“ถอยออกไป จิน”
เสียงทุ้มต่ำของคีรินกระด้างเย็นจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็งในวินาทีที่ร่างโปร่งของ ‘อดีตคนรัก’ ก้าวเข้ามาประชิดตัวจิน แสงไฟสปอร์ตไลท์ในงานเลี้ยงการกุศลดูจะสว่างจ้าเกินความจำเป็นจนทำให้ใบหน้าของจินซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตากลมโตสั่นระริกขณะมองภาพเบื้องหน้า ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาพิมพ์นิยมที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเจ้าของหัวใจจิน กำลังยืนยิ้มบางๆ อยู่ตรงนั้น... ในฐานะแขกคนสำคัญของคีริน
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ จิน”
คำทักทายนั้นราบเรียบ ทว่ามีดที่กรีดลงบนความรู้สึกของจินกลับลึกจนเลือดซิบ จินเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความรู้สึกที่ถูกกดทับเอาไว้เหมือนระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลัง เขาอยากจะหันหลังเดินหนีไปจากตรงนี้ แต่ทว่า... มือหนาของใครบางคนกลับคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเสียก่อน
“เฮียคี...”
“ฉันบอกให้ถอยไป” คีรินพูดซ้ำ น้ำเสียงนิ่งสนิททว่าแฝงไปด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านอยู่ใต้ผิวหนัง เขาไม่ได้ปรายตามองจินแม้แต่น้อย สายตาคมกริบของอัลฟ่าหนุ่มจ้องเขม็งไปที่ผู้มาใหม่ด้วยรังสีคุกคามที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งจนแขกเหรื่อคนอื่นต้องถอยกรูออกไปเป็นวงกว้าง
“คุณคีริน... ไม่เจอกันนาน ดูท่าทางคุณจะเปลี่ยนรสนิยมไปเยอะเลยนะครับ” ชายหนุ่มคนนั้นพูดยิ้มๆ พร้อมกับปรายตามองจินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง
“อย่ามาเสือกเรื่องของฉัน” คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนคนฟังขนลุกซู่ “แล้วก็นะ... ถ้ายังไม่อยากเสียชื่อเสียงในงานนี้ ก็ไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วซัดหน้าคุณตรงนี้”
“หึ อัลฟ่าใจร้อนเหมือนเดิมเลยนะครับ”
จินยืนนิ่ง ขาทั้งสองข้างเหมือนถูกแช่แข็ง เขาไม่คิดว่าโลกจะกลมถึงขนาดต้องมาเผชิญหน้ากับ ‘คนในอดีต’ ในวันที่ความสัมพันธ์ของเขากับคีรินกำลังจะไปได้สวย แรงบีบที่ต้นแขนจากมือของคีรินเริ่มหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ จนจินต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ แต่มันกลับเป็นความเจ็บที่ช่วยดึงสติให้เขารู้ว่า... อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว
“เฮีย... จินว่าเรากลับเถอะ” จินกระซิบเสียงแผ่ว พยายามสะบัดแขนออก แต่คีรินกลับกระชากร่างของเขาเข้าไปปะทะกับแผงอกแกร่งอย่างแรงจนจินเซถลาไปซบกับหน้าอกของอีกฝ่าย
คีรินกระชับอ้อมแขนรัดรอบเอวบางของจินไว้แน่น สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความหึงหวงที่รุนแรงจนน่าตกใจ เขาจ้องมองชายคนนั้นเหมือนอยากจะฉีกร่างออกเป็นชิ้นๆ
“กลับเหรอ? ยังหรอก” คีรินแค่นยิ้มที่มุมปาก มือหนาข้างที่ว่างลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของจินอย่างถือสิทธิ์ “จินเป็น ‘ของของฉัน’ และฉันไม่ชอบให้ใครหน้าไหนมาจ้องมองของของฉันด้วยสายตาต่ำๆ แบบนั้น”
“คีริน! คุณทำตัวเหมือนคนบ้า” รินรดาที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลเดินเข้ามาแทรกด้วยท่าทีร้อนรน เธอจ้องมองคีรินด้วยสายตาไม่พอใจ “นี่มันงานการกุศลนะ คุณจะมาอาละวาดเพราะแค่เรื่องคนเก่าของเด็กของคุณแบบนี้เหรอ?”
