“ถ้าการที่ฉันมีตัวตนอยู่มันทำให้ธุรกิจของเฮียสะดุดขนาดนั้น... งั้นฉันก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ให้เฮียรำคาญใจอีกต่อไป”
น้ำเสียงของจินสั่นพร่าแต่ทว่าหนักแน่นในความรู้สึกร่างบางหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับอัลฟ่าผู้สูงศักดิ์ ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววดื้อรั้นบัดนี้กลับรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสที่คลอหน่วย คีรินยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องทำงาน ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้ม ร่องรอยความเย็นชาในดวงตาคู่นั้นทำหน้าที่เป็นมีดกรีดลงบนหัวใจของจินอย่างเลือดเย็น
“คิดจะประชดด้วยการหนีไปงั้นเหรอ จิน” คีรินเหยียดยิ้มที่มุมปาก น้ำเสียงของเขาราบเรียบจนน่าใจหาย “เธอคิดว่าตัวเองมีค่าพอที่จะเป็นหมากในกระดานของฉันตั้งแต่แรกจริงหรือเปล่า? หรือเป็นแค่ ‘ของเล่น’ ที่ฉันแค่เผลอใจไปเล่นด้วยนานเกินไปหน่อยเท่านั้น”
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนน้ำแข็งที่เทราดลงบนกองไฟแห่งความหวัง จินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะขื่นๆ ออกมา มือเรียวที่สั่นระริกกำชายเสื้อแน่นจนยับยู่ยี่ เขาไม่นึกเลยว่าผู้ชายที่เคยโอบกอดเขาไว้ด้วยความอบอุ่นในยามค่ำคืน จะเป็นคนเดียวกันกับที่ใช้ถ้อยคำเชือดเฉือนเพื่อไล่ให้เขาไปให้พ้นทางความสำเร็จ
“นั่นสินะครับ” จินแค่นเสียง “เฮียพูดถูก ของเล่นพังๆ แบบผมไม่มีค่าพอให้เฮียต้องเสียเวลาประคองไว้หรอก”
ร่างบางตัดสินใจก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่แม้เพียงไม่กี่เมตร แต่มันกลับกว้างไกลราวกับเหวลึกที่ยากจะข้ามผ่าน คีรินขมวดคิ้วแน่น สันกรามของเขานูนขึ้นจากการขบฟันแน่น เขาไม่ชอบสายตาแบบนี้ สายตาของจินที่ไม่ได้มีความดื้อรั้นเหมือนเช่นเคย แต่มันคือความผิดหวัง... ความผิดหวังที่เขามองเห็นแล้วกลับรู้สึกหน่วงในอกอย่างประหลาด
“อย่าดื้อให้มันมากนัก” คีรินก้าวเข้าหาหนึ่งก้าว แต่จินถอยหนีไปอีกสองก้าว
“เฮียต่างหากที่ควรจะเลิกเล่นเกมนี้ได้แล้ว” จินเชิดหน้าขึ้น พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ร่วงหล่น “รินรดากำลังรอเฮียอยู่ข้างล่าง และเธอก็คงรอไม่ไหวที่จะได้เห็นผมหายไปจากชีวิตเฮียเหมือนกัน... ความต้องการของเฮียสัมฤทธิ์ผลแล้วครับ วันนี้ผมจะไปเอง และหวังว่าธุรกิจของเฮียจะราบรื่นอย่างที่ตั้งใจไว้”
คีรินรู้สึกเหมือนมีก้อนหินมาจุกอยู่ที่คอ เขาสามารถตวาดกลับ หรือแม้แต่รั้งตัวคนตรงหน้าไว้ด้วยพันธะแห่งอัลฟ่าที่เหนือกว่า แต่ทว่าความทะนงตัวกลับรั้งเขาไว้ ร่างสูงยังคงยืนนิ่งปล่อยให้จินเดินผ่านหน้าเขาไป ราวกับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกัน
จินเดินตรงไปยังประตูห้องทำงาน ความรู้สึกเจ็บปวดที่อกซ้ายมันรุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก ในหัวของเขามีแต่ภาพวันวานที่เฮียคีรินเคยลูบหัวปลอบโยนในยามที่เขาหวาดกลัว แต่ในวันนี้ ทุกอย่างพังทลายลงด้วยคำพูดที่ว่า ‘ของเล่น’ คำเดียว
เขากำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตู แต่ทว่าบานประตูกลับถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนเกือบกระแทกหน้าเขา จินชะงักไปเมื่อเห็นร่างระหงของรินรดาในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ใบหน้าสวยจัดฉาบไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่ส่งมาให้เขาโดยเฉพาะ
“อ้าว... จะรีบไปไหนล่ะคะคุณจิน?” รินรดาปรายตามองจินด้วยสายตาดูแคลน ก่อนจะหันไปสบตากับคีรินที่ยืนอยู่ด้านหลัง “พอดีรินมีเรื่องสำคัญจะมาแจ้งคุณคีรินน่ะค่ะ เรื่องกำหนดการงานหมั้นที่เลื่อนเข้ามาเร็วขึ้นเป็นอาทิตย์หน้า...”
