เสียงฉีกซองกระดาษที่ดังแหลมขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องรับแขก เปรียบเสมือนเสียงกิโยตินที่ตกลงมาตัดขาดเส้นด้ายแห่งความหวังทุกเส้นที่กวินทร์เคยพยายามถักทอขึ้นมาใหม่ รินรดายืนนิ่งสนิท ดวงตากลมโตคู่สวยมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ด้านชาจนน่ากลัว หญิงสาวแปลกหน้าในชุดแบรนด์เนมราคาแพงคนนั้น—พิมพิลา—กำลังจ้องมองเธอด้วยแววตารังเกียจเดียดฉันท์ไม่ต่างจากเศษขยะเปื้อนโคลน ก่อนที่แผ่นกระดาษในซองสีน้ำตาลจะถูกกระชากออกมาแล้วโปรยปรายลงราวกับใบไม้แห้งที่ไร้ค่า
"คิดจะจับผู้ชายรวยๆ จนตัวสั่น ถึงขั้นยอมปล่อยให้ตัวเองท้องไม่มีพ่อแล้วเอาเด็กมาเรียกร้องความสนใจจากสามีชาวบ้านงั้นเหรอ รินรดา! เธอเนี่ยมันหน้าด้านหน้าทนเกินมนุษย์จริงๆ!"
เสียงแหลมสูงของพิมพิลาบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบไม่ใช่คำดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้น หากแต่เป็นภาพของกวินทร์—อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำเธอจนไม่เหลือชิ้นดี—กำลังลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าซีดเผือด มือหนาของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ขณะกวาดสายตามองเอกสารที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น
มันคือเอกสารประวัติส่วนตัวและใบรับรองแพทย์ของน้องต้นกล้า... ความลับที่เธอพยายามปกป้องด้วยชีวิตกำลังถูกฉีกกระชากออกมาประจานต่อหน้าคนที่เธอเกลียดชังที่สุด
"พิม! หยุดพฤติกรรมต่ำทรามแบบนี้เดี๋ยวนี้!" กวินทร์คำรามลั่น เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบเย็นชาบัดนี้กลับสั่นเครือด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด เขาก้าวเข้าไปกระชากแขนหญิงสาวผู้บุกรุกให้ออกห่างจากรินรดา แต่พิมพิลาลับหัวเราะร่าออกมาอย่างคนเสียสติ
"ทำไมคะพี่กวิน หรือว่าสิ่งที่ฉันพูดมันแทงใจดำ! พี่อย่าบอกนะว่าผู้หญิงหน้าเงินคนนี้มันปั่นหัวพี่สำเร็จแล้วจริงๆ เด็กนั่น... เด็กนั่นอาจจะไม่ใช่ลูกพี่ด้วยซ้ำ มันอาจจะเป็นลูกชู้ที่ไหนที่เธอเอามาอ้างเพื่อเกาะพี่กิน!"
เพี๊ยะ!
