“ผมถามว่าจินไปไหน!”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจตะคอกลั่นห้องโถงกว้างของเพนท์เฮาส์หรู คีรินเหวี่ยงสมาร์ทโฟนราคาแพงลงบนโซฟาหนังแท้อย่างไม่ใยดี ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ลามเลียไปทั่วร่าง หัสดี—บอดี้การ์ดคนสนิท—ยืนก้มหน้านิ่งสนิทราวกับรูปปั้นสลัก ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนอากาศรอบกายแทบจะแข็งตัว
“เงียบทำไม! ผมสั่งให้จับตาดูเขา ไม่ได้สั่งให้ปล่อยให้เขาหายตัวไปในวันงานหมั้นของผม!”
คีรินแค่นเสียงหัวเราะเยาะเย้ยตัวเอง ความรู้สึกปั่นป่วนในอกที่เขาสะกดกั้นมาตลอดเริ่มเปลี่ยนรูปเป็นความตระหนกที่แผ่ซ่านไปตามกระแสเลือด เขาไม่ได้กลัวว่าคนอย่างจินจะหนีไปไหนไม่รอด แต่เขากลัว... กลัวว่าโอเมก้าหัวรั้นคนนั้นจะเลือก ‘ตัดขาด’ เขาไปจริงๆ โดยไม่หันหลังกลับมามอง
“คุณจินไม่ได้บอกอะไรไว้เลยครับท่าน... เพียงแต่เมื่อเช้า ผมเห็นคุณรินรดาแวะเข้ามาที่นี่ก่อนท่านจะออกไปทำงานไม่ถึงสิบนาที”
คำบอกเล่านั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง คีรินกระชากปกเสื้อบอดี้การ์ดเข้ามาใกล้ ใบหน้าคมสันฉายแววดุดันจนน่าขนลุก
“รินรดา...” เขาลากเสียงต่ำ “ผู้หญิงคนนั้นกล้าดีเกินไปแล้ว”
ความเงียบในห้องเริ่มกัดกินความมั่นใจที่คีรินเคยมี เขาหมุนตัวกลับไปยังโซฟาที่จินเคยนั่งเล่นเกมมือถือแก้เบื่อเมื่อคืน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่ผสมกับกลิ่นฟีโรโมนประจำตัวของจินยังคงติดอยู่ที่หมอนอิงใบนั้น กลิ่นที่เคยทำให้เขารู้สึกสงบ กลับกลายเป็นความทรมานที่ตอกย้ำว่าเจ้าของกลิ่นได้หายไปแล้ว
ร่างสูงเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าอย่างบ้าคลั่ง เสื้อผ้าของจินหายไปเกือบหมด เหลือไว้เพียงเสื้อยืดตัวโคร่งที่เจ้าตัวชอบใส่ทับชุดนอนเอาไว้ คีรินคว้ามันมาแนบอก หัวใจของอัลฟ่าหนุ่มที่เคยเย็นชาเหมือนน้ำแข็งบัดนี้กลับบีบรัดจนเจ็บร้าว หมาบ้าที่เคยคิดว่าตัวเองอยู่เหนือเกมความสัมพันธ์มาโดยตลอด ในนาทีนี้กลับสำนึกได้ว่า เขานั่นแหละที่พ่ายแพ้ให้กับความปากเสียของตัวเองอย่างราบคาบ
“จิน... อย่าให้ฉันจับตัวได้นะ”
คำขู่ที่เคยใช้กดดันอีกฝ่ายกลายเป็นเพียงคำเพ้อพร่ำที่ไร้น้ำหนัก เขาคว้ากุญแจรถเตรียมจะพุ่งออกไป แต่แล้วเสียงแจ้งเตือนจากแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานก็ดังขัดจังหวะขึ้นมา คีรินชะงักฝีเท้า ก่อนจะเดินกลับมาดูด้วยหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะกลอง
หน้าจอแสดงอีเมลฉบับหนึ่งที่ถูกส่งมาจากบัญชีนิรนาม เนื้อหาข้างในไม่ใช่คำบอกลา แต่เป็นรูปภาพที่ทำเอาดวงตาของคีรินแดงก่ำ มันคือภาพของจินที่กำลังถูกกักขังอยู่ในห้องโทรมๆ แห่งหนึ่ง โดยมีรินรดายืนแสยะยิ้มถือแก้วไวน์อยู่ข้างๆ
“แกทำแบบนี้กับเขาไม่ได้!”
เขาสบถก้องก่อนจะคว้าปืนพกคู่ใจที่ซ่อนไว้ในลิ้นชักลับออกมายัดใส่เอวสอบ แววตาของคีรินในตอนนี้เปลี่ยนไปจากนักธุรกิจหนุ่มผู้เยือกเย็น กลายเป็นสัตว์ป่าที่กำลังจะฉีกกระชากทุกอย่างที่ขวางหน้าเพื่อทวงคืน ‘ของรัก’ ของเขา
รถสปอร์ตคันหรูพุ่งทะยานออกจากที่จอดรถด้วยความเร็วเกินพิกัด คีรินเหยียบคันเร่งมิดพร้อมกับกดโทรออกหาใครบางคนที่เขาสัญญาไว้ว่าจะไม่ติดต่ออีก แต่ในเวลานี้ ศักดิ์ศรีไม่มีค่าเท่ากับชีวิตของคนตัวเล็กที่เขากำลังจะสูญเสียไป
“ตามหาพิกัดของรินรดาให้เร็วที่สุด! ถ้าจินเป็นอะไรไปแม้แต่เส้นผมเดียว... ฉันจะเผาทุกอย่างที่แกสร้างมาให้วอดวาย!”
