หน้าจอภาพวงจรปิดความคมชัดสูงสะท้อนภาพร่างระหงของบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัว ณ เพนต์เฮาส์ส่วนตัวใจกลางเมืองยามวิกาล รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีขาวสะอาดตา เผยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งผ่านเลนส์กล้องตรงมายังพวกเขา แววตาของคู่หมั้นทางธุรกิจผู้เพียบพร้อมไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันคือสายตาสมเพชเจือความกระหายชัยชนะที่ชัดเจนเสียจนจินรู้สึกหนสันหลังวาบ
"เธอ... มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง"
จินพึมพำออกมาด้วยเสียงที่แห้งผาก เลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน ภาพลักษณ์ของโอเมก้าหัวขบถผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครพังทลายลงชั่วขณะ เมื่อตระหนักได้ว่าความปลอดภัยที่คีรินสร้างขึ้น ถูกเจาะทะลวงอย่างง่ายดายโดยผู้หญิงคนนี้
ทว่า ปฏิกิริยาของอัลฟ่าหนุ่มเจ้าของห้องกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง
คีรินไม่ได้มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวที่เคยเหนี่ยวไกปืนเตรียมพร้อม ค่อยๆ ลดระดับลงอย่างใจ
เย็น ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดระคนรำคาญใจ สัญชาตญาณดิบของอัลฟ่าระดับผู้นำพุ่งพล่าน ร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามายืนบังร่างโปร่งของจินไว้โดยอัตโนมัติ เป็นการปกป้องโดยสัญชาตญาณที่แม้แต่เจ้าตัวอาจจะไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ
"กล้ามากนะที่รุกรานพื้นที่ส่วนตัวของฉัน" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความเยียบเย็น คีรินกดอินเตอร์คอมด้วยมือข้างเดียว น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความต้อนรับโดยสิ้นเชิง "การรักษาความปลอดภัยของตึกนี้คงต้องถูกรื้อใหม่ทั้งหมด... ไล่ออกให้หมดตั้งแต่หัวหน้ายันพนักงานกะดึก ถ้ายังไม่อยากตกงานพรุ่งนี้เช้า"
ประโยคคำสั่งเด็ดขาดนั้นทำเอาหน้าจอวงจรปิดสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อรินรดากดออดซ้ำๆ เป็นจังหวะ ราวกับจงใจเยาะเย้ยอำนาจของเขา
"เปิดสิคะคีย์ หรือว่ากลัวว่าฉันจะเห็นความลับอะไรในนั้น..." เสียงหวานหยาดเยิ้มลอดผ่านลำโพงอินเตอร์คอมเข้ามา "เรื่องสำคัญระดับนี้... ถ้าไม่คุยกันวันนี้ เกรงว่าหุ้นบริษัทของคุณรินรดาคงร่วงกวาดล้างพอร์ตก่อนตลาดเปิดแน่ค่ะ"
จินเม้มริมฝีปากแน่น ความหวาดกลัวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัดระคนหงุดหงิด เขายื่นมือไปแตะแขนแกร่งของคีรินเบาๆ "ปล่อยให้เธอเข้ามา... ถ้าเราไม่เคลียร์ตอนนี้ ยัยนั่นก็ไม่ยอมเลิกราแน่ คุณก็รู้ว่าเธอเป็นคนประเภทไหน"
คีรินหันขวับมามองจินทันที ดวงตาคู่นั้นดุร้ายราวกับสัตว์ป่าที่ถูกขัดใจ "เธอมีสิทธิ์อะไรมาออกคำสั่งฉัน หื้ม?"
"นี่ไม่ใช่เวลามาเถียงเรื่องสิทธิ์นะคีริน!" จินสวนกลับเสียงแข็ง เริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาบ้างเมื่อเจอความดื้อดึงไม่เข้าเรื่องของอีกฝ่าย "เธอยืนอยู่หน้าห้องคุณแล้ว!"
