พันธะร้ายรุกฆาตหัวใจเฮีย•ตอนที่ 33

ตามล่าหาหัวใจ

ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ที่ลอยอวลอยู่ในอากาศผสมผสานกับกลิ่นฟีโรโมนกลิ่นสนป่าของอัลฟ่าที่กำลังเดือดดาลจนแทบคลั่ง ทำให้บรรยากาศในโกดังร้างย่านชานเมืองเวลานี้เหมือนตกอยู่ในนรกโลกันตร์ คีรินยืนมองคราบเลือดบนพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบที่รินรดาเพิ่งทิ้งรอยยิ้มเย้ยหยันไว้เมื่อไม่กี่นาาทีก่อน นัยน์ตาคมกริบสีนิลฉายแววอำมหิตจนน่ากลัว สัญชาตญาณดิบของอัลฟ่าสายเลือดบริสุทธิ์กำลังกรีดร้องสั่งให้เขาพลิกแผ่นดินตามล่าตัว ‘จิน’ กลับมาให้ได้ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะซ่อนตัวอยู่ที่ไหน หรือใครหน้าไหนกล้าขวางทาง มันต้องชดใช้ด้วยชีวิต "ติดต่อทีมสืบสวนภาคสนามหรือยัง!" เสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำจนแทบเป็นคำรามหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักที่เม้มแน่นเป็นเส้นตรง คีรินหันไปตวาดลูกน้องคนสนิทที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในจุดเกิดเหตุ "เรียบร้อยแล้วครับ... เอ๊ย! ค่ะคุณคีริน!" ลูกน้องหนุ่มเผลอหลุดปากผิดพลาดเพราะความลนลานจนเกือบโดนสายตาดุราวกับใบมีดโกนของเจ้านายเฉือนเอาให้ "ฉันให้เวลาพวกแกอีกสิบนาที ถ้ายังหาไม่เจอว่าสัญญาณโทรศัพท์มือถือครั้งสุดท้ายของจินอยู่ที่ไหน เตรียมตัวไปเก็บกระเป๋าออกจากบริษัทได้เลย!" หัวใจของคีรินกระหน่ำรัวด้วยความหวาดกลัวที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อนตลอดชีวิตการเป็นนักธุรกิจผู้กุมอำนาจเหนือใคร ภาพของโอเมก้าตัวแสบที่ชอบทำท่าทางอวดดีใส่เขา ปากเก่งแต่ซ่อนความเปราะบางไว้ข้างใน วิ่งวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า จินเป็นคนดื้อรั้น เป็นยัยตัวร้ายที่ชอบต่อปากต่อคำกับเขา แต่ในยามนี้ ความดื้อรั้นนั้นกลับกลายเป็นสิ่งที่เขากลัวที่สุด กลัวว่าจินจะได้รับอันตราย กลัวว่ารisรดาจะทำร้ายคนของเขา... คนที่เขาเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่ามีอิทธิพลต่อหัวใจของเขามากแค่ไหน รถสปอร์ตคันหรูพุ่งทะยานออกไปจากโกดังร้างด้วยความเร็วสูงราวกับพายุหมุน คีรินเหยียบคันเร่งมิดไมล์โดยไม่สนใจกฎจราจรใด ๆ ทั้งสิ้น ในหัวมีเพียงพิกัดจุดอับสัญญาณที่ทีมงานเพิ่งส่งเข้ามา ทว่าลางสังหรณ์บางอย่างกลับบอกเขาว่า ทุกอย่างมันง่ายเกินไป... รินรดาไม่ใช่คนที่จะทิ้งเบาะแสให้ตามหาได้ง่าย ๆ แบบนี้ นี่มันคือเกม เกมที่หล่อนจงใจต้อนเขาให้เดินเข้าไปติดกับดัก "นายอย่าเป็นอะไรไปเด็ดขาดนะจิน..." คีรินพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย มือหนาที่กำพวงมาลัยแน่นจนข้อต่อปูดโปーン ในขณะเดียวกัน ทางด้านของจิน โอเมก้าหนุ่มที่ถูกมัดมือไพล่หลังไว้กับเก้าอี้ไม้เก่า ๆ ในห้องใต้ดินที่อับชื้น กำลังลืมตาตื่นขึ้นมาจากฤทธิ์ยาสลบ ความปวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วต้นคอและข้อต่อจากการถูกกระชากลากถู รสฝาดเฝื่อนของเลือดในปากทำให้เขาต้องขยับกรามเพื่อขับไล่ความมึนงง "ตื่นแล้วเหรอคะคนสวย..." เสียงหวานแหลมที่แฝงไปด้วยความริษยาและจิตวิปริตดังขึ้นจากมุมมืด รินรดาก้าวเท้าเข้ามาใกล้พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบในชุดเดรสหรูที่เริ่มมีรอยเปื้อนฝุ่น "น่าเสียดายนะจิน ที่แกดันฉลาดน้อยกว่าที่ฉันคิด คิดเหรอว่าผู้ชายอย่างคีรินเขาจะรักแกจริง ๆ เขาก็แค่เล่นสนุกกับโอเมก้าชั้นต่ำอย่างแกแก้เบื่อเท่านั้นแหละ" จินเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้หญิงตรงหน้า แม้ร่างกายจะอ่อนแรงและถูกพันธนาการไว้ แต่แววตาคู่สวยกลับไม่มีความหวาดกลัวเลยสักนิด มีเพียงรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากที่ถูกส่งกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าเขาเห็นฉันเป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อ... แล้วทำไมคุณถึงต้องดิ้นรนเอาชนะฉันถึงขนาดนี้ด้วยล่ะครับคุณรินรดา" เสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันสวนกลับทันควัน "หรือว่า... กลัวว่าต่อให้ฉันจะเป็นโอเมก้าชั้นต่ำในสายตาคุณ แต่เขาก็ไม่เคยชายตาแลผู้หญิงที่วิ่งตามตื๊ออย่างคุณเลยแม้แต่นิดเดียว?" เพี๊ยะ! ใบหน้าหวานสะบัดไปตามแรงตบที่ฟาดลงมาอย่างเต็มรัก รินรดาสอบหน้าเข้าหาด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "ปากดีนักนะ! รอดูก็แล้วกันว่าถ้าคีรินมาเห็นสภาพแกตอนนี้ เขายังจะอยากแตะต้องแกอีกไหม!" "ต่อให้สภาพฉันจะเละแค่ไหน... เขาก็ไม่มีวันชายตามองคนจิตใจคับแคบอย่างคุณหรอกครับ" จินแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ แม้เลือดจะซึมที่มุมปาก แต่ความอวดดีในสายตาไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย ทันใดนั้น เสียงเบรกเอี๊ยดอ๊าดสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอกก็ดังแทรกเข้ามา ตามมาด้วยเสียงพังประตูเหล็กเสียงดังโครมครามราวกับแผ่นดินไหว แรงกดดันจากฟีโรโมนกลิ่นสนป่าเข้มข้นที่แผ่พุ่งเข้ามาปกคลุมทั่วบริเวณ ทำให้บรรยากาศในห้องใต้ดินลดอุณหภูมิลดฮวบทันที รินรดาหน้าถอดสี หันขวับไปมองที่ประตูด้วยความตื่นตระหนก "เป็นไปไม่ได้... เขามันมาเร็วกว่ากำหนดได้ยังไง!" ประตูห้องใต้ดินถูกถีบจนพังกระเด็นเข้ามากระแทกผนังเสียงดังสนั่น คีรินก้าวเข้ามาในห้องด้วยสภาพที่น่ากลัวราวกับยมบาลที่เพิ่งหลุดออกมาจากขุมนรก นัยน์ตาสีิลกวาดตามองรอบห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของจินที่ถูกมัดอยู่บนเก้าอี้ ทันทีที่เห็นรอยเลือดที่มุมปากและรอยแดงบนแก้มเนียน ความโกรธแค้นก็พุ่งทะยานจนสติแทบขาดผึ่ง "รินรดา!" เสียงคำรามต่ำเล็ดลอดไรฟันของอัลฟ่าหนุ่มทำเอาผู้หญิงตรงหน้าถึงกับเข่าอ่อน "คี... คีริน คุณมาคนเดียวเหรอคะเนี่ย ดีเลย มาดูซิว่าคนรักของคุณมัน..." รินรดายังพูดไม่ทันจบประโยค คีรินก็พุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้อของหล่อนแล้วเหวี่ยงกระเด็นไปกระแทกชั้นวางของจนข้าวของพังระเนระนาดโดยไม่สนใจมารยาททางสังคมใด ๆ ทั้งสิ้น เขารีบก้าวเข้าไปหาจินแล้วใช้มือหนาแกะเชือกที่มัดอยู่อย่างรวดเร็วด้วยความร้อนรน "นายเจ็บตรงไหนไหมจิน..." คีรินประคองใบหน้าหวานขึ้นมาสำรวจด้วยความสั่นเทาที่เขาปิดไม่มิด น้ำเสียงที่เคยดุดันและเย่อหยิ่งบัดนี้เจือไปด้วยความหวาดกลัวอย่างชัดเจน จินเงยหน้าสบตากับคนปากร้ายที่ตอนนี้แววตากลับไหวระริกด้วยความเป็นห่วงเป็นใย หัวใจที่เคยแข็งกระด้างกระตุกวูบอย่างแรง โอเมก้าหนุ่มเม้มปากแน่นก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาคีรินต้องชะงัก "นึกว่าจะมาไม่ทันเก็บศพซะแล้ว... คนปากแข็ง" คีรินถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนจะดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แน่นฝังใบหน้าลงกับลาดไหล่เนียน สูดดมกลิ่นหอมหวานที่ผสมปนเปกับกลิ่นเลือดจาง ๆ เพื่อยืนยันว่าคนตรงหน้าปลอดภัยแล้วจริง ๆ แต่ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะผ่อนคลายความตึงเครียดนั้นเอง เสียงหัวเราะเยือกเย็นของรินรดาที่ลุกขึ้นมาจากซากข้าวของก็ดังแทรกขึ้นมา "คิดว่ารอดแล้วเหรอ... หhึ ดูข้างหลังคุณสิ คีริน!" คีรินชะงักกึก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่จ่ออยู่บริเวณแผ่นหลังของเขาเอง ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบที่กดแนบสนิทลงบนเสื้อสูทเนื้อดี พร้อมกับเสียงกระซิบกระเส่าจากบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะโผล่มาในเวลานี้ดังขึ้นข้างหู "เกมยังไม่จบหรอกครับคุณคีริน... ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของจริง" --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นแรงไปกับความคลั่งรักของเฮียคีรินและน้องจินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรุกฆาตหัวใจเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%