แฟ้มเอกสารสีดำสนิทถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดัง *ปัง* แรงกระแทกนั้นมากพอจะทำให้กระดาษด้านในเลื่อนหลุดออกมาจากแฟ้มสะดุดสายตา
"นี่คือตัวเลขกำไรขาดทุนของโปรเจกต์รีสอร์ทฝั่งตะวันตกที่คุณทำส่งผมเมื่อวาน... จิน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาของคีรินลอยละลิ่วอยู่เหนือหัว ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีกรมท่าสั่งตัดพิเศษยืนค้ำโต๊ะทำงานของฉันด้วยท่าทีคุกคาม กลิ่นอายฟีโรโมนกลิ่นสนซีดาร์เข้มจัดผสมความดุดันของอัลฟ่าเลือดบริสุทธิ์แผ่ซ่านกดทับบรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวจนอากาศรอบตัวแทบจะเจือจางลงถนัดตา
ฉัน—จิน โอเมก้าที่ใครต่อมิใครต่างบอกว่าพยศนักหนา เงยหน้าขึ้นสบตากับผู้บริหารหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลด้วยแววตานิ่งสนิท ไม่มีความหวาดกลัวสะท้อนอยู่ในนั้นแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความท้าทายที่ถูกจุดขึ้นในอกอย่างเงียบๆ
"แล้วมันทำไมหรือคะท่านประธาน? ตัวเลขพวกนั้นผ่านการตรวจสอบจากแผนกบัญชีมาแล้วถึงสามรอบ" ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างจงใจยั่วโมโห "หรือว่าสายตาระดับนักธุรกิจหมื่นล้านอย่างคุณคีริน จะมองไม่เห็นว่ากำไรมันพุ่งขึ้นจากไตรมาสก่อนตั้งสิบหเปอร์เซ็นต์"
คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าคมคายดั่งรูปสลักโน้มต่ำลงมาจนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงคืบเดียว ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองสำรวจฉันตั้งแต่ปลายผมจรดปลายคางด้วยสายตาประเมินค่า ราวกับฉันเป็นเพียงสินค้าชิ้นหนึ่งในอาณาจักรธุรกิจของเขา
"สิบหเปอร์เซ็นต์ที่ว่า... มันแลกมาด้วยความสะשלุ่ยสะส่ายในเรื่องความปลอดภัยของคนงานใช่ไหม?" คีรินลากเสียงยาวอย่างเยือกเย็น นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ "คุณตัดงบส่วนประกันอุบัติเหตุออกไปสี่สิบล้าน เพื่อเอาตัวเลขกำไรสวยหรูมาตบตาผมอย่างนั้นสินะ... จิน"
ให้ตายสิ สายตากดดันและน้ำเสียงที่จงใจเน้นคำว่าชื่อฉันแบบนั้น มันทำให้หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างน่าหงุดหงิด แต่มีหรือที่คนอย่างฉันจะยอมก้มหัวให้ง่ายๆ
ฉันลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนส่วนสูงไล่เลี่ยกัน แม้จะเป็นโอเมก้าแต่ฉันก็ไม่เคยคิดจะยอมจำนนต่อความเผด็จการของอัลฟ่าหน้าหล่อคนนี้ ปลายจมูกของเราแทบจะชนกันอยู่แล้วในวินาทีที่ฉันโน้มตัวเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากเขา
"ฉันไม่ได้ตัดงบเพื่อความสะเพร่าค่ะคุณคีริน แต่ฉันมองเห็นช่องทางที่ประหยัดกว่าโดยที่มาตรฐานความปลอดภัยยังอยู่ครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์ต่างหาก หรือว่า... สมองระดับคุณคิดไม่ถึงว่ามันมีวิธีนี้อยู่?"
