พันธะร้ายรุกฆาตหัวใจเฮีย•ตอนที่ 8

งานเลี้ยงที่ไม่มีใครต้องการ

ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
กลิ่นอายฟีโรโมนกลิ่นดาร์กช็อกโกแลตเข้มข้นเจือกลิ่นไอฝนของอัลฟ่าระดับพรีเมียม ลอยคละคลุ้งกดดันจนอากาศในรถหรูคันยาวแทบจะกลายเป็นของแข็ง จินเหลือบมองร่างสูงใหญ่ที่นั่งไขว่ห้างอยู่เบื้องข้าง ดวงตาคมกริบของคีรินทร์จับจ้องตรงไปเบื้องหน้า ใบหน้าหล่อเหลาราวกับงานประติมากรรมนั้นเรียบตึงไร้รอยยิ้ม ทว่าสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นกลับฟ้องชัดว่าเจ้าตัวกำลังหงุดหงิดถึงขีดสุด "ถ้ายังเอาแต่ทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนั้น เกรงว่าคู่นอนจำเป็นของคุณอาจจะขอตัวลงกลางทางเสียก่อนนะคะ, คุณคีรินทร์" จินเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงติดจะเย้าแหย่ทว่าดวงตากลมโตกลับไหวระริกด้วยความระแวดระวัง มือเรียวจัดสาบเสื้อสูทเนื้อดีที่อีกฝ่ายบังคับให้สวมใส่ให้เข้าที่ แม้ชุดนี้จะหรูหราสมฐานะงานกาลาการกุศลประจำปีของตระกูลใหญ่ แต่วัตถุประสงค์ของการมาในค่ำคืนนี้ไม่ได้น่าอภิรมย์เลยสักนิด คีรินทร์หันขวับมามอง ปลายนิ้วเรียวหนากระชากเนกไทของตัวเองให้คลายลงเล็กน้อยอย่างขัดใจ ดวงตาสีสนิมดุจนักล่าจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของโอเมก้าหัวขบถ "หุบปากแล้วก็นั่งนิ่ง ๆ เถอะน่า, จิน... หน้าที่ของคุณคืนนี้มีแค่การเดินควงแขนผม ยิ้มรับหน้าแขกเหรื่อ และห้ามอ้าปากพูดจาหาเรื่องใครเป็นอันขาด เข้าใจที่พูดไหม" "หึ... ควงแขนในฐานะคู่นอนแก้ขัด แถมยังต้องทำตัวเป็นตุ๊กตาไขลานประดับบารมีท่านประธานผู้ทรงอิทธิพล ฟังดูเป็นเกียรติจนขนลุกเลยค่ะ" จินแค่นหัวเราะในลำคอ เชิดรั้นขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว "แต่เสียใจด้วยนะคะ พอดีฉันไม่ใช่ประเภทที่จะยอมยืนยิ้มสวย ๆ ให้ใครจูงจมูกง่าย ๆ ซะด้วยสิ" "จิน!" อัลฟ่าหนุ่มคำรามต่ำในลำคอ กลิ่นฟีโรโมนกดดันพุ่งทะยานขึ้นจนอึดอัด มือใหญ่คว้าหมับเข้าที่ต้นคอระหงรั้งเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสร้อนผ่าวแผ่ซ่านผ่านผิวเนื้อ "อย่าลองดีกับผมนะ... งานนี้ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อความสนุก คุณก็รู้ว่ารินรดาจะมาร่วมงานนี้ด้วย ถ้าไม่อยากโดนยัยนั่นฉีกร่างเป็นชิ้น ๆ ก็หุบปากแล้วเกาะแขนผมไว้ให้แน่น ๆ!" จินชะงักไปนิด หัวใจกระตุกวูบไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะประกายความห่วงใยเจือความกังวลที่ฉายชัดผ่านนัยน์ตาคมคลาวนั้น แม้ปากจะร้ายกาจและชอบออกคำสั่ง ทว่าคีรินทร์กำลังปกป้องเขา... ในแบบฉบับของผู้ชายปากแข็งใจอ่อน "เป็นห่วงฉันเหรอคะ?" จินกระซิบแผ่วเบา รอยยิ้มยั่วเย้าปรากฏขึ้นที่มุมปาก เรียวลิ้นดุนกระพุ้งแก้มขณะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย "หรือกลัวว่าของเล่นชิ้นโปรดจะพังคามือคนอื่นซะก่อนล่ะคะ, เฮีย" คำว่า 'เฮีย' ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มทำเอาคีรินทร์ชะงักกึก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นด้วยประกายไฟปรารถนาที่ยากจะควบคุม อัลฟ่าหนุ่มขบกรามแน่น พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้าด้วยกลิ่นกายหอมหวานยวนใจของโอเมก้าตรงหน้า ก่อนที่สถานการณ์ในรถจะเดือดดาลไปมากกว่านั้น เสียงเคาะกระจกรถจากบอดี้การ์ดด้านนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับประตูรถที่ถูกเปิดออก ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาวโชยปะทะใบหน้า "ถึงแล้วครับ, นายท่าน" คีรินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติ เขาสงบสีหน้ากลับมาเรียบเฉยดังเดิมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยื่นแขนแกร่งออกไปตรงหน้าจิน "เกาะแขนผมไว้... และเตรียมตัวรับมือกับสงครามประสาทได้เลย" จินมองท่อนแขนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางมือเรียวลงไปเกี่ยวไว้แน่น สัมผัสอุ่นจัดจากกายหนาถ่ายทอดความมั่นคงมาสู่ปลายนิ้ว ทั้งสองก้าวลงจากรถหรูท่ามกลางแสงแฟลชจากบรรดานักข่าวที่รุมล้อมทันที ภาพของอัลฟ่าหนุ่มหล่อเหลาผู้ทรงอิทธิพลปรากฏกายเคียงคู่กับโอเมก้าหน้าตาโดดเด่นสะดุดตา เรียกเสียงฮือฮาจากผู้สื่อข่าวและแขกเหรื่อภายในงานได้ในพริบตา ภายในห้องจัดเลี้ยงโถงใหญ่ประดับประดาด้วยคริสตัลระยิบระยับ เสียงดนตรีบรรเลงคลอเบา ๆ ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเต็มไปด้วยกระแสคลื่นใต้น้ำของแวดวงสังคมชั้นสูง สายตานับร้อยคู่จับจ้องมาที่การปรากฏตัวของคีรินทร์ และยิ่งพากันตกตะลึงเมื่อเห็นว่าข้างกายของเขาคือโอเมก้าหนุ่มผู้ไม่มีหัวนอนปลายเท้าในทางสังคม จินก้าวเดินอย่างสง่างาม รอยยิ้มบางเบาประดับบนใบหน้าสวยหวาน ทว่าแววตากลับกวาดมองรอบงานอย่างระแวดระวัง เขารับรู้ได้ถึงสายตาดูถูก เหยียดหยาม และริษยาที่ส่งตรงมานับไม่ถ้วน แต่สิ่งเหล่านั้นไม่อาจทำให้โอเมก้าอย่างจินสะท้านสะเทือนได้แม้แต่น้อย "ทนไหวไหม?" เสียงกระซิบต่ำดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับฝ่ามือหนาที่เลื่อนลงมาโอบกระชับรอบเอวบางไว้แน่นขึ้น แรงบิดเบา ๆ ที่เอวเป็นการเตือนกลาย ๆ "สบายมากค่ะ... แค่ฝูงชนมองด้วยสายตาอิจฉา ยังไม่น่ากลัวเท่าสายตาของคู่หมั้นคุณที่คุณพูดถึงหรอกนะคะ" จินกระซิบตอบเสียง and เย็นเยียบ ดวงตากลมโตหันไปมองยังมุมหนึ่งของห้องโถง และที่ตรงนั้น... รินรดากำลังยืนถือแก้วแชมเปญด้วยมือที่สั่นเทา ใบหน้าที่เคยงดงามหยาดเยิ้มบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาวาวโรจน์จ้องมองมาที่จินราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ หญิงสาวในชุดราตรีหรูสีแดงเพลิงก้าวตรงเข้ามาด้วยฝาดก้าวทรงพลัง ท่ามกลางความตกใจของแขกเหรื่อรอบข้างที่เริ่มถอยร่นเปิดทางให้ คีรินทร์ขมวดคิ้วมุ่น ขยับตัวบังร่างบางของจินไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ทว่าจินกลับยิ้มมุมปาก มือเรียวแตะเบา ๆ ที่ต้นแขนแกร่งเพื่อบอกให้อัลฟ่าหนุ่มถอยไปก่อน "ดูท่าทาง... แขกที่ไม่ได้รับเชิญตัวจริงกำลังจะมาทวงสิทธิ์แล้วล่ะค่ะ" จินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตากลับทอประกายท้าทายอย่างเต็มเปี่ยม รินรดาหยุดยืนตรงหน้าทั้งสอง รอยยิ้มเสแสร้งถูกฉาบไว้บนใบหน้า ทว่าน้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับเย็นเยียบจนน่าขนลุก "ไม่คิดเลยนะคะคุณคีรินทร์ ว่าคุณจะลดตัวเอาสัตว์เลี้ยงข้างถนนมาเดินอวดโฉมในงานสำคัญแบบนี้... หน้ามืดตามัว หรือว่าสมองเสื่อมกันแน่คะถึงได้พาตัวน่ารังเกียจเข้ามาในบ้านป่าเมืองผู้ดีแบบนี้?" บรรยากาศรอบตัวเงียบกริบลงในทันที สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่จุดเกิดเหตุด้วยความอยากรู้อยากเห็น คีรินทร์อ้าปากเตรียมจะสวนกลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนตามสไตล์ ทว่าจินกลับชิงตัดหน้าก้าวออกมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับอัลฟ่าหนุ่มเสียก่อน "สัตว์เลี้ยงข้างถนนยังรู้จักมารยาทและที่ต่ำที่สูงมากกว่าบางคน ที่เอาแต่เห่าหอนเรียกร้องความสนใจในงานเลี้ยงหรูหราแบบนี้ซะอีกนะคะ, คุณรินรดา" จินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าคมกริบราวกับใบมีดอาบน้ำผึ้ง รอยยิ้มหวานหยดที่ส่งไปให้ทำเอาคู่หมั้นสาวหน้าชาดล รินรดาโกรธจนตัวสั่น ง้างมือหมายจะตบเข้าที่ใบหน้าสวยหวานนั้น ทว่าข้อมือกลับถูกคว้าเอาไว้กลางอากาศด้วยมือหนาของคีรินทร์ที่บีบแน่นจนเกิดเสียงกรอด ดวงตาสีสนิมดุจปีศาจร้ายวาวโรจน์ด้วยความเหี้ยมเกรียมที่ไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน "ถ้าไม่อยากให้ตระกูลของคุณต้องอับอายขายขี้หน้าไปมากกว่านี้... ก็ไสหัวไปซะ, รินรดา" คีรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟันต่ำ กลิ่นฟีโรโมนดาร์กช็อกโกแลตแผ่ขยายกดดันจนรอบบริเวณแทบหายใจไม่ออก รินรดาสบตากับอัลฟ่าหนุ่มด้วยความตกใจและเจ็บใจ ก่อนที่มุมปากเคลือบลิปสติกสีแดงสดจะยกยิ้มเหี้ยมเกรียม เธอสะบัดมือหลุดจากการเกาะกุม หัวเราะเบา ๆ ในลำคอแล้วหันไปมองจินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความลับดำมืด "คิดว่าได้ใจเขาครองความสุขอยู่คนเดียวหรือไงจิน... หึ, เธอน่าจะถามเจ้านายตัวดีของเธอให้ดีซะก่อนนะ ว่าความลับที่เขายังซ่อนไว้ใต้พรมมันคืออะไร!" รินรดาแค่นเสียงหัวเราะเยาะ "ของขวัญชิ้นใหญ่ที่ฉันเตรียมไว้ให้เธอ... เพิ่งจะเริ่มทำงานต่างหากล่ะ!" สิ้นคำพูดนั้น จู่ ๆ หน้าจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่กลางห้องจัดเลี้ยงที่เคยฉายภาพโลโก้งานการกุศล ก็ดับวูบลงชั่วขณะ ก่อนจะสว่างวาบขึ้นอีกครั้งด้วยภาพถ่ายชุดใหญ่และเอกสารลับบางอย่างที่ปรากฏหราอยู่เบื้องหน้าแขกเหรื่อหลายร้อยชีวิตทั่วทั้งงาน! ************************************** *ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุน "กระต่ายพระจันทร์" เสมอมานะคะ*
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรุกฆาตหัวใจเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%