำรัวเร็วราวกับจะทะลุกระดูกซี่โครงออกมา รอยยิ้มจางๆ ดวงตาที่ถอดแบบมาจากรินรดาราวกับพิมพ์เดียวกัน และความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างที่พุ่งชนเข้ามาในอกอย่างรุนแรง ทำให้ลมหายใจของเขาติดขัดในลำคอ "ต้นกล้า... ลูก อย่าเข้ามาใกล้เขานะคะ" รินรดารีบก้าวเข้าไปอุ้มลูกชายเข้าสู่อ้อมอกทันiที สัญชาตญาณความเป็นแม่พุ่งพล่าน สองแขนเรียวโอบกอดร่างเล็กแนบอก พร้อมกับตวัดสายตาดุดันและระแวดระวังมองตรงไปยังอดีสามี ร่างกายของเธอเกร็งเครียดจนเห็นได้ชัดเมื่อเห็นกวินทร์จ้องมองเด็กน้อยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความตื่นตะลึง กวินทร์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองภาพตรงหน้า ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย สมองที่เคยเฉียบคมในการเจรจาธุรกิจมูลค่ามหาศาลกลับประมวลผลเรื่องตรงหน้าช้าลงอย่างไม่น่าเชื่อ เขานับอายุของเด็กน้อยในใจ ย้อนเวลากลับไปสู่วันที่เขาหย่าร้างและขับไล่เธอออกไปจากชีวิต วันที่เธอตั้งครรภ์อ่อนๆ แต่เขาปฏิเสธที่จะรับฟัง... "ริน... หรือว่าเด็กคนนี้..." เสียงของกวินทร์ขาดห้วง ดวงตาคู่คมเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ ความจริงที่เพิ่งกระจ่างชัดเจนทำเอาเข่าทรุดลงไปอีกครั้งอย่างไร้เรี่ยวแรง "เขาคือ... ลูกของเราใช่ไหม?" "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดถึงคำนั้นด้วยซ้ำค่ะ" รินรดากล่าวเสียงเรียบแต่เฉียบขาด แววตาที่มองเขามีแต่ความเยືือกเย็นและหมางเมิน "เด็กคนนี้เป็นลูกของฉันคนเดียว เกิดมาจากความรักและความอดทนที่ฉันมีให้ตัวเอง ไม่ใช่ผลผลิตจากความเมตตาของสามีไร้หัวใจอย่างคุณ" คำพูดนั้นเปรียบเสมือนวาจาสิทธิ์ที่ปิดตายทุกเส้นทางถอยของกวินทร์ เขารู้ดีว่าความผิดบาปที่ตนเองได้ก่อขึ้นในอดีตนั้นใหญ่หลวงเกินกว่าจะใช้คำว่าขอโทษมาลบล้างได้ แต่ทว่า... สัญชาตญาณความเป็นพ่อที่เพิ่งตื่นขึ้น พร้อมกับความโหยหาที่กัดกินหัวใจ ทำให้เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่แม้แต่ตัวเขาเองก็คาดไม่ถึง วันเวลาผ่านไปหลายวัน บรรยากาศความตึงเครียดในคฤหาสน์หรูริมน้ำยังคงคุกรุ่น แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปคือการปรากฏตัวอย่างสม่ำเสมอของชายหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่ง กวินทร์ยอมสละเวลาสำคัญที่สุดในฐานะประธานบริษัทใหญ่ ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายเป็นร้อยล้านบาทต่อชั่วโมง ทิ้งการประชุมผู้ถือหุ้นระดับประเทศ เพื่อมาปรากฏกายอยู่ที่หน้าบ้านพักของรินรดาทุกวัน บ่ายแล้วบ่ายเล่า จนผู้จัดการส่วนตัวของเขาแทบจะประสาทกิน ในสวนหย่อมร่มรื่นหน้าบ้าน แสงแดดอ่อนยามบ่ายสาดส่องผ่านร่มไม้ลงมาทาบบนผืนสนามหญ้าสีเขียวขจี ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำให้คนที่เดินถือแก้วน้ำออกมารินรดาต้องชะงักฝีเท้าลงโดยอัตโนมัติ กวินทร์ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก กางเกงสแลคเนื้อดีที่ตอนนี้เปรื้อนคราบฝุ่นและดินจากการนั่งคลุกคลีอยู่บนพื้นหญ้า เขาไม่ได้ถือตัวเหมือนเช่นอดีตที่ผ่านมาแม้แต่น้อย ชายหนุ่มกำลังนั่งพับเพียบอยู่บนพื้นหญ้าเคียงข้างเด็กชายตัวน้อย กำลังตั้งอกตั้งใจต่อเลโก้ปราสาทหลังใหญ่ตามจินตนาการอันกว้างไกลของน้องต้นกล้า "คุณอาฮะ ตรงนี้ต้องใส่สีแดงส-ฮะ ไม่ใช่สีฟ้า!" เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายวัยสามขวบเอ่ยขึ้นพร้อมกับใช้นิ้วป้อมๆ ชี้ไปยังฐานตัวต่อ กวินทร์ยิ้ม... รอยยิ้มที่อ่อนโยนและจริงใจที่สุดเท่าที่รินรดาเคยเห็นมาตลอดชีวิตการแต่งงานของพวกเขา เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ไม่มีมาดนักธุรกิจผู้เย็นชา มีเพียงความพยายามอย่างเก้ๆ กังๆ ที่จะเอาอกเอาใจเด็กชายตรงหน้า "อ๋อ อาเข้าใจแล้วครับ งั้นเดี๋ยวอาเปลี่ยนเป็นสีแดงให้นะครับ... ต้นกล้าอยากได้หน้าต่างเพิ่มไหมครับ เดี๋ยวอาไปหามาให้" เสียงทุ้มต่ำพยายามปรับระดับให้เข้ากับเด็กน้อยอย่างนุ่มนวลที่สุด รินรดายืนมองภาพนั้นจากระเบียงชั้นสอง หัวใจที่เคยแข็งกระด้างและปิดตายกลับไหววูบลงอย่างน่าประหลาด ความผูกพันทางสายเลือดเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ น้องต้นกล้าดูมีความสุขและสนุกสนานกับการที่มีผู้ชายใจดีคนนี้มาร่วมเล่นด้วย โดยที่เด็กน้อยไม่รู้เลยว่าชายคนนั้นคือใคร แต่ทว่าความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากท่าทีของกวินทร์ มันช่างยากที่จะทำเป็นมองไม่เห็น เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะเดินถือถาดน้ำผลไม้ลงไปด้านล่าง ฝีเท้าที่กระทบกับพื้นบันไดทำให้ทั้งสองคนที่กำลังงละเล่นอยู่หันมามองพร้อมกัน กวินทร์รีบยืดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยอัตโนมัติ ท่าทางของเขาดูเกร็งเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาเรียบนิ่งของเธอ ความพยายามที่จะไถ่บาปตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เขาเรียนรู้ว่าการชนะใจรินรดานั้นยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่าการควบรวมกิจการบริษัทข้ามชาติเสียอีก "คุณริน..." เขาเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว พร้อมกับส่งยิ้มเจื่อนๆ ที่เต็มไปด้วยความวิงวอนมาให้ รินรดาวางถาดน้ำลงบนโต๊ะไม้สนามอย่างเงียบๆ ก่อนจะหันมามองอดีสามีด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "คุณควรเอาเวลาไปบริหารบริษัทของคุณนะคะกวินทร์ การมานั่งเล่นต่อเลโก้อยู่ที่นี่ มันไม่ได้ช่วยให้ความผิดที่คุณทำในอดีตมันเลือนหายไปหรอกค่ะ" "ผมรู้ครับ..." กวินทร์ตอบรับเสียงเบา ดวงตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "ผมไม่ได้คาดหวังว่าคุณจะให้อภัยผมในเร็วๆ นี้... แต่สิ่งที่ผมทำอยู่ตอนนี้ มันไม่ใช่การไถ่บาปเพื่อหวังผลอะไร แต่มันเป็นสิ่งเดียวที่ผมทำแล้วรู้สึกว่าชีวิตผมยังมีลมหายใจอยู่" คำพูดที่จริงจังและแววตาที่ไหวระริกของเขาทำให้รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอย่อตัวลงโอบกอดลูกชายเข้าสู่อ้อมอกเบาๆ เมื่อน้องต้นกล้าวิ่งเข้ามาซบที่หน้าขา "คุณแม่ฮะ คุณอาน่ารักจังเลย พาผมเล่นสนุกด้วยตั้งนานแหนะ... ให้คุณอามาเล่นด้วยอีกวันพรุ่งนี้ได้ไหมฮะ?" เด็กชายเงยหน้าขึ้นออดอ้อนผู้เป็นแม่ด้วยดวงตาเป็นประกาย รินรดาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยของเธอสั่นคลอนอย่างรุนแรงเมื่อเห็นความคาดหวังในแววตาของลูกชาย และเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นสบตากับกวินทร์ที่ยืนลุ้นระทึกอยู่เบื้องหน้า เธอก็รู้ทันทีว่ากำแพงที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจตัวเองกำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบกำลังปกคลุมความสัมพันธ์ที่เปราะบางนี้ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของกวินทร์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศลง กวินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรำคาญใจ เขากดตัดสายทิ้งโดยไม่สนใจ แต่ทว่าเบอร์เดิมก็โทรกลับเข้ามาอีกครั้งอย่างไม่ลดละ ร่างสูงจึงจำต้องหยิบมันขึ้นมาดูหน้าจอแวบหนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะซีดเผือดลงในพริบตา สีเลือดบนใบหน้าของเขาหายวับไปกับตา ดวงตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นชื่อและข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏเด่นหร่าบนหน้าจอ รินรดาสังเกตเห็นความผิดปกติทันที เธอหรี่ตามองเขาด้วยความสงสัยระคนระแวง "มีเรื่องอะไรอีกคะ หรือว่าความลับใหม่ของคุณกำลังจะแตกอีกรอบ?" กวินทร์ชะงักค้าง มือหนาที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาเล็กน้อย เขารีบเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในชีวิต ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้เอ่ยคำใดออกมา ประตูรั้วหน้าบ้านก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างระหงของหญิงสาวแปลกหน้าคนหนึ่งในชุดแบรนด์เนมราคาแพงที่ก้าวฉับๆ เข้ามาด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด และในมือของเธอกำซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาไว้แน่น! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%