คำพูดของรินรดาดั่งสายฟ้าฟาดลงกลางใจจิน เขาหันกลับไปมองคีรินทันที ใบหน้าของคีรินดูนิ่งสนิท ราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น หรือบางที... เขาอาจจะเป็นคนตัดสินใจเองทั้งหมด
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอันโอ่อ่า คีรินมองสลับระหว่างรินรดาที่กำลังแย้มยิ้มอย่างผู้ชนะ กับจินที่ยืนตัวสั่นระริกด้วยความเจ็บปวด หัวใจของอัลฟ่าหนุ่มกระตุกวูบ เขาเห็นหยาดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้มใสของจินเป็นครั้งแรก
“จิน...” คีรินเผลอหลุดปากเรียกชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่ต่างไปจากเดิม
แต่ยังไม่ทันที่จินจะหันกลับไปมอง รินรดาก็ขยับเข้าไปใกล้คีรินแล้วคว้าแขนเขาไว้แน่น “ไม่ต้องสนใจเด็กคนนี้หรอกค่ะคุณคีริน เราไปจัดการเรื่องรายละเอียดงานกันต่อดีกว่านะคะ”
ทว่าก่อนที่รินรดาจะลากตัวคีรินไป จินกลับตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาหยิบจดหมายฉบับหนึ่งที่เขียนเตรียมไว้ตั้งแต่นานมาแล้วออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้ววางลงบนโต๊ะทำงานของคีรินด้วยมือที่สั่นเทา
“เอกสารยกเลิกการดูแล... ผมเซ็นไว้ให้หมดแล้วนะครับ” จินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “นับจากวินาทีนี้ไป ไม่ว่าเฮียจะอยากได้อะไร หรืออยากให้ผมไปตายที่ไหน ก็เชิญเฮียทำตามใจชอบได้เลย... เพราะจินคนเดิมที่เฮียเคยรู้จัก ได้ตายไปพร้อมกับความรักโง่ๆ ของเขาในห้องนี้แล้ว”
จินหันหลังกลับโดยไม่รอฟังคำตอบ ร่างบางก้าวผ่านรินรดาไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่คีรินพยายามจะเอื้อมมือคว้าแขนเขาไว้ แต่เขากลับถูกรินรดาดึงรั้งไว้แน่นขึ้นกว่าเดิม
“คุณจะไปไหนคะคีริน! เรายังคุยกันไม่จบ!”
เสียงของรินรดากรีดร้องไล่หลังมา แต่คีรินไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว สายตาของเขาจับจ้องเพียงแผ่นหลังบางที่กำลังเดินห่างออกไปเรื่อยๆ จนเกือบจะพ้นประตูห้อง ในวินาทีที่จินกำลังจะก้าวพ้นขอบประตู คีรินก็สะบัดแขนออกจากรินรดาอย่างแรงจนเธอกระเด็นถอยหลังไป และเขากำลังจะวิ่งตามจินออกไป...
ทว่า ประตูที่จินกำลังจะก้าวออกไปนั้น กลับถูกเปิดสวนเข้ามาโดยชายชุดดำกลุ่มใหญ่ที่เดินเรียงแถวเข้ามาขวางทางไว้ พร้อมกับเสียงชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลที่ดังขึ้นจากด้านหลังของกลุ่มคนเหล่านั้น
“ใครอนุญาตให้แกออกไปจากที่นี่... จิน?”
คีรินหยุดกึก ร่างของเขาแข็งทื่อทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่เดินเข้ามาท่ามกลางความตึงเครียดนั้น
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับจินในตอนนี้นะคะ แล้วเรามาลุ้นกันค่ะว่าพันธะร้ายนี้จะจบลงอย่างไรในตอนหน้า ห้ามพลาดเลยนะคะ!
พันธะร้ายรุกฆาตหัวใจเฮีย•ตอนที่ 21
น้ำตาของเด็กดื้อ
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรุกฆาตหัวใจเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!