“การชดใช้เหรอครับ? คุณคีรินคงอยากให้ผมคุกเข่าลงไปกราบที่เท้า หรือไม่ก็เซ็นชื่อลงในเอกสารใบหย่าขาดจากความเป็นคนเพื่อให้คุณสบายใจสินะ?”
จินแค่นยิ้ม ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววดื้อรั้นบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยหยดน้ำใสที่คลอหน่วย เขาไม่ยอมให้มันร่วงหล่นลงมาเด็ดขาด มือบางที่กำแน่นอยู่ข้างลำตัวสั่นระริกด้วยความโกรธปนน้อยใจ ความเงียบในห้องทำงานหรูหราบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้ากลับดูน่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
คีรินยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็ง สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวของอัลฟ่าหนุ่มจ้องมองร่างโปร่งตรงหน้าอย่างพิจารณา หากแต่แววตานั้นกลับว่างเปล่าจนจินรู้สึกเหมือนถูกเฉือนหัวใจให้เป็นริ้วๆ
“ปากเก่งเหมือนเดิมนี่จิน... แต่เธอควรรู้ไว้ว่าในโลกของฉัน ไม่มีที่ว่างให้กับคนที่ไม่รู้จักคำว่า ‘ที่ยืนของตัวเอง’” คีรินเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนที่มีกลิ่นอายไม้สนจางๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของเขากดดันจนจินต้องถอยหลังไปชนกับบานประตู “เธอคิดว่าสิ่งที่เธอทำไปเมื่อคืน—การขัดขืนฉันต่อหน้าคนของรินรดา—มันทำให้สถานะของเธอในบ้านนี้ดีขึ้นงั้นเหรอ?”
“ผมไม่ได้อยากมีสถานะอะไรในบ้านหลังนั้นทั้งนั้น!” จินสวนกลับ เสียงสั่นพร่าแต่ยังคงความแข็งกร้าว “ถ้าคุณรังเกียจผมนัก ถ้าคุณคิดว่าผมเป็นแค่ของเล่นที่ไร้ค่าในสายตาคุณ ทำไมไม่ปล่อยผมไปเสียทีล่ะครับ? ทำไมต้องรั้งผมไว้ด้วยโซ่ตรวนที่เรียกว่า ‘พันธะ’ บ้าๆ นี่!”
คีรินหยุดกึก ระยะห่างระหว่างเขากับจินเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว อัลฟ่าหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกโด่งแทบจะสัมผัสกับแก้มเนียนของอีกฝ่าย แต่แทนที่จะได้รับความอ่อนโยน สิ่งที่จินได้รับกลับเป็นถ้อยคำที่บาดลึกราวกับคมมีด
“ปล่อยเธอไป? อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลยจิน เธอเป็นแค่โอเมก้าที่ฉัน ‘ซื้อ’ มาด้วยอำนาจและเงินตรา วันที่ฉันเบื่อ... วันที่ของเล่นชิ้นนี้ไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว ฉันจะเป็นคนเขี่ยเธอทิ้งด้วยตัวเอง ไม่ใช่เพราะเธอมาขอร้องฉันแบบนี้”
คำพูดนั้นเหมือนดั่งน้ำแข็งที่ราดลงบนกองไฟในใจจิน ทุกอย่างที่เขาเคยพยายามสร้างขึ้นมา ความผูกพันที่แม้จะเป็นความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยว แต่เขาก็เผลอใจให้คนตรงหน้าไปจนหมดสิ้น พังทลายลงในพริบตา
จินเงยหน้าขึ้นสบตากับคนใจร้าย พยายามเค้นยิ้มที่เจ็บปวดที่สุดเท่าที่จะทำได้ “งั้นก็ดีครับ... งั้นก็เริ่มเลยสิ คีริน”
เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคีริน พยายามค้นหาเศษเสี้ยวของความรักหรือความห่วงใยที่เขาเคยสัมผัสได้ในค่ำคืนก่อนหน้า แต่มันไม่มีเลย... มีเพียงความเย็นชาที่ทำร้ายเขาจนลึกถึงกระดูกดำ
“ในเมื่อคุณไม่เคยคิดที่จะให้ค่าในตัวผม... แม้แต่คำขอโทษสักคำจากปากคุณ ผมก็ไม่เคยได้รับ...” จินเว้นจังหวะ เสียงสะอื้นถูกกลืนหายไปในลำคอ “ในเมื่อคุณมองผมเป็นแค่ของเล่นที่ไร้จิตใจ... งั้นต่อจากนี้ไป เราก็ต่างคนต่างอยู่เถอะครับ”
จินผลักอกแกร่งของคีรินออกแรงๆ ก่อนจะหันหลังไปคว้าที่จับประตู แต่ทว่าข้อมือบางกลับถูกกระชากกลับมาอย่างแรง แรงดึงนั้นทำให้จินเสียหลักจนร่างเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของอัลฟ่าหนุ่มอีกครั้ง คีรินกักขังเขาไว้ระหว่างแขนทั้งสองข้าง กลิ่นฟีโรโมนข่มขวัญถูกปล่อยออกมาอย่างหนักหน่วงจนจินแทบจะทรุดเข่าลงพื้น
