"คีริน! คุณทำบ้าอะไรอยู่ตรงนี้!"
เสียงแหลมสูงของรินรดาตวัดลั่นห้องทำงาน พร้อมกับสายตาเกลียดชังที่พุ่งตรงมายังจินซึ่งยังคงติดอยู่ในอ้อมแขนของคีริน บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดลงไปกลางอากาศได้ กลิ่นฟีโรโมนกลิ่นกุหลาบป่าอันเย่อหยิ่งของอัลฟ่าหนุ่มแผ่ซ่านกดดันจนโอเมก้าในห้องหายใจแทบไม่ออก แต่จินไม่มีวันยอมก้มหัวให้ท่าทีคุกคามพวกนั้นแน่
ร่างเพรียวบางพยายามดึงตัวเองออกจากอ้อมแขนแกร่ง แต่คีรินกลับกระชับวงแขนแน่นขึ้นไปอีกราวกับจงใจยั่วโมโหผู้หญิงที่ยืนหน้าเขียวอยู่หน้าประตู ดวงตาคมกริบของอัลฟ่าหนุ่มไหววูบด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากไล่แขกไม่ได้รับเชิญ เสียงฝีเท้ากระแทกระทั้นก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
"นี่คุณกล้าดียังไงถึงมาแตะต้องตัวว่าที่คู่หมั้นฉัน!" รินรดาปรี่เข้ามาใกล้ มือเรียวที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตชี้หน้าจินด้วยความโกรธเกรี้ยว เมคอัพราคาแพงบนใบหน้าบิดเบี้ยวจนน่ากลัว "อีเด็กนี่มันเป็นแค่โอเมก้าชั้นต่ำ ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ทำไมคุณถึงต้องลดตัวมาเกลือกกลั้วด้วย หรือว่าติดใจอะไรมันนักหนา!"
จินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยันอย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวยกขึ้นปัดนิ้วที่ชี้หน้าออกอย่างไร้เยื่อใย คำพูดเจ็บแสบถูกพ่นออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทแต่บาดลึก
"ถ้าฉันเป็นโอเมก้าชั้นต่ำ แล้วคุณล่ะ... ที่ต้องวิ่งตามผู้ชายที่เขาไม่ได้รัก จนต้องมาอาละวาดเป็นหมาบ้าในบ้านคนอื่นแบบนี้ เขานิยามว่าสูงส่งตรงไหนเหรอครับ... อ้อ ลืมไป สมองกับมารยาทมันคงโตไม่ทันอายุสินะถึงได้ไม่รู้ว่ามารยาทการเป็นแขกเขาทำกันยังไง"
"กรี๊ด! แก!" รินรดากรีดร้องสุดเสียง เงื้อมือหมายจะตบหน้าคนที่บังarrogantใส่เธอ
ทว่า... เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีนั้น!
โครม!
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหวราวกับท้องฟ้ากำลังจะถล่มลงมา ตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนจากภายนอกบ้านพักตากอากาศริมทะเลสาบ หลอดไฟนีออนบนเพดานกะพริบถี่ๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง ความมืดมิดกลืนกินห้องทำงานหรูหราจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้วของตัวเอง ระบบไฟฟ้าสำรองตัดการทำงานฉับพลันเนื่องจากหม้อแปลงระเบิดจากพายุฝนที่โหมกระหน่ำด้านนอก
"กรี๊ด! ไฟดับ! ฉันมองไม่เห็นอะไรเลย!" รินรดาร้องลั่นด้วยความตกใจกลัว เสียงฝีเท้าวิ่งพล่านอย่างไร้ทิศทางในความมืด
ในสถานการณ์ชุลมุนนั้น จินที่ตั้งใจจะผละถอยหลังกลับสะดุดเข้ากับพรมเปอร์เซียผืนหนา ร่างเพรียวเสียหลักหงายหลังลงไป แต่ก่อนจะได้กระแทกพื้น แขนแกร่งของคีรินก็คว้าเอวบางไว้ได้ทัน แรงดึงมหาศาลทำให้ร่างทั้งสองร่างล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นด้วยกัน จินล้มทับลงบนแผงอกกว้างของอัลฟ่าหนุ่มอย่างจัง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากันในระยะประชิด
กลิ่นฟีโรโมนกาแฟคั่วเข้มข้นของคีรินผสมผสานเข้ากับกลิ่นวานิลลาจางๆ ของจินในยามที่ร่างกายแนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง มันเป็นปฏิกิริยาทางเคมีที่รุนแรงเกินกว่าที่โอเมก้าและอัลฟ่าจะต้านทานไหว หัวใจของจินเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายต่อหัวใจดวงน้อยที่พยายามสร้างกำแพงมาตลอด