"แล้วไง? กลัวเธอกล่าวหาว่าเราสองคนอยู่ด้วยกันสองต่อสองในยามวิกาลหรือไง ถึงได้รนรานขนาดนี้" คีรินเลิกคิ้วสูง น้ำเสียงเจือความประชดประชันอย่างปิดไม่มิด กลิ่นอายฟีโรโมนกลิ่นสนซีดาร์ปนความเครียดพวยพุ่งออกมาจากตัวอัลฟ่าหนุ่มจนอบอวลไปทั่วห้อง แสดงออกถึงความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนด้วยท่าทีปากร้าย
จินชะงักไปนิด หัวใจกระตุกวูบกับประโยคแทงใจดำนั้น "คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย!"
"ไม่ได้บ้า" คีรินก้าวเข้าประชิดตัวโอเมก้าหนุ่ม บังคับให้แผ่นหลังบางแนบชิดกับผนังห้องโดยมีร่างสูงใหญ่กักขังไว้ในวงแขน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ไหวระริก "หวงเนื้อหวงตัวจังนะจิน กับฉัน... อยู่กันสองต่อสองทำเป็นเก่ง แต่พอมีผู้หญิงคนอื่นมาเคาะประตูทำไมถึงทำหน้าเหมือนคนจะตายให้ได้ หรือกลัวว่าคู่หมั้นตัวจริงของฉันเขาจะเข้าใจผิดว่าเรา... ลึกซึ้งกันเกินเจ้านายกับลูกน้องไปแล้ว?"
"คุณมัน..." จินหายใจติดขัด ไม่ใช่เพราะแรงกดดันจากฟีโรโมนของอัลฟ่า แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายและคำพูดที่จี้ใจดำต่างหาก หน้าเนียนแดงก่ำขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ "ประสาท! ถอยไปนะ!"
"ไม่ถอย จนกว่าเธอจะตอบคำถามฉัน" คีรินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนจินต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอายที่ถูกแปลงเป็นความดื้อรั้น "หึงฉันเหรอ... ที่มีคู่หมั้นเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว ถึงได้ทำหน้าหงุดหงิดตั้งแต่ยัยนั่นโผล่มาบนจอภาพ"
"ใครหึงคุณ! อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยคีริน!" จินเถียงเสียงดังกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่พุ่งขึ้นมาถึงใบหู มือบางออกแรงผลักอกแกร่งเต็มแรง แต่มีหรือที่อัลฟ่าตัวโตจะสะท้าน เขากลับรวบเอวบางเข้าหาตัวแน่นขึ้น จนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นจังหวะของกันและกัน
ติ๊งหน่อง!
เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นอีกครั้ง ตัดจังหวะสงครามประสาทระหว่างคนทั้งคู่ รินรดาดูจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แน่นอน
คีรินถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างขัดใจ เขายอมผละร่างออกจากจินช้าๆ แต่สายตายังคงคาดโทษโอเมก้าปากเก่งไว้ไม่เสื่อมคลาย "รอดตัวไปนะจิน... เดี๋ยวเรามาเคลียร์เรื่อง 'ความสัมพันธ์' ของเราต่อแน่"
จินยกมือขึ้นลูบหน้าอกตัวเองเพื่อปรับจังหวะการหายใจ พยายามทำเป็นไม่สนใจสายตาเจ้าเล่ห์คู่นั้น ก่อนจะเดินตามหลังร่างสูงที่ก้าวฉับๆ ไปที่ประตูหน้าด้วยท่าทางดุดันราวกับพร้อมจะขย้ำใครก็ตามที่กล้าขัดใจเขาในคืนนี้
คีรินกดปลดล็อกประตูระบบดิจิตอล บานประตูหนาหนักค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นร่างของรินรดที่ยืนกอดอกรออยู่ด้วยรอยยิ้มเหนือกว่า
"มาช้านะคะคีย์ นึกว่ากำลังทำ 'กิจกรรม' สำคัญอะไรกันอยู่เสียอีก ถึงได้เปิดช้าขนา..."
