สูตรขนมอบกับคนหลังเขา ผู้จัดการร้านสาวเจ้าแม่การค้าตะลุยต่างโลก•ตอนที่ 2

นายทหารไร้บ้านกับสาวเมืองกรุง

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
"ถ้าพวกเจ้ายังกล้าส่งเสียงโวยวายหน้าร้านข้าอีกครึ่งคำ ข้าจะเอาแป้งสาลีเกรดพรีเมียมราคาห่อละร้อยตำลึงนี้สาดใส่หน้าพวกเจ้าให้ดู!" เสียงตวาดกร้าวของหลินฟานดังทะลุบานประตูไม้เก่าๆ ออกไปปะทะกับร่างท้วมของแม่เลี้ยงจอมเขี้ยวและบริวารที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่กลางลานดิน ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน เหตุการณ์ความโกลาหลหน้าหมู่บ้านยังไม่ทันสงบดี พ่อค้าจากเมืองหลวงที่ล้มฟุบพร้อมกล่องไม้ปริศนาก็ถูกหามเข้ามาพักฟื้นในห้องโถงเล็กหลังร้าน ส่วนเจ้าปัญหาตัวจริงอย่างแม่เลี้ยงและญาติฝ่ายอดีตสามีผู้ล่วงลับ ก็แห่แหนกันมาเคาะประตูบ้านหมายจะรีดไถเงินค่า "ภาษีคุ้มครอง" ตามอำเภอใจเหมือนเช่นเคยในอดีต พวกมันคิดว่าหญิงสาวตัวคนเดียวอย่างนางคงจะอกสั่นขวัญแขวนและยอมจำนนเช่นเคย แต่, นั่นมันคือความคิดของหลินฟานคนเก่าค่ะ! ร่างเพรียวบางในชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านก้าวออกมาเผชิญหน้า มือเรียวยกขึ้นกอดอก สายตาคมกริบกวาดมองญาติผู้พี่และแม่เลี้ยงด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ต่อหน้าคนพวกนี้ นางไม่จำเป็นต้องไว้หน้าใครทั้งสิ้น ในเมื่อโลกใบนี้กฎหมายอ่อนแอ สิ่งที่ใช้ต่อรองได้ดีที่สุดคือ "ความเด็ดเดี่ยว" และ "ความร่ำรวย" ที่กำลังจะงอกเงยขึ้นจากสองมือของนางเอง "หลินฟาน! นังเด็กอกตัญญู! เจ้ากล้าขู่ข้าอย่างนั้นหรือ? ปีกกล้าขาแข็งนักนะ ตั้งแต่มาเปิดร้านขายขนมบ้าๆ นี่ เจ้าไม่เคยส่งส่วยให้ตระกูลเราเลยสักแปะเดียว!" แม่เลี้ยงจอมเขี้ยวแผดเสียงแหลมสูง ใบหน้าอูมสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยว นิ้วอวบอ้วนชี้หน้าหลินฟานอย่างลืมตัว "ส่วย? ท่านเอาสิทธิ์อะไรมาเรียกเก็บ?" หลินฟานก้าวเท้าเข้าหาอีกฝ่ายทีละน้อย แรงกดดันจากวิญญาณนักธุรกิจสาวผู้ผ่านสมรภูมิการเจรจาธุรกิจร้อยล้านแผ่ซ่านออกมาจนแม่เลี้ยงต้องผงะถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "สัญญาแบ่งแยกครอบครัวก็ทำกันต่อหน้าผู้ใหญ่บ้าน หรือท่านความจำเสื่อมจนจำไม่ได้ว่าขับไล่ข้าออกมาตัวเปล่าพร้อมหนี้สิน? ถ้าท่านยังไม่เลิกราวี ระวังตัวไว้เถอะค่ะ... ข้าจะฟ้องร้องข้อหาบุกรุกและกรรโชกทรัพย์ ถึงตอนนั้น ต่อให้ท่านมีเส้นสายแค่ไหนในเมืองหลวง ก็คงต้องไปนอนซังเตกินข้าวแดงร่วมกับพวกโจรป่าแน่!" คำขู่ที่มาพร้อมกับแววตาดุดันราวกับพยัคฆ์สาว ทำให้พวกบ่าวไพร่ที่ติดตามมาถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือดึงชายเสื้อแม่เลี้ยงเป็นการเตือนสติ บรรยากาศรอบตัวเงียบกริบลงทัน้อากาศยามบ่ายที่ควรจะอบอุ่นกลับเยียบเย็นด้วยรัศมีอำนาจที่หลินฟานจงใจปลดปล่อยออกมา ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นจากด้านหลัง "เกิดอะไรขึ้นที่นี่?" น้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และราบเรียบราวกับผืนน้ำนิ่งสนิทแต่แฝงไว้ด้วยพลังกดดันมหาศาลดังขึ้น หลินฟานชะงักไปเล็กน้อย นางหันกลับไปมองผู้มาใหม่—ธันวา นายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ชาวบ้านต่างลือกันว่าปลีกวิเวกมาใช้ชีวิตเงียบสงบอยู่หลังเขา วันนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อผ้าเนื้อหยาบสีเข้มที่มอมแมมไปด้วยฝุ่นดินและคราบปูน เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบไว้ลวกๆ ใบหน้าคมคายมีรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกวาดมองกลุ่มคนหน้าเลือดของตระกูลหลินด้วยความเย็นชาเพียงแวบเดียว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของหญิงสาว "ไม่มีอะไรค่ะ... แค่หมาบ้าแถวนี้มันหลุดเข้ามาเห่าเรี่ยราด ข้ากำลังจะไล่มันกลับบ้านเก่าอยู่พอดี" หลินฟานปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ให้ชายหนุ่ม แม่เลี้ยงเมื่อเห็นชายรูปร่างกำยำน่าเกรงขามโผล่มา ก็หน้าซีดเผือด