"อ๊ะ... ปล่อยนะ" จินกระซิบเสียงพร่า พยายามดันไหล่กว้างออก แต่คีรินกลับตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเขาไว้เหนือหัวด้วยมือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างโอบเอวบางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยแล้วคนตรงหน้าจะหายวับไปกับตา
"เงียบ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหีบปาก ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดซอกคอขาวจนจินสะท้านเฮือก ขนลุกชันไปทั้งร่าง "ถ้าไม่อยากให้ยัยนั่นรู้ว่าเราอยู่ตรงนี้ ก็หุบปากซะ"
ในความมืดสนิท เสียงฝีเท้าของรินรดากำลังเดินวนเวียนอยู่ใกล้โซฟา ห่างจากจุดที่พวกเขานอนทับกันอยู่ไม่ถึงสองเมตร เสียงหอบหายใจด้วยความกลัวของผู้หญิงคนนั้นดังสลับกับเสียงฝนที่ตกหนักด้านนอก
จินเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจของกันและกันทำให้สติที่มีเริ่มกระเจิง กลิ่นฟีโรโมนของคีรินกำลังหลอมละลายความแข็งกระด้างของเขาให้เหลวเป๋ว ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความร้อนรุ่มที่ตีตื้นขึ้นมาในช่องท้อง
"คุณ... ปล่อยผมได้แล้ว ไฟคงอีกนานกว่าจะมา" จินกระซิบเสียงเบาหวิว พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสจากลมหายใจที่ปัดป้ายอยู่ข้างแก้ม
"ทำไม... กลัวเหรอ" คีรินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดตลกนิดๆ แม้จะอยู่ในความมืด แต่จินก็รู้ว่าคนพูดกำลังยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ "ปากเก่งเมื่อกี้หายไปไหนหมดแล้วล่ะ หืม... เจ้าแมวพยศ"
"ใครแมวพยศ คุณต่างหากที่ฉวยโอกาส!" จินกัดฟันกรอด พยายามดิ้นรนขัดขืนแต่ยิ่งดิ้น ร่างกายก็ยิ่งเบียดเสียดแนบชิดกันมากขึ้นโดยไม่ตั้งใจ จนกระทั่งคีรินต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอารมณ์บางอย่างที่กำลังปะทุขึ้น
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนสาดกระทบกระจกและเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน คีรินค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนริมฝีปากหยักแทบจะแตะเข้ากับขอบใบหูแดงก่ำของโอเมก้าในอ้อมแขน น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดเปลี่ยนเป็นนุ่มทุ้มและแหบพร่าจนน่าใจหาย
"ถ้าฉันฉวยโอกาสมากกว่านี้... เธอจะทำยังไง"
จินชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อริมฝีปากหนาแตะเบาๆ ที่ลาดไหล่ผ่านเนื้อผ้าบางเบา ความรู้สึกวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วสันหลังจนต้องหลับตาปี๋ด้วยความสั่นสะท้ำ
และในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและอันตรายถึงขีดสุดนั้นเอง...
แกร็ก! เสียงเปิดประตูกระจกด้านหลังห้องทำงานดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบสาดส่องเข้ามาที่พื้นห้อง ร่างสูงโปรดของใครอีกคนก้าวเข้ามาพร้อมกับน้ำเสียงเย็นเยียบที่เอ่ยทักทายความมืด
"อุ๊ย... ขอโทษทีครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของพวกคุณ... แต่ดูเหมือนว่าผมจะมีเรื่องด่วนที่ต้องคุยกับคุณคีรินตอนนี้เลยล่ะครับ"
กระต่ายพระจันทร์
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ
พันธะร้ายรุกฆาตหัวใจเฮีย•ตอนที่ 24
คืนวุ่นวายที่บ้านพัก
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรุกฆาตหัวใจเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!