"มีธุระอะไรก็พูดมา รินรดา" คีรินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเย็นเยียบไร้ไมตรีจิตโดยสิ้นเชิง ดวงตาสีเข้มดุจนักล่าจ้องมองคู่หมั้นสาวราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ "ถ้าไม่มีเรื่องคอขาดบาดตาย เธอก็ไม่มีสิทธิ์มาเหยียบที่นี่ในยามวิกาลแบบนี้"
รินรดาหุบยิ้มลงเล็กน้อยเมื่อเจอท่าทีแข็งกร้าวของชายหนุ่ม เธอกวาดสายตาผ่านไหล่กว้างของคีรินเข้าไปด้านใน และเมื่อเห็นจินยืนกอดอกใบหน้าบึ้งตึงอยู่ไม่ไกล รอยยิ้มเยาะเย้ยก็กลับมาประดับบนเรียวปากสวยอีกครั้ง
"แหม... ดูท่าทางฉันจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวจริงๆ สินะคะ" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะก้าวล้ำเข้ามาในเขตเพนต์เฮาส์โดยไม่ได้รับอนุญาต ชายกระโปรงสูทพลิ้วไหวตามจังหวะการเดิน เธอมองจินหัวจรดเท้าด้วยสายตาเหยียดหยาม "ไม่คิดเลยนะคะว่าคนระเบียบจัดอย่างคุณคีย์ จะลดตัวลงมาเลี้ยง 'แมวขบถ' ไว้แก้เหงาถึงบนห้อง แถมยังปล่อยให้มันปีนเกลียวจนลืมสถานะตัวเอง"
จินขยับตัวเตรียมจะสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบตามสไตล์ แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากจะได้อ้าออก คีรินก็ก้าวขยับมาขวางหน้าเขาไว้อีกครั้ง ร่างสูงแผ่รังสีคุกคามของอัลฟ่าระดับสูงออกมาอย่างไร้ความปรานี จนอุณหภูมิในห้องราวกับลดฮวบลงทันตาเห็น
"ระวังคำพูดของเธอไว้หน่อย รินรดา" คีรินกดเสียงต่ำ ลมหายใจพ่นออกมาด้วยความกรุ่นโกรธที่พุ่งถึงขีดสุด "จินไม่ใช่แมวของฉัน... และคนที่ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคนอื่น ก็คือเธอ!"
รินรดาหน้าเสียไปเล็กน้อยเมื่อโดนตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า แต่เธอก็ยังฝืนยิ้มแล้วหยิบแท็บเล็ตเครื่องหรูขึ้นมาเปิดเอกสารบางอย่าง "ฉันไม่ได้มาเพื่อทะเลาะเรื่องไร้สาระค่ะคีย์ แต่ฉันมาเพื่อเตือนคุณ... ในฐานะที่ชื่อของเราสองคนถูกผูกติดกันไว้ในประกาศิตของตระกูล"
เธอยื่นหน้าจอให้คีรินดู ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาคีรินขมวดคิ้วมุ่นทันที ส่วนจินที่แอบมองข้ามไหล่หนาไปถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
มันคือเอกสารลับโครงการร่วมทุนมูลค่าหมื่นล้าน... ที่ถูกเซ็นอนุมัติโอนย้ายไปยังบริษัทคู่แข่งตัวฉกาจ และลายเซ็นที่กำกับอยู่ท้ายกระดาษนั้น... เป็นชื่อของคีรินเอง!
"นี่มัน..." คีรินแค่นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบหันขวับกลับมามองจินที่ยืนอยู่ด้านหลังทันที
จินหน้าซีดเผือดลงในเสี้ยววินาที สมองตื้อตันจนพูดไม่ออกเมื่อตระหนักได้ว่า... เอกสารนี้ถูกเก็บไว้ในเซฟส่วนตัวที่ห้องทำงานของคีริน และมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้รหัสผ่าน!
รินรดายิ้มเยาะอย่างผู้กำชัยชนะ เธอหันไปมองจินด้วยสายตาร้ายกาจ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง
"ดูเหมือนว่า... 'แมวขบถ' ของคุณคนนี้ จะไม่ได้แค่ปีนเกลียวธรรมดาซะแล้วล่ะค่ะคีย์ แต่มันกำลังจะแว้งกัดคุณ... จนหมดตัวเลยต่างหาก"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและลุ้นไปกับความปากแข็งของเฮียคีรินด้วยกันนะคะ! ❤️
พันธะร้ายรุกฆาตหัวใจเฮีย•ตอนที่ 12
คนหน้าตายแอบขี้หึง
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรุกฆาตหัวใจเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!