เสียงฝ่ามือกระทบแก้มดังสนั่นหวั่นไหวจนบ้านแทบสะเทือน กวินทร์เป็นคนลงมือเอง ดวงตาคมกริบของเขาแดงก่ำราวกับซาตานหลุดจากขุมนรก ความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งพล่านทำให้เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนออกมาอย่างน่ากลัว เขาไม่เคยตบผู้หญิงคนไหนในชีวิต แต่วันนี้... ผู้หญิงคนนี้กล้าพอที่จะเหยียบย่ำเส้นตายที่เขาไม่มีวันยอมให้ใครแตะต้อง
"ไสหัวออกไปจากบ้านของฉันเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่อยากให้ฉันใช้กฎหมายจัดการเธอจนไม่แผ่นดินจะอยู่!" กวินทร์ตวาดลั่น พิมพิลาหน้าชา กุมแก้มตัวเองที่ขึ้นรอยแดงเถือกด้วยความตกตะลึง ก่อนจะกรีดร้องออกมาด้วยความแค้นเคืองแล้วสะบัดหน้าหนีวิ่งออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็ว
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง แต่มันกลับอึดอัดและน่าหายใจไม่ออกยิ่งกว่าเดิม
รินรดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก ความกลัวที่ฝังรากลึกในใจเริ่มกัดกินวิญญาณของเธออีกครั้ง การที่ความลับรั่วไหลออกมาแบบนี้หมายความว่าอะไร? มันหมายความว่าโลกอันสงบสุขที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องลูกชายกำลังจะพังทลายลง และคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอก็คือต้นตอของหายนะทั้งหมด
รินรดาก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคู่สวยมองกวินทร์ที่กำลังหันกลับมามองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด สำนึกผิด และ... ความหวังที่โชติช่วงขึ้นมาอีกครั้งอย่างบ้าคลั่ง
"ริน..." กวินทร์กระซิบเรียกชื่อเธอ เสียงของเขาสั่นพร่า มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้ามือเธอมาจับ แต่รินรดากลับเบี่ยงตัวหลบราวกับรังเกียจที่จะให้เขาสัมผัส
"อย่าเข้ามานะคะ..." รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอเรียบนิ่ง เย็นชา ไร้ซึ่งร่องรอยของน้ำตา แต่มันกลับเฉียบคมเสียยิ่งกว่ามีดโกน "คุณเห็นแล้วใช่ไหมคะเอกสารพวกนั้น คุณได้ในสิ่งที่อยากรู้แล้วใช่ไหมคะ... ถ้าอย่างนั้น ได้โปรดออกไปจากชีวิตของฉันกับลูกสักที!"
"ไม่... ริน ฟังพี่ก่อน" กวินทร์ส่ายหน้าช้าๆ หยาดน้ำตาของผู้ชายที่หยิ่งทะนงที่สุดในโลกเอ่อคลอเบ้าอย่างน่าสมเพช "เด็กคนนั้น... ต้นกล้าคือลูกของเราใช่ไหม? ทำไม... ทำไมรินถึงใจร้ายปิดบังเรื่องสำคัญขนาดนี้กับพี่ ทำไมถึงยอมเจ็บอยู่คนเดียว..."
"แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมาถามหาคำว่าทำไมคะ!" รินรดาระเบิดอารมณ์ออกมาในที่สุด น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลทะลักลงมาอาบสองแก้ม แต่สีหน้าของเธอยังคงดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยว "วันที่ฉันอุ้มท้องโตใกล้คลอด วันที่ฉันไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อนมให้ลูก วันที่ฉันต้องคลอดลูกโดยไม่มีใครเหลียวแล... คุณอยู่ที่ไหนคะกวินทร์? คุณกำลังนอนกกอยู่กับผู้หญิงคนอื่นในคฤหาสน์หลังใหญ่ไม่ใช่เหรอ!"
คำพูดเหล่านั้นเปรียบเสมือนหมัดเหล็กที่ชกเข้าที่ลิ้นปี่ของกวินทร์เต็มแรง เขาล้มทรุดลงคุกเข่าต่อหน้าเธอ ความสำนึกผิดที่สะสมมานานนับปีถาโถมเข้ามาทับถมจนเขาแทบหายใจไม่ออก ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย
