“ถ้าคุณคิดว่าการเอาตัวเข้าแลกเพื่อเรียกร้องความสนใจมันดูมีค่าล่ะก็... ผมแนะนำให้เลิกทำเถอะ มันทุเรศสิ้นดี”
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของคีรินกระแทกเข้าโสตประสาทของจินจนร่างโปร่งถึงกับชะงักกึก มือที่กำลังเอื้อมไปจัดเนกไทให้ชายหนุ่มตรงหน้ากลางห้องทำงานส่วนตัวหยุดค้างกลางอากาศ จินเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบที่แฝงไปด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก
“คุณพูดว่าอะไรนะ?” จินถามซ้ำ เสียงสั่นพร่าด้วยความโกรธที่ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก
คีรินปัดมือนั้นออกอย่างไม่ใยดี เขาสาวเท้าถอยห่างไปสองก้าว ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงระยับยืนตระหง่านราวกับรูปปั้นที่ไร้หัวใจ กลิ่นอัลฟ่าจางๆ ของเขาที่อบอวลอยู่ในอากาศเริ่มเปลี่ยนเป็นกลิ่นที่เฉียบคมและกดดันมากกว่าปกติ มันคือกลิ่นของความสับสนที่ถูกกลบด้วยกำแพงแห่งความหยิ่งทะนง
“ผมบอกว่า... อย่าทำตัวไร้ค่าให้มากนัก จิน” คีรินพ่นลมหายใจร้อนๆ ออกทางจมูก ดวงตาจ้องมองร่างตรงหน้าที่กำลังสั่นระริกด้วยความเสียใจ “การที่ผมอนุญาตให้คุณเข้ามาอยู่ใกล้ๆ ไม่ได้แปลว่าคุณจะสำคัญจนทำอะไรตามใจชอบได้”
จินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววท้าทายกลับรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส “ทุเรศงั้นเหรอ? ผมก็แค่จะช่วยจัดชุดให้คุณก่อนไปงานเลี้ยงกับรินรดา เพราะไม่อยากให้คุณออกไปขายหน้าใคร... แต่ก็นะ ผมลืมไปว่ามาตรฐานของ ‘คนสำคัญ’ ในสายตาเฮียคีรินน่ะ มันต้องสวยหรูสมบูรณ์แบบเหมือนคุณผู้หญิงคนนั้น ไม่ใช่โอเมก้าชั้นต่ำอย่างผม!”
คำว่า ‘ชั้นต่ำ’ ที่จินประชดออกมาทำเอาคีรินขบกรามแน่น สันกรามหนานูนเด่นชัดขึ้นมาจากการขบเน้นอย่างรุนแรง เขาเดินตรงเข้าไปหาคนตัวเล็กกว่าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้มือหนาบีบปลายคางมนให้เงยขึ้นสบตา
“อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับรินรดา” เสียงของคีรินเบาลง แต่เต็มไปด้วยอันตราย “เขาเป็นคู่หมั้นที่สมน้ำสมเนื้อกับผม ส่วนคุณ... ก็เป็นแค่ข้อผิดพลาดที่ผมยังกำจัดทิ้งไม่ได้ในตอนนี้เท่านั้น จำใส่หัวไว้ด้วย”
จินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น พยายามหาเศษเสี้ยวของความลังเลใจหรือความห่วงใยที่เขาเคยสัมผัสได้ในค่ำคืนที่ผ่านมา แต่มันไม่มี... คีรินคนเดิมที่เคยอ่อนโยนหายไปแล้ว เหลือเพียงอัลฟ่าจอมบงการที่ใช้คำพูดเชือดเฉือนเพื่อปกป้องกำแพงในใจของตัวเอง
“ถ้าผมมันน่าสมเพชนัก ก็ปล่อยผมไปสิครับ” จินสะบัดหน้าหนีจากการเกาะกุม “ปล่อยให้ผมไปตายเอาดาบหน้า ดีกว่าต้องมาทนฟังคำพูดแย่ๆ จากปากคนที่ผม...!”
“คนที่คุณอะไร?” คีรินถามสวนทันควัน หัวใจของเขากระตุกวูบเมื่อเห็นความเจ็บปวดในแววตาของอีกฝ่าย แต่มือเขากลับกำแน่นเพื่อระงับอารมณ์ประหม่าที่จู่ๆ ก็พุ่งพล่านจนคุมไม่อยู่ ความรู้สึกที่ว่า ‘จินสำคัญเกินไป’ กำลังทำให้เขาหวาดกลัว เขาจึงเลือกที่จะผลักไสเพื่อปกป้องตัวเอง
“ไม่มีอะไรครับ” จินหลับตาลงแน่น “เชิญคุณไปเถอะ งานเลี้ยงรอคุณอยู่ และรินรดาก็คงกำลังรอด้วย... ขอให้มีความสุขกับการเสแสร้งนะครับเฮีย”
จินหมุนตัวเตรียมจะเดินออกไปจากห้องทำงานที่เริ่มอึดอัดจนหายใจไม่ออก แต่ทว่า... มือหนาของคีรินกลับคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางแล้วรั้งเอาไว้แรงๆ จนจินเสียหลักถอยหลังกลับไปปะทะกับแผงอกกว้าง ความร้อนจากร่างกายของคีรินแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนจินใจสั่น
“ใครสั่งให้เดินหนี?” คีรินกระซิบเสียงต่ำชิดใบหู ลมหายใจอุ่นจัดรดรินอยู่ตรงซอกคอขาวเนียน “คุณยังทำหน้าที่ของคุณไม่จบ และผมก็ยังไม่อนุญาตให้ใครหน้าไหนมาตัดสินการกระทำของผม... แม้แต่คุณเอง”
ในวินาทีที่จินกำลังจะโต้ตอบกลับไปด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบไม่แพ้กัน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงประตูก็ถูกเปิดผางออกโดยไม่ได้เคาะ
“คีรินคะ! รินรออยู่ที่รถตั้งนาน... อ๊ะ!”