เสียงตะคอกผ่านสายโทรศัพท์จบลง คีรินพยายามตั้งสติ พยายามนึกถึงทุกคำพูดที่เขาเคยพลั้งปากด่าทอจินเพียงเพราะทิฐิ คำพูดที่เคยคิดว่ามันจะทำให้อีกฝ่ายยอมสยบ กลับกลายเป็นสิ่งที่เขาเสียดายที่สุดในชีวิต หากเขาสามารถย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะไม่มีวันปล่อยให้จินเดินออกจากห้องนี้ไปเพียงลำพัง
เขาขับรถมาถึงโกดังร้างเก่าแก่แถบชานเมืองตามพิกัดที่แกะรอยมาได้ คีรินก้าวลงจากรถด้วยท่าทีสงบนิ่งทว่าแฝงไปด้วยรัศมีสังหาร เขาพังประตูเหล็กบานใหญ่ที่ปิดล็อคอยู่จนมันกระเด็นหลุดออกมา เสียงโครมครามดังสนั่นไปทั่วบริเวณ
“รินรดา! ออกมา!”
ภายในห้องมืดมิดมีเพียงแสงไฟสลัวจากมุมห้อง รินรดานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ส่วนจินถูกมัดไว้กับเสาเหล็กกลางห้อง ใบหน้าหวานซีกหนึ่งมีรอยช้ำจางๆ แต่ดวงตาคู่สวยนั้นยังคงฉายแววดื้อรั้นไม่ยอมก้มหัวให้ใครแม้ในวินาทีที่วิกฤตที่สุด
“ช้ากว่าที่คิดนะคีริน... นึกว่าคุณจะตัดใจจากเด็กนี่ไปแต่งงานกับฉันตามกำหนดการเสียอีก” รินรดายิ้มเยาะพลางหยิบมีดพับเล่มเล็กขึ้นมากรีดนิ้วตัวเองเล่น
คีรินไม่ได้สนใจผู้หญิงตรงหน้า สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่จินที่กำลังสบตาเขาผ่านม่านน้ำตาที่เจ้าตัวพยายามกลั้นเอาไว้
“คี... อย่า...” เสียงของจินแหบพร่าแต่ยังคงมีความแข็งกร้าว “อย่าก้มหัวให้ผู้หญิงคนนี้เพื่อฉัน”
“หุบปากซะจิน” คีรินคำรามเสียงต่ำ ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไม่เกรงกลัว “รินรดา ปล่อยเขา แล้วฉันจะไว้ชีวิตเธอ”
“ไว้ชีวิต? ฮ่าๆๆ! คีริน คุณรักมันมากขนาดนี้เชียวเหรอ?” รินรดาหัวเราะลั่นก่อนจะเปลี่ยนเป็นสายตาอำมหิต เธอตวัดมีดไปจ่อที่ลำคอระหงของจินจนเลือดซิบออกมา “ถ้าอย่างนั้น ก็ลองเลือกดูนะ ว่าระหว่างธุรกิจหมื่นล้านของคุณ กับชีวิตของโอเมก้าชั้นต่ำคนนี้... คุณจะทิ้งอะไร!”
คีรินชะงักกึก เลือดในกายเดือดพล่าน เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน มืออีกข้างค่อยๆ เอื้อมไปที่ปืนข้างเอวอย่างใจเย็นท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะหยุดหายใจ
“รินรดา... นั่นแหละคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตเธอ”
คีรินเหยียดยิ้มเย็นชา ดวงตาของเขาสะท้อนภาพของจินที่กำลังพยายามสะบัดเชือกออกด้วยความรวดเร็ว จังหวะที่รินรดาเผลอเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อจะกดรีโมทระเบิดในมือ คีรินก็ชักปืนออกมาและลั่นไกเข้าที่ข้อมือของเธออย่างแม่นยำจนมีดร่วงหล่นลงพื้น
ปัง!
เสียงปืนสนั่นหวั่นไหว จินใช้จังหวะนี้กระแทกตัวเข้าใส่รินรดาจนล้มลง ก่อนที่คีรินจะวิ่งเข้าไปรวบตัวโอเมก้าของเขาไว้ในอ้อมกอดแน่นราวกับจะหลอมรวมเขาให้เป็นหนึ่งเดียว
ทว่า... ในจังหวะที่คีรินกำลังจะโอบอุ้มจินออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มใหญ่ก็ดังกระหึ่มขึ้นจากรอบทิศทาง พร้อมกับเสียงปลดล็อคไกปืนนับสิบกระบอกที่เล็งตรงมายังพวกเขาจากทางหน้าต่างชั้นบน
รินรดาที่นอนกุมมือเลือดโชกบนพื้น กลับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง “แกคิดว่าฉันมาคนเดียวเหรอคีริน... ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่แกไม่มีวันเดินออกไปได้!”
กระต่ายพระจันทร์ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นนี้ไปพร้อมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
พันธะร้ายรุกฆาตหัวใจเฮีย•ตอนที่ 32
หมาโบ้เริ่มสำนึก
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรุกฆาตหัวใจเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!