"พี่ขอโทษ... พี่มันเลวเอง พี่มันโง่เง่าเองที่มองไม่เห็นค่าเพชรแท้ในมือ รินจะลงโทษพี่อย่างไรก็ได้ ทุบตีพี่ ด่าทอพี่ได้ตามใจชอบ แต่ขอร้องล่ะ... อย่าไล่พี่ไปไหนอีกเลย ให้โอกาสพี่ได้ไถ่บาป ได้ทำหน้าที่พ่อ ได้ดูแลรินกับลูกเถอะนะ"
กวินทร์เอื้อมมือไปกอดข้อเท้าของเธอไว้แน่น ราวกับว่าถ้าปล่อยมือ รินรดาจะหายลับไปจากชีวิตเขาตลอดกาล ความเวทนาและความเจ็บปวดผสมปนเปกันอยู่ในอกของรินรดา แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความตั้งใจของเธอลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย
"การไถ่บาปของคุณมันสายเกินไปแล้วค่ะคุณกวินทร์..." รินรดาก้มลงมองอดีสามีด้วยสายตาที่ว่างเปล่าไร้เยื่อใย เธอค่อยๆ แกะมือของเขาออกจากข้อเท้าของตนเองทีละนิ้วอย่างใจร้าย "สิ่งที่ฉันกลัวที่สุดไม่ใช่การต้องเลี้ยงลูกคนเดียว แต่ฉันกลัว... กลัวว่าวันหนึ่งคุณจะแย่งลูกไปจากฉันเหมือนที่คุณเคยทำลายชีวิตฉันในอดีต"
"พี่ไม่ทำเด็ดขาด! พี่ขอเอาชีวิตเป็นเดิมพัน!" กวินทร์เงยหน้าขึ้นตะโกนลั่น แววตาเต็มไปด้วยความสัตย์จริง
"คำพูดของผู้ชายอย่างคุณ ไม่มีค่าพอให้ฉันเอาอนาคตของลูกไปเสี่ยงอีกแล้วค่ะ" รินรดาแค่นหัวเราะเยาะหยันตัวเอง "จำใส่สมองของคุณไว้เถอะนะคะ ว่าต่อให้คุณจะคุกเข่าอ้อนวอนจนตายไปต่อหน้าฉัน ฉันก็ไม่มีวันยอมให้คุณเข้ามาในชีวิตของเราสองคนแม่ลูกอีกเด็ดขาด!"
พูดจบ รินรดาก็สะบัดตัวหันหลังเดินหนีขึ้นบันไดไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะชายตามองเขาอีก ร่างบางก้าวเดินอย่างมั่นคงแม้ว่าหัวใจข้างในจะแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ เธอกลัว... กลัวเหลือเกินว่าความใจอ่อนชั่ววูบจะทำให้เธอพ่ายแพ้ให้กับผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง
กวินทร์นั่งคุกเข่าอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า หัวใจของเขาถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี เขารู้ดีว่าความผิดที่ตัวเองก่อไว้มันหนักหนาเกินกว่าจะให้อภัย แต่วิธีการที่รินรดาใช้ตัดรอนเยื่อใยมันช่างเด็ดเดี่ยวและไร้ความปรานีเสียจนเขากลัวว่า... มันอาจจะเป็นจุดจบของความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอจริงๆ
ทว่า ในขณะที่กวินทร์กำลังจะหมดแรงและยอมจำนนต่อโชคชะตา เสียงฝีเท้าเล็กๆ ของเด็กน้อยคนหนึ่งก็ดังขึ้นที่บริเวณชานบันไดชั้นสอง
"คุณอาขา... ทำไมถึงร้องไห้เหรอฮะ?"
กวินทร์สะดุ้งสุดตัว เขารีบเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงด้วยหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองเพล ร่างป้อมๆ ของเด็กชายวัยสามขวบในชุดนอนลายการ์ตูนกำลังยืนกะพริบตาปริบๆ มองเขาด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตคู่นั้น... จมูกโด่งรั้นนั่น... และรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากนั่น... ถอดแบบพิมพ์มาDจากตัวเขาไม่มีผิดเพี้ยน!
และก่อนที่กวินทร์จะได้เอ่ยคำใดออกมาเพื่อตอบคำถามนั้น น้องต้นกล้าก็เอียงคอแล้วเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้เลือดในกายของกวินทร์เย็นเฉียบลงไปถึงขั้วหัวใจ
"คุณแม่บอกว่าคนใจร้ายชอบแอบร้องไห้... คุณอาใช่คนใจร้ายที่ทำร้ายคุณแม่ในอดีตรึเปล่าฮะ?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้ค่ะ!
ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่•ตอนที่ 20
ความหวังที่ริบหรี่
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนหัวใจยัยคุณแม่มือใหม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!