หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของจินสว่างวาบ ทิ้งความเงียบงันอันหนักอึ้งไว้ระหว่างคนสองคน ข้อความแจ้งเตือนจากเบอร์แปลกที่ส่งพิกัดและรูปถ่ายมุมสูงของห้องพักเขาเมื่อสัปดาห์ก่อน มันไม่ใช่ฝีมือของรินรดาอย่างที่เขาเคยคาดการณ์ไว้ในตอนแรก และความเป็นจริงข้อนั้นกำลังทำให้หัวใจของโอเมก้าหนุ่มเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก
ดวงตากลมโตตวัดขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนหันหลังให้อยู่ตรงหน้าต่างกระจกใส คีรินในยามนี้ดูราวกับผู้บัญชาการเกมกระดานที่กุมไพ่เหนือกว่าทุกใบ ท่าทีนิ่งขรึมและไหล่กว้างที่ไหวเล็กน้อยยามเจ้าตัวขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบถ ยิ่งตอกย้ำความสงสัยที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจของจิน
ถ้าไม่ใช่รินรดา... แล้วจะเป็นใครไปได้อีก?
"ยืนเหม่ออะไรอยู่ หรือว่าข้อความในนั้นมันทำให้สมองปลาทองของคุณช็อตไปแล้ว?" เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่ยอมหันกลับมามอง คีรินเอามفล็กซ์มือข้างหนึ่งใส่กระเป๋า กางเกงสแล็คราคาแพงรับกับสัดส่วนสูงสง่า ท่าทางเย่อหยิ่งและคำพูดกวนประสาทนั้นเคยทำให้จินอยากจะคว้าแจกันใกล้มือปาใส่หน้าสักที สองที แต่ในวินาทีนี้... ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป
จินก้าวเท้าเข้าไปใกล้ร่างสูงนั้นทีละก้าวอย่างเงียบเชียบ ฝีเท้าของโอเมก้าเบาราวกับแมวป่า แต่ประสาทสัมผัสของอัลฟ่าระดับแนวหน้าไม่มีทางพลาดเสียงลมหายใจที่เปลี่ยนจังหวะไป
"เฮีย" เสียงหวานเอ่ยเรียกด้วยโทนเสียงที่ต่ำกว่าปกติ ลอดไรฟันออกมาทีละคำ "เงยหน้าขึ้นมาแล้วมองตาฉันหน่อยสิคะ"
คีรินชะงักไปเล็กน้อย ร่างสูงหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ดวงคมกริบสีเข้มกวาดมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้ฉายแววความระแวงและเด็ดเดี่ยวปะปนกันอย่างชัดเจน รอยยิ้มมุมปากที่มักจะถูกยกขึ้นมาเพื่อกวนประสาทจินหายวับไปกับตา เหลือเพียงใบหน้าเรียบเฉยที่ซ่อนประกายบางอย่างไว้ภายใต้ความนิ่งงัน
"เรียกฉันแบบนี้ มีเรื่องอะไรอีก หรือว่าตระหนักได้แล้วว่าตัวเองกำลังหาเรื่องใส่ตัว?" คีรินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนจัดตามสไตล์คนปากร้ายที่ไม่เคยยอมเสียเปรียบใครในบทสนทนา
"เลิกแกล้งทำเป็นปากแข็งสักทีได้ไหม!" จินโพล่งออกมาอย่างเหลืออด ความอดทนที่สะสมมาตั้งแต่เรื่องบนดาดฟ้าจนถึงข้อความปริศนาในมือพังทลายลงในพริบตา เขายกโทรศัพท์มือถือขึ้นจ่อตรงหน้าอกแกร่งของอีกฝ่าย "ถ้าข้อความนี้ไม่ได้มาจากยัยคุณหนูไฮโซนั่น... แล้วมันมาจากใคร? แล้วทำไม... ทำไมทุกครั้งที่ฉันตกอยู่ในอันตราย คีรินถึงมักจะโผล่มาทันเวลาพอดีราวกับวางแผนไว้ล่วงหน้าทุกครั้ง!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานกว้างทันที บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบจะหยิบจับเป็นรูปธรรมได้ กลิ่นฟีโรโมนกลิ่นสนป่าของอัลฟ่าเริ่มแผ่ออกมาเพื่อข่มขวัญ แต่วันนี้จินไม่มีทางถอยหลังให้ก้าวหนึ่งเด็ดขาด ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย ราวกับต้องการจะควักเอาความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาคู่นั้นออกมาให้หมด
คีรินไม่หลบตา ปลายนิ้วเรียวขยับเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะกำหมัดแน่นเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดขึ้นที่หลังมือ แววตาของอัลฟ่าหนุ่มไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—วินาทีเดียวเท่านั้นที่คนช่างสังเกตอย่างจินจับพิรุธได้
"คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาลหรือไง จิน?" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเยдяยันถูกงัดขึ้นมาใช้อีกครั้งเพื่อกลบเกลื่อนความผิดปกติ "ฉันจะไปว่างตามเช็ดตามล้างให้โอเมก้าดื้อๆ อย่างเธอทำไม ถ้าไม่ใช่เพราะคำสั่งของบอร์ดบริหารที่ไม่อยากให้โปรเจกต์ล่มเพราะความสะਪอทของเธอ"
"โกหก!" จินตวาดกลับเสียงดังลั่น ดวงตากลมโตเริ่มมีหยาดน้ำใสคลอหน่วยด้วยความอัดอั้นตันใจ ไม่ใช่เพราะเสียใจ... แต่เพราะความหงุดหงิดที่คนตรงหน้ายังคงปฏิเสธความจริง ทั้งที่แววตาเป็นห่วงเป็นใยยามที่เขาบาดเจ็บมันฟ้องชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำพูด "ถ้าแค่งาน ทำไมคุณต้องส่งคนมาเฝ้าหน้าห้องพักฉันทุกคืน? ทำไมคนที่ส่งยารักษาแผลรอยฟกช้ำมาให้ถึงเป็นยี่ห้อเดียวกับที่คุณใช้ในห้องชุดส่วนตัวนี้? คีริน... คุณเป็นคนส่งข้อความขู่พวกนั้นเองใช่ไหม เพื่อจะบีบให้ฉันจนมุมแล้ววิ่งโร่เข้าไปซุกอยู่ในกรงของคุณ!"