รีบสะบัดหน้าหนีแล้วพาบริวารวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงหายลับไปจากแนวรั้วอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่กลับคืนสู่บ้านพัก ธันวาไม่ได้เอ่ยปากถามไล่เลียงเรื่องราวให้มากความ เขากวาดสายตามองสภาพตัวบ้านที่ทรุดโทรมและหลังคารั่วซึมที่ต้องได้รับการซ่อมแซมเร่งด่วน ก่อนจะเอ่ยสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "หลังคาเจ้าใกล้พังแล้ว หน้าฝนกำลังจะมา... ข้าเอาเครื่องมือมาช่วยซ่อม" พูดจบ ชายหนุ่มก็ไม่รอให้หลินฟานได้ทันตอบรับ เขาก้าวเท้าเดินเลี่ยงไปหยิบบันไดไม้ไผ่พาดเข้ากับชายคาด้านทิศตะวันตกทันที ท่าทางคล่องแคล่วและเด็ดเดี่ยวไร้ซึ่งความลังเลนั้น ทำให้หลินฟานถึงกับกะพริบตาปริบๆ นี่น่ะหรือ... นายทหารไร้บ้านที่ชาวบ้านร่ำลือกัน? ดูท่าทางแล้ว เขาน่าจะเป็นช่างสารพัดประโยชน์ที่พึ่งพาได้เสียมากกว่า! หลินฟานยืนมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่ปีนขึ้นไปจัดการกับกระเบื้องหลังคาอย่างเงียบเชียบ เม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผมและกล้ามเนื้อแผ่นหลังที่ไหวตามจังหวะการทำงาน ภายใต้ความเงียบขรึมและท่าทีปากหนักนั้น กลับมีความใส่ใจและพึ่งพาได้อบอวลอยู่รอบตัวอย่างประหลาด สำหรับนางที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนในต่างโลกเพียงลำพัง การมีใครสักคนก้าวเข้ามาช่วยซ่อมแซมบ้านในวันที่พายุฝนกำลังจะตั้งเค้า คือความอบอุ่นเล็กๆ ที่ไม่ได้สัมผัสมานานเท่าไหร่แล้วนะ "นี่ค่ะ... ดื่มน้ำสมุนไพรแก้กระหายก่อนเถอะค่ะ" หลินฟานรินน้ำชาดอกไม้หอมกรุ่นใส่ถ้วยดินเผา แล้วถือขึ้นไปส่งให้เขาบนนั่งร้านชั่วคราว ธันวารับถ้วยชามาถือไว้ ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับดาบและถือเครื่องมือสัมผัสโดนปลายนิยมของหญิงสาวแผ่วเบา ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มช้อนขึ้นสบตากับนาง ประกายความไหววูบในแววตาคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าหวานละมุนของนางชัดเจน ก่อนที่เขาจะรีบยกถ้วยขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแล้วส่งคืนให้โดยไม่เอ่ยคำใด ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยท่ามกลางแสงแดดยามบ่าย แต่ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงนั้น... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงทุบประตูด้านล่างดังขึ้นอีกครั้งอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของเด็กชายประจำหมู่บ้านที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามา "พี่หลินฟาน! พี่ธันวา! แย่แล้ว! พ่อค้าจากเมืองหลวงคนที่นอนสติเลอะเลือนเมื่อครู่... ตอนนี้เขาฟื้นขึ้นมาแล้ว! แต่... แต่เขากำลังคลุ้มคลั่ง พลิกกล่องไม้ปริศนาออก จนกลิ่นหอมประหลาดที่ชวนน้ำลายสอ... ไม่สิ กลิ่นหอมประหลาดที่เหมือนระเบิดเวทมนตร์กำลังพุ่งทะลักตลบอบอวลไปทั่วทั้งหุบเขาแล้ว!" หลินฟานเบิกตากว้างทันที นางรีบวางถ้วยชาในมือลง กลิ่นหอมประหลาดจากกล่องไม้ของพ่อค้าเมืองหลวงคนนั้น... มันไม่ใช่กลิ่นธรรมดา แต่มันคือกลิ่นของ "วัตถุดิบต้องห้าม" จากมิติลับที่นางจำได้แม่นยำ! และก่อนที่นางจะได้ก้าวเท้าลงจากบันไดเพื่อไปดูเหตุการณ์ ธันวาก็กระโดดลงมาจากหลังคาด้วยความเร็วสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาขวางหน้าingปกป้องนางไว้โดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกิโล่งจ้องมองไปยังทิศทางของห้องโถง พร้อมกับกลิ่นหอมหวานเย้ายวนที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง... ประตูห้องโถงถูกกระชากเปิดออกเผยให้เห็นร่างของชายปริศนาในชุดคลุมหรูหราที่ยืนยิ้มแย้มอย่างสติหลุด พร้อมกับวัตถุบางอย่างในมือที่กำลังส่งเสียงซู่ซ่าและเปล่งประกายแสงสีทองสะท้อนความมืดมิดยามเย็น! ขอบคุณที่ติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรขนมอบกับคนหลังเขา ผู้จัดการร้านสาวเจ้าแม่การค้าตะลุยต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%