“หุบปากไป รินรดา” คีรินตวาดลั่นโดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง “เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับคุณ ถ้าไม่อยากให้อับอายไปมากกว่านี้ก็ถอยไป”
จินสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอายฟีโรโมนของอัลฟ่าที่รุนแรงของคีรินกำลังแผ่ซ่านออกมาเพื่อข่มขวัญคู่ต่อสู้ มันกดดันจนโอเมก้าในงานเริ่มหน้ามืด จินพยายามจะแทรกตัวออกมา แต่คีรินกลับกดจมูกลงกับซอกคอของเขาอย่างแรงท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อย
“เฮีย! ทำอะไร...” จินครางประท้วง หน้าแดงซ่านด้วยความอับอายและสับสน
“ทำเครื่องหมาย... ให้คนแถวนี้รู้ว่าใครมีเจ้าของแล้ว” คีรินกระซิบเสียงพร่าที่ข้างหู กลิ่นฟีโรโมนของเขาที่คลุกเคล้าอยู่กับตัวจินคือคำประกาศก้องว่าจินคือคนของใคร
ชายคนนั้นหน้าเปลี่ยนสีไปเล็กน้อย เขารู้ดีว่าคีรินเอาจริง เขาไม่ได้มาล้อเล่น และท่าทางที่แสดงความหึงหวงอย่างไม่แคร์สื่อของคีรินก็บอกชัดเจนว่า... หากเขายังดึงดันจะอยู่ต่อ คงไม่ใช่แค่ชื่อเสียงที่จะเสีย แต่คงเป็นชีวิตที่อาจจะไม่ปลอดภัย
“งั้นผมขอตัว... หวังว่าเราคงไม่ต้องเจอกันอีกนะ คีริน” ชายคนนั้นกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างหัวเสีย
เมื่อบรรยากาศตึงเครียดจางลง คีรินจึงคลายอ้อมกอดออกช้าๆ แต่ทว่าสายตาที่เขามองจินนั้นกลับไม่ได้นุ่มนวลขึ้นเลยแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยไฟหึงหวงที่ยังไม่มอดดับ
“ไปรอฉันที่รถ” คำสั่งนั้นเด็ดขาด
“แต่จิน...”
“จิน!” คีรินกัดฟันกรอด “อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ อย่าให้ฉันต้องลงโทษเธอตรงนี้”
จินเม้มปากแน่น เขาไม่ได้กลัวคำขู่ แต่เขากลัว... กลัวความรู้สึกของตัวเองที่มันสั่นคลอนไปหมด จินหันหลังเดินหนีออกมาจากห้องโถงใหญ่ด้วยหัวใจที่เต้นรัว แต่ทว่าในขณะที่เขากำลังจะก้าวพ้นประตูงานไปนั้น ร่างสูงของใครบางคนก็ขวางทางเขาไว้
“เดี๋ยวก่อนสิครับ” เสียงคุ้นเคยดังขึ้นเบื้องหลังจิน พร้อมกับมือที่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือ “ไม่ได้เจอกันนาน... แต่ดูเหมือนคีรินจะหวงเธอมากเกินไปนะ จิน”
จินหยุดชะงัก ร่างกายแข็งทื่อเมื่อสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากชายคนเดิมที่ควรจะเดินออกไปแล้ว
“ถ้าคุณยังคิดว่าคีรินเป็นเจ้าของเธอ... งั้นทำไมเขาถึงเก็บความลับเรื่อง ‘อุบัติเหตุในคืนนั้น’ ไว้เป็นความลับล่ะ?”
จินเบิกตากว้าง หันกลับไปมองคนพูดด้วยหัวใจที่ร่วงหล่นลงไปถึงตาตุ่ม “คุณ... คุณหมายความว่ายังไง?”
“อยากรู้ความจริงไหมล่ะ?” ชายคนนั้นโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูจิน พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูชั่วร้าย “ว่าจริงๆ แล้ว... คีรินไม่ได้รักเธอหรอก จิน... เขาแค่ ‘ชดใช้’ ให้สิ่งที่เขาก่อต่างหาก”
ค่ำคืนนี้ยาวนานเกินกว่าที่จินจะรับไหว และความจริงที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากของคีริน กำลังจะถูกกระชากออกมาให้เขารับรู้ด้วยตัวเองในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า!
กระต่ายพระจันทร์หวังว่ารี้ดที่รักจะร่วมเดินทางไปค้นหาความจริงที่แสนเจ็บปวดนี้พร้อมกับจินในตอนต่อไปนะคะ
พันธะร้ายรุกฆาตหัวใจเฮีย•ตอนที่ 28
หึงจนหน้ามืด
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรุกฆาตหัวใจเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!