"บ้านหลังนี้สร้างขึ้นบนที่ดินมรดกของตระกูลเรา! ในเมื่อนังตัวดีอย่างแกกล้าดีอย่างไรมาซุกหัวนอนอยู่กับผู้ชายต่ำต้อยโดยไม่ยอมส่งส่วยบรรณาการมาให้แม่เลี้ยงคนนี้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป... ค่าเช่าบ้านย้อนหลังสามเดือน ค่าบำรุงรักษา และค่าทำขวัญที่แกอกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ รวมทั้งหมดแปดสิบเหรียญทองแดง! จ่ายมาเดี๋ยวนี้!"
เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของ "แม่เลี้ยงจอมเขี้ยว" หรือนางฮูหยินรองผู้ไม่เคยทำประโยชน์อะไรให้ตระกูล นอกจากคอยรีดไถ หล่นกระแทกกระทั้นลงกลางลานหน้าบ้านไม้หลังน้อยอย่างไม่เกรงใจชาวบ้านที่เริ่มเดินผ่านไปมา
หลินฟานวางถาดอบขนมปังในมือลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง *ปัง!* ความหอมกรุ่นของเนสดสดและแป้งหมักยีสต์ธรรมชาติที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ ลอยฟุ้งกลบกลิ่นไอโคลนฝนยามสายในทันที ดวงตากลมโตคู่คมฉายแววเยียบเย็น เธอไม่ได้สะดุ้งสะเทือนหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม หญิงสาวกลับคลายยิ้มมุมปากอย่างเหนือชั้น สัญชาตญาณนักธุรกิจสาวมือฉกาจผู้ผ่านการเคี่ยวกรำในโลกทุนนิยมอันโหดร้ายกำลังตื่นตัวเต็มที่
"ค่าเช่าบ้าน? ที่ดินมรดก?" หลินฟานทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังพอที่จะทำให้แม่เลี้ยงจอมเขี้ยวชะงักไปชั่วขณะ "ท่านแม่เลี้ยงเจ้าคะ ความจำของท่านคงเสื่อมถอยไปตามอายุขัยเสียแล้วกระมัง สัญญาตัดขาดความสัมพันธ์และสละสิทธิ์ในกองมรดกที่ท่านบังคับให้ฉันเซ็นด้วยรอยนิ้วมือเปื้อนหมึกแดงเมื่อครึ่งปีก่อน ฉันยังเก็บรักษาไว้ในกล่องไม้สนอย่างดี หรืออยากให้ฉันถือมันไปประกาศให้คนทั้งหมู่บ้านฟังที่ลานกลางหมู่บ้านดีล่ะคะ ว่าฮูหยินผู้สูงศักดิ์อย่างท่านกำลังกลืนน้ำลายตัวเองเพื่อมาขอทานเงินจากลูกเลี้ยงที่ถูกขับไลไสส่ง?"
ใบหน้าอวบอูมของแม่เลี้ยงจอมเขี้ยวบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด นางตบโต๊ะไม้ข้างตัวเสียงดังสนั่น "นังเด็กเนรคุณ! แกกล้าอ้างเอกสารปลอมนั่นหรอ! ต่อให้แกจะมีใบนั้น แต่ที่ดินหลังนี้ก็ยังตั้งอยู่บนผืนแผ่นดินของตระกูลเรา ถ้าไม่อยากให้ฉันแจ้งทางการมาลากคอพวกแกข้อหาบุกรุกและทำตัวเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อย ก็แค่วางเงินแปดสิบเหรียญทองแดงลงตรงนี้ซะ!"
บรรยากาศรอบบ้านเริ่มตึงเครียด ชาวบ้านบางคนที่มามุงดูเริ่มกระซิบกระซาบกันด้วยความเห็นใจหลินฟาน ใครๆ ในละแวกนี้ต่างรู้ดีว่าแม่เลี้ยงคนนี้หน้าเลือดและรังแกสองพี่น้องมานานแค่ไหนแล้ว โดยเฉพาะหลังจากหลินฟานแต่งงานกับธันวา อดีตนายทหารหนุ่มผู้เงียบขรึมและมีฝีมือล่าสัตว์เป็นเลิศ ชีวิตของทั้งคู่เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นขนมปังหอมกรุ่นที่ลอยไปถึงปากซอยทุกเช้ากลายเป็นสิ่งที่คนอิจฉา และนั่นคือชนวนเหตุที่ทำให้แม่เลี้ยงจอมเขี้ยวทนอยู่เฉยไม่ได้
ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังจะปะทุ ธันวาซึ่งเพิ่งเดินกลับมาจากแปลงผักด้านหลังพร้อมกับถังไม้ใส่ผักสดและสมุนไพรป่า ก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างภรรยาและผู้เป็นแม่เลี้ยง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าเนื้อหยาบแต่สะอาดสะอ้านแผ่รังสีคุกคามอันเยือกเย็นออกมาโดยธรรมชาติ สมัยที่ยังอยู่ในกองทัพ เขาคือทหารหาญผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน แม้จะปลดประจำการมาทำไร่ไถนา แต่สัญชาตญาณนักล่าไม่เคยจางหาย
ธันวาไม่ได้ตะโกนโวยวาย เขาเพียงแค่ปรายตามองแม่เลี้ยงจอมเขี้ยวด้วยสายตานิ่งสนิท ราวกับกำลังมองสุนัขตัวหนึ่งที่กำลังเห่าใส่ความว่างเปล่า
"ที่ดินตรงนี้ ทางการออกโฉนดให้ผมอย่างถูกต้องตามกฎหมายเมื่อเดือนก่อน" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอื้อนเอ่ยขึ้น ชวนให้ผู้ฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ "หากท่านคิดว่ามีสิทธิ์เหนือผืนแผ่นดินนี้ เชิญไปฟ้องร้องที่ศาลอำเภอได้เลยครับ... แต่ถ้าท่านยังกล้ามาส่งเสียงโวยวายรบกวนเวลาทำมาหากินของภรรยาผมอีกแม้แต่ครั้งเดียว ผมคงต้องใช้สิทธิ์ในการปกป้องทรัพย์สินส่วนตัวตามกฎหมายทหาร"
แม่เลี้ยงจอมเขี้ยวหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบราวกับใบมีดของธันวา นางถอยหลังกรูดไปสองก้าวด้วยความหวาดกลัว ขาสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ แต่ความโลภยังคงคอยครอบงำจิตใจ นางกัดฟันกรอด ชี้หน้าคาดโทษด้วยความเจ็บใจ
"ฝากไว้ก่อนเถอะนะ! นังตัวดี กับไอ้ใบ้หน้าเลือด! อย่าคิดว่าพวกแกจะมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นได้นานนัก!"