ดวงตาคมกริบของคีรินหรี่แคบลงทันที รังสีความโกรธกรุ่นพุ่งทะยานออกมาจากตัวเขาจนต่อมฟีโรโมนของฉันสั่นไหวตอบรับโดยอัตโนมัติ กลิ่นสนซีดาร์เข้มข้นโอบล้อมตัวฉันไว้ราวกับกรงขัง มือหนาเอื้อมมาบีบปลายคางฉันไว้แน่นพอประมาณ ไม่ได้เจ็บจนร้าวราน แต่หนักหน่วงพอที่จะทำให้ฉันต้องเชิดหน้าขึ้นรับสัมผัสนั้นเต็มๆ
"ปากดี..." คีรินกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงแหบพร่าและอันตราย "คนดื้อๆ แบบคุณนี่มันต้องโดนดุเสียให้เข็ด ถึงจะยอมจำนนต่อหน้าผม"
"ปล่อยค่ะ..." ฉันขยับปากพูดใต้ฝ่ามือที่กุมกรอบหน้าไว้ ดวงตาของเราสบกันนิ่งในระยะประชิด ความใกล้ชิดนี้ทำให้กลิ่นฟีโรโมนประจำตัวของอัลฟ่าตีรวนกับกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ของโอเมก้าจนเกิดปฏิกิริยาบางอย่างที่ร้อนรุ่มในอก ความโกรธและการปะทะคารมเริ่มเปลี่ยนเฉดสีกลายเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผาผิวเนื้อ
คีรินโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือริมฝีปากฉัน ปลายนิ้วโป้งของเขาไล้เบาๆ บนพวงแก้มอย่างถือวิสาสะ แววตาที่เคยมองมาด้วยความเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำที่อ่านไม่ออก ราวกับเขากำลังพยายามชั่งใจระหว่างการสั่งสอนพนักงานหัวดื้อ กับการทำตามสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่เรียกร้องให้ครอบครองคนตรงหน้า
แต่ทว่า...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อณุญาต รินรดาในชุดเดรสสีแดงเพลิงก้าวฉับๆ เข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาเฉี่ยวดุจสุนัขจิ้งจอกกวาดมองท่าทางส่อพิรุธของเราสองคนที่ยืนชิดติดกันบนโต๊ะทำงานด้วยความเกรี้ยวกราด
"คีรินคะ! ทำไมคุณถึงไม่รับสายริน..." รินรดาชะงักฝีปากลงเมื่อเห็นสายตาคมปลาบที่คีรินหันไปมองเธอนิ่งๆ พร้อมกับผละตัวออกจากฉันอย่างช้าๆ รอยยิ้มเยาะหยันฉายชัดบนใบหน้าของคู่หมั้นสาวทันทีที่เธอกวาดตามองเอกสารและสภาพยุ่งเหยิงของเรา "อุ๊ย... ดิฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญระหว่างท่านประธานกับเด็กฝึกงานคนนี้หรือเปล่าคะ?"
ฉันถอยหลังออกมายืนตั้งหลัก ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม แม้ว่าในอกจะยังรู้สึกกรุ่นๆ กับสัมผัสเมื่อครู่นี้ก็ตาม
คีรินถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกรำคาญ เขายืดตัวตรงเต็มความสูง ปัดเสื้อสูทให้เข้าที่ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับคู่หมั้นด้วยแววตาไร้อารมณ์เช่นเดิม "ถ้าคุณไม่มีธุระด่วนอะไร รินรดา เชิญออกไปรอข้างนอกก่อน ผมกำลังเคลียร์งานสำคัญกับคุณจินอยู่"
รินรดาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอด้วยความหมั่นไส้ เธอก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้นก่อนจะยื่นสมาร์ตโฟนหน้าจอเปิดค้างอยู่ให้คีรินดู พร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตาฉันด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ซ่อนพิษสงไว้เต็มเปี่ยม
"งานสำคัญหรือคะคีริน? แต่สิ่งที่รินกำลังจะให้คุณดูเนี่ย... มันคืองานชิ้นโบว์แดงที่เด็กปั้นของคุณเพิ่งทำพังจนหุ้นบริษัทกำลังจะร่วงกราวรูดต่างหากล่ะคะ!"
คำพูดนั้นทำให้คีรินชะงักไป ดวงตาคมกริบหันขวับกลับมามองฉันทันทีด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งใบมีดโกน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ฟินๆ ของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ!
พันธะร้ายรุกฆาตหัวใจเฮีย•ตอนที่ 3
คนดื้อต้องโดนดุ
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรุกฆาตหัวใจเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!