“ใครอนุญาตให้เธอเดินหนี? ฉันยังพูดไม่จบ จิน” คีรินกระซิบเสียงต่ำข้างใบหู ความเย็นชาในแววตาถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธที่ยากจะอธิบาย “รินรดาเธอกำลังจะมาที่นี่ เธอควรเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเป็น ‘ตุ๊กตา’ ที่เชื่องเชื่อที่สุด ถ้าไม่อยากให้ฉันต้องใช้วิธีที่แย่กว่านี้จัดการกับเธอ”
“คุณมันใจร้าย... คุณมันคนเห็นแก่ตัวที่สุด!” จินตะโกนใส่หน้าชายหนุ่ม หยดน้ำตาร่วงหล่นลงมาอย่างห้ามไม่อยู่
ในจังหวะที่คีรินกำลังจะโต้ตอบด้วยวาจาเชือดเฉือน เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นอย่างจังหวะกระชั้นชิด ตามด้วยการปรากฏตัวของรินรดาที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่ง ราวกับผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าในทุกสถานการณ์
“อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะอะไรที่สำคัญอยู่หรือเปล่านะคะ คีริน?” รินรดาเลิกคิ้วขึ้น สายตามองจินที่อยู่ในอ้อมกอดของคีรินด้วยความเหยียดหยาม “แต่น่าเสียดายนะคะที่แขกคนสำคัญของคีรินมาถึงแล้ว... และดูเหมือนว่าข่าวลือเรื่องที่ ‘โอเมก้าคนนี้’ ไม่ค่อยจะเชื่องเท่าไหร่ จะเป็นเรื่องจริงเสียด้วยสิคะ”
คีรินผลักตัวจินออกอย่างไม่ใยดี ท่าทีที่เปลี่ยนจาก ‘คนกักขัง’ กลายเป็น ‘นักธุรกิจผู้สุขุม’ ในชั่วพริบตาเดียว เขาจัดสูทให้เข้าที่พลางปรายตามองจินด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก
“จิน... ไปรอที่ห้องทำงานข้างใน อย่าออกมาจนกว่าฉันจะเรียก” คีรินสั่งเสียงเรียบ “แล้วอย่าลืมขัดเกลาตัวเองใหม่ให้ดี เพราะเย็นนี้เธอต้องไปงานเลี้ยงกับฉันในฐานะ ‘คนของฉัน’ ที่สมบูรณ์แบบที่สุด”
จินยืนตัวแข็งทื่อ มองคีรินที่หันไปควงแขนรินรดาอย่างสนิทสนม ภาพนั้นบาดตาจนเขารู้สึกเหมือนหัวใจถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ความเจ็บปวดที่ได้รับในวันนี้ มันมากเกินกว่าที่เขาจะแบกรับไว้ได้อีกต่อไป
ในขณะที่จินกำลังจะหันหลังเดินเข้าห้องพักข้างใน เสียงโทรศัพท์ของคีรินก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว ก่อนที่ใบหน้าคมเข้มนั้นจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สีหน้าของความมั่นใจหายวับไป เหลือเพียงความซีดเผือดที่จินไม่เคยเห็นมาก่อน
“หมายความว่ายังไง... ที่บอกว่าคุณแม่ประสบอุบัติเหตุ!”
คีรินทิ้งแก้วไวน์ในมือจนแตกกระจายเต็มพื้น บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความกดดันเป็นความตึงเครียดจนน่าสะพรึงกลัว จินที่กำลังจะก้าวขาพ้นประตูหยุดชะงัก ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน
“จิน... อยู่ตรงนั้น!” คีรินหันมาตะคอกเสียงดัง ก่อนจะคว้ากุญแจรถแล้วรีบก้าวเท้าออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองรินรดาหรือแม้แต่จะชายตามองเขาด้วยซ้ำ จินยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางเศษแก้วที่กระจัดกระจาย แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์ของคีรินที่ลืมทิ้งไว้บนโต๊ะสว่างวาบขึ้น ข้อความสุดท้ายที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาลมหายใจของจินแทบขาดห้วง
*‘อย่าเชื่อใจคนที่อยู่ข้างกายคุณ... คนที่ทำให้เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้น คือคนที่คุณไว้ใจที่สุด’*
จินมองข้อความนั้นสลับกับประตูห้องที่ปิดลง ท่ามกลางความเงียบงัน เขาก็รับรู้ได้ถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านไปทั่วกระดูกสันหลัง... เกมนี้มันลึกซึ้งและอันตรายกว่าที่เขาคิดไว้มากนัก
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเอาใจช่วยจินมาถึงตอนนี้นะคะ กระต่ายพระจันทร์สัญญาว่าจะพาไปพบกับความเข้มข้นในตอนหน้าแน่นอนค่ะ!
พันธะร้ายรุกฆาตหัวใจเฮีย•ตอนที่ 30
คำขอโทษที่ไม่เคยได้ยิน
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรุกฆาตหัวใจเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!