พูดจบนางก็สะบัดหน้าหนีและวิ่งหนีหายไปจากบริเวณนั้นอย่างไม่คิดชีวิต ท่ามกลางเสียงหัวเราะเบาๆ ของชาวบ้านที่สะใจกับภาพที่เห็น
หลินฟานถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับสามี รอยยิ้มอ่อนโยนและอบอุ่นระบายขึ้นบนใบหน้าสวย นางยื่นมือไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาซับเหงื่อบนหน้าผากให้เขาอย่างเป็นธรรมชาติ
"ขอบคุณนะคะที่มาทันเวลาพอดี" หลินฟานเอ่ยเสียงหวาน ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ "แต่ธันวาคะ... คุณคิดจริงๆ หรือว่ายายแม่เลี้ยงคนนั้นจะยอมแพ้แค่นี้?"
ธันวารับผ้าขนหนูมาถือไว้ สายตาอ่อนลงเมื่อมองใบหน้าของภรรยา "ต่อให้มันพาคนมาทั้งตระกูล ผมก็จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องคุณ หรือแย่งชิงความสุขที่เราสร้างร่วมกันเด็ดขาด"
หลินฟานหัวเราะคิกคัก นางเอื้อมมือไปหยิบขนมปังบริยอช (Brioche) อบเนยสดรสชาติละมุนลิ้นที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ ยื่นจ่อริมฝีปากของสามี "ปากหวานแบบนี้ ต้องให้รางวัลด้วยขนมสูตรพิเศษเสียหน่อยแล้วค่ะ"
กลิ่นหอมหวนของเนยและนมสดกระจายฟุ้งไปทั่วบริเวณ ชวนให้ผู้ที่ได้กลิ่นรู้สึกเคลิบเคลิ้มจนลืมความวุ่นวายเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น หลินฟานแอบซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้ในดวงตา ในมิติลับของเธอยังมีแป้งสาลีชั้นดีและวัตถุดิบทำขนมราคาแพงอีกเพียบ ถ้าหากแม่เลี้ยงคิดจะเล่นสกปรก นางก็พร้อมจะใช้กลยุทธ์ทางธุรกิจและการตลาดตบหน้าคนพวกนั้นให้ล่มจมในพริบตาเช่นกัน
ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะหันกลับเข้าไปจัดการกับวัตถุดิบในบ้านเพื่อเตรียมทำเค้กล็อตใหญ่สำหรับส่งขายในตลาดเมืองพรุ่งนี้ เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างกะทันหันสามครั้ง เป็นจังหวะที่แปลกประหลาดและไม่คุ้นเคย
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
หลินฟานขมวดคิ้วเล็กน้อย ธันวายกมือห้ามภรรยาเบาๆ ก่อนจะเดินไปแง้มประตูไม้เปิดออกอย่างระมัดระวัง
ร่างของบุรุษผู้สวมชุดคลุมสีเข้มปกปิดใบหน้ามิดชิดยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู ในมือของเขาถือถุงหนังเก่าๆ ที่ส่งกลิ่นอายประหลาด และทันทีที่เขาเปิดปากพูด หลินฟานก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"แม่นางหลิน... ข้าได้รับคำสั่งให้นำ 'สิ่งนี้' มาส่งให้ท่าน ตามสัญญาที่ท่านเคยทำไว้เมื่อชาติภพก่อน..."
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความอร่อยและความแซ่บของหลินฟานนะคะ
สูตรขนมอบกับคนหลังเขา ผู้จัดการร้านสาวเจ้าแม่การค้าตะลุยต่างโลก•ตอนที่ 5
ญาติผู้น่ารังเกียจมาเยี่ยมเยียน
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรขนมอบกับคนหลังเขา ผู้จัดการร้านสาวเจ้าแม่การค้าตะลุยต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!