รินรดาชะงักกึกอยู่ตรงกรอบประตู ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—คีรินกำลังกอดรัดจินไว้จากด้านหลัง ในลักษณะที่ดูอย่างไรก็ไม่ใช่แค่การคุยงานธรรมดา ใบหน้าของหญิงสาวบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด ขณะที่คีรินไม่ได้ผลักจินออก แต่กลับค่อยๆ ผละออกมาด้วยใบหน้าที่ราบเรียบสนิทจนน่ากลัว
จินหันไปมองรินรดาด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าในใจกลับรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่ไม่ค่อยดีนัก การปรากฏตัวของเธอในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
“คุณมาทำอะไรที่นี่ รินรดา?” คีรินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความประหม่าที่เคยมีเมื่อครู่ ราวกับเขาสวมหน้ากากนักธุรกิจผู้ไร้ความรู้สึกขึ้นมาในทันที
รินรดาเดินนวยนาดเข้ามาใกล้ ส้นสูงกระทบพื้นดัง *กึกๆ* ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง เธอยกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ “ก็พอดีรินเห็นพนักงานที่ล็อบบี้บอกว่าเห็น ‘คนสนิท’ ของคุณขึ้นมาหา... เลยกะว่าจะมาดูสักหน่อย ว่าคีรินกำลังทำงานสำคัญอยู่ หรือกำลังทำอะไรที่มัน... เสียเวลาเปล่าๆ กันแน่”
เธอกวาดสายตามองจินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะหยุดสายตาลงที่รอยแดงจางๆ บนข้อมือของจินที่เกิดจากการจับของคีริน
“ดูเหมือนว่า ‘งาน’ ของคุณจะคืบหน้าไปไกลกว่าที่คิดนะคะ” รินรดาหันกลับไปหาคีริน ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์ “แต่ถ้าคุณยังจัดการเรื่องขยะชิ้นนี้ให้เรียบร้อยไม่ได้ รินเกรงว่าแผนการรวมกิจการในสัปดาห์หน้า... อาจจะต้องมีการพิจารณากันใหม่นะคะ คีริน”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอันหรูหราจนได้ยินเสียงหัวใจของจินที่เต้นรัวด้วยความกังวล คีรินไม่ได้ตอบโต้รินรดาทันที เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองจินด้วยสายตาที่เย็นชาเสียจนจินรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูกสันหลัง
“จิน...” คีรินเอ่ยชื่อเขาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ออกไปซะ ไปรอผมที่ห้องพักพนักงาน แล้วอย่าสะเออะออกมาให้ใครเห็นอีก จนกว่าผมจะเรียก”
จินมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่แตกสลาย นี่คือคีรินคนเดิม... คนที่ทำลายบรรยากาศทุกอย่างด้วยคำพูดร้ายๆ ของเขาเสมอ เขาเดินก้มหน้าผ่านรินรดาไปโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว แต่ในขณะที่มือของเขาแตะที่ลูกบิดประตู รินรดาก็โน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูเขาเบาๆ
“อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย โอเมก้าชั้นต่ำ... เพราะคืนนี้ จะเป็นคืนสุดท้ายที่เธอจะได้เห็นคีรินในฐานะของเขา”
จินชะงักกึก มือที่จับลูกบิดสั่นระริก เขาไม่หันกลับไปมอง แต่ในใจกลับกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดที่คาดไม่ถึง คีรินยอมทำถึงขนาดนี้เพื่อธุรกิจจริงๆ หรือ? หรือนี่คือหมากรุกกระดานสุดท้ายที่เขาต้องพ่ายแพ้ให้กับพันธะร้ายที่ชื่อว่า ‘การหมั้นหมาย’
กระต่ายพระจันทร์หวังว่ารี้ดทุกท่านจะลุ้นและติดตามความสัมพันธ์ที่แสนจะซับซ้อนของคีรินและจินในตอนต่อไปกันนะคะ!
พันธะร้ายรุกฆาตหัวใจเฮีย•ตอนที่ 20
คนปากแข็งชอบทำลายบรรยากาศ
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรุกฆาตหัวใจเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!