คำกล่าวหาที่พรั่งพรูออกมาทำให้คีรินถึงกับนิ่งอึ้ง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกลับมาหรี่แคบลงด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง ร่างสูงก้าวประชิดตัวเข้ามาอย่างรวดเร็วจนจินต้องผถดถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน แผงอกกว้างกั้นขวางทางหนีทุกทาง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นฟีโรโมนเข้มข้นโอบล้อมรอบตัวเขาไว้จนแทบจะหายใจไม่ออก
"อยากรู้มากนักใช่ไหมว่าฉันทำไปทำไม..." คีรินก้มตัวลงกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าเล่าเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ "คิดว่าฉันว่างมากจนต้องเอาเวลาไปเล่นเกมจิตวิทยากับเด็กก้าวร้าวอย่างเธอหรือไง จิน!"
"ถ้าไม่ใช่... แล้วทำไมคุณต้องทำหน้าเหมือนอยากจะฆ่าทุกคนที่เข้าใกล้ฉันด้วยล่ะ!" จินสวนกลับทันควันโดยไม่ยอมแพ้ ใบหน้าหวานเชิดขึ้นท้าทายแม้ว่าแผ่นหลังจะชนติดขอบโต๊ะและไม่มีทางหนี "ปากบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา แต่เวลาฉันเจ็บตัว คนที่ร้อนรนจนเกือบจะพลิกตึกบริษัทหาเรื่องคนอื่นก็คือคุณทุกที!"
คีรินชะงักกึก ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง แววตาที่เคยก드ขี่ข่มเหงแปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำยากจะคาดเดา ความเงียบระหว่างเขาทั้งสองคนดังเสียยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ ความลับที่คีรินพยายามปกปิดมาตลอดโดยใช้ความปากร้ายและท่าทางเย็นชาเป็นเกราะกำบัง กำลังจะถูกพังทลายลงด้วยความดื้อรั้นและสายตาที่รู้ทันของโอเมก้าตรงหน้า
มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าต้นแขนเล็กเพื่อดึงให้ถอยห่าง แต่ในจังหวะที่ปลายนิ้วกำลังจะสัมผัสโดนผิวเนื้อนั้นเอง—
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำลายบรรยากาศระอุระหว่างพระ-นายลงทันที คีรินสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสียในลำคอ ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดขีดสุดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ
ก่อนที่เจ้าของห้องจะทันได้เอמהอนุญาต ประตูบานหรูสีเข้มก็ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างเพรียวระหงของรินรดาในชุดสูทแฟชั่นราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าสวยเฉี่ยว ดวงตาคู่คมกวาดมองภาพคนทั้งสองที่ยืนแนบชิดกันอยู่ริมโต๊ะทำงานด้วยแววตารuซึ้งปะปนกับความริษยา
"อุ๊ย... ดูเหมือนว่าฉันจะเข้ามาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของคุณคีรินกับน้องจินเข้าสินะคะ?" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยดที่ฟังดูอย่างไรก็ไม่น่าฟัง รอยยิ้มบนมุมปากของเธอยิ่งกว้างขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์ของอัลฟ่าหนุ่ม "พอดีฉันมีเรื่องด่วนเกี่ยวกับพقติกรรมน่าสงสัยของโอเมก้าคนนี้มาฟ้องคุณพอดี... หวังว่าคงจะไม่รบกวนเวลาสวีทเกินไปใช่ไหมคะ?"
จินหน้าถอดสีทันทีเมื่อได้ยินชื่อของรินรดา สมองประมวลผลย้อนกลับไปถึงข้อความปริศนาที่เพิ่งได้รับเมื่อครู่—หากรินรดาไม่ได้เป็นคนส่ง แล้วทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงเจาะจงเข้ามาในจังหวะที่ความลับกำลังจะถูกเปิดเผยพอดี หรือว่า... เบื้องหลังเกมทั้งหมดนี้จะมีบุคคลที่สามที่น่ากลัวยิ่งกว่าซ่อนอยู่?
คีรินขยับตัวบังร่างของจินไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบหันไปจ้องมองคู่หมั้นสาวด้วยแววตาดุดันราวกับพญาเสือที่ถูกรบกวนเวลาล่าเหยื่อ บรรยากาศในห้องพลิกผันจากความตึงเครียดเรื่องส่วนตัว กลายเป็นสนามรบทางธุรกิจที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตรายในพริบตาเดียว
"ออกจากห้องของฉันไปซะ รินรดา... ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วทำลายตระกูลของคุณให้ราบคาบในพริบตาเดียว" คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่ทรงพลังพอจะทำให้คนฟังขนลุกซู่ แต่ร่องรอยความท้าทายในแววตาของรินรดากลับไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ซ่อนเร้นนี้นะคะ
---
*กระต่ายพระจันทร์*
พันธะร้ายรุกฆาตหัวใจเฮีย•ตอนที่ 7
คนปากร้ายใจคลั่งรัก
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรุกฆาตหัวใจเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!