สูตรขนมอบกับคนหลังเขา ผู้จัดการร้านสาวเจ้าแม่การค้าตะลุยต่างโลก•ตอนที่ 4

ยอดขายวันแรกที่น่าตะลึง

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
"ถ้าพวกเจ้ายังกล้าเอาขนมปังขึ้นรามาวางเทียบกับร้านข้าอีก กลิ่นเหม็นหืนนั่นคงไล่ลูกค้าไปหมดค่อนตลาดแน่ค่ะ!" เสียงใสทว่าทรงพลังกังวานขึ้นท่ามกลางความจอแจของตลาดสดประจำเมืองชายแดน หลินฟานยืนกอดอก ใบหน้าประดับรอยยิ้มการค้าที่ฉาบความเยียบเย็นไว้เบื้องหลัง ดวงตากลมโตเป็นประกายเฉียบคมกวาดมองสองแม่ลูกตระกูลเดิมที่กำลังหน้าซีดเผือดด้วยความอับอาย แม่เลี้ยงจอมเขี้ยวอ้าปากพะงาบๆ คล้ายปลาขาดน้ำ เมื่อเห็นแผงขายของของตนถูกฝูงชนเมินหน้าหนี ขณะที่แผงไม้สนขัดมันของหลินฟานกลับถูกล้อมรอบไปด้วยผู้คนหนาแน่นจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศลอดผ่าน กลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้ผสมผสานกับความหวานละมุนของคาราเมลและแป้งสาลีอบสดใหม่ ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วรัศมีร้อยเมตร เรียกว่าต่อให้คนตาบอดก็ยังต้องเดินตามกลิ่นนี้มาอย่างแน่นอนค่ะ ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน ตอนที่ธันวาช่วยยกตะกร้าไม้สานใบใหญ่วางลงบนแผง ชายหนุ่มยังมีความกังวลฉายชัดในแววตาคู่คม เขามองขนมปังชิ้นกลมโตสีทองอร่ามและมัฟฟินหน้าแตกฟูฟ่องด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด "ฟานฟาน... เจ้ามั่นใจนะว่าของพวกนี้จะขายได้? มันไม่ใช่เนื้อสัตว์หรือธัญพืช คนแถบนี้ไม่เคยรู้จักเบเกอรี่มาก่อน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างลังเล มือหนายกขึ้นเกบท้ายทอยเบาๆ ยามที่ภรรยาคนสวยส่งผ้ากันเปื้อนสีสะอาดมาผูกให้ หลินฟานหัวسเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยความมั่นใจระดับนักบริหารมืออาชีพ "พี่ธันวาคะ มนุษย์เราอาจไม่ต้องการความหรูหรา แต่ไม่มีใครต้านทานความหอมหวานและความแปลกใหม่ได้หรอกค่ะ โดยเฉพาะเมื่อมันทำมาจากวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมในมิติของฉัน... รอดูเถอะค่ะ วันนี้เราจะทำให้กระเป๋าเงินตุงจนปิดไม่ลงเลยทีเดียว!" และคำพูดนั้นก็ไม่ใช่การคุยโวเกินจริงแม้แต่น้อย ทันทีที่ป้ายไม้สลักตัวอักษรวิจิตร 'เบเกอรี่บ้านไร่หลินฟาน' ถูกกางออก พร้อมกับการตัดเค้กชิ้นแรกแจกจ่ายให้ชิมฟรี ความโกลาหลระดับย่อมๆ ก็บังเกิด! "โอ้! แม่เจ้า... นี่มันคืออะไรกันเนี่ย ทำไมมันถึงได้นุ่มละมุนลิ้นขนาดนี้! ละลายในปากราวกับก้อนเมฆเลย!" ลูกค้าคนแรกอุทานเสียงดังลั่น ดวง เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนเกือบทำชิ้นขนมหลุดมือ "แล้วกลิ่นหอมนี่ล่ะ มันหอมเนยเตะจมูกเสียจริง ข้าไม่เคยลิ้มรสชาติแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต!" หญิงวัยกลางคนอีกคนรีบควักเหรียญทองแดงออกจากถุงผ้าด้วยความเร่งรีบ กลัวว่าสินค้าตรงหน้าจะหมดเสียก่อน "เอาไอ้ก้อนกลมๆ สีน้ำตาลนี่สามชิ้น! แล้วก็เจ้าก้อนสีเหลืองฟูๆ นั่นอีกสองชิ้น เร็วเข้า อย่าเพิ่งขายให้คนอื่นนะ!" ความอลหม่านแห่งการแย่งชิงเริ่มต้นขึ้นในพริบตาเดียว หลินฟานเคลื่อนไหวร่างกายอย่างคล่องแคล่ว มือเรียวหยิบจับสินค้าใส่ห่อกระดาษอย่างรวดเร็วเป็นระบบ ราวกับเธอยังคงยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ร้านกาแฟแฟรนไชส์ชื่อดังในโลกเก่า ไม่มีความลนลาน มีแต่รอยยิ้มการค้าที่เปี่ยมเสน่ห์และการพูดจาเอาใจใส่ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกพิเศษ ทุกคำพูดและการกระทำถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำเพื่อสร้างความภักดีต่อแบรนด์ระยะยาว "ขอบพระคุณมากค่ะ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะ รับรองว่าจะมีเมนูใหม่ๆ มาให้ลิ้มลองอีกแน่นอนค่ะ" เธอยื่นห่อขนมให้เด็กน้อยหน้ามอมแมบคนหนึ่ง พร้อมกับแถมคุกกี้ชิ้นเล็กๆ ให้เป็นพิเศษ ส่งผลให้เด็กน้อยยิ้มแก้มปริและมารดาของเขากล่าวชมไม่ขาดปาก ในขณะเดียวกัน ธันวาที่ทำหน้าที่เป็นดั่งโล่มนุษย์คอยกันฝูงชนที่เบียดเสียดกันเข้ามา และคอยช่วยทอนเงินอย่างซื่อสัตย์ ก็ทำหน้าที่ได้อย่างไร้ที่ติ แม้ใบหน้าคมเข้มจะยังคงเรียบตึงตามวิสัยอดีตทหาร แต่ดวงตาที่คอยเหลือบมองภรรยาด้วยความชื่นชมและห่วงใยนั้นเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด ชายหนุ่มคอยขยับตัวบังมุมอับไม่ให้เบียดเสียดโดนตัวหลินฟาน และคอยส่งสายตาดุใส่พวกอันธพาลที่ทำท่าทางจะเข้ามาฉวยโอกาส จนพวกมันต้องถอยกรูดไปตามๆ กัน เวลาผ่านไปเพียงไม่ถึงสามชั่วโมง ตะกร้าไม้ใบใหญ่ที่บรรจุเบเกอรี่นับร้อยชิ้นจนแน่นขนัด กลับว่างเปล่าสนิทไม่เหลือแม้แต่เศษผงแป้ง! เหรียญทองแดงและเหรียญเงินนับไม่ถ้วนถูกเทกองลงบนโต๊ะไม้ในเวลาต่อมา เสียงกระทบกันของโลหะดังกรุ๊งกริ๊งกังวาน เป็นดั่งบทเพลงแห่งความสำเร็จที่ไพเราะที่สุดในยามนี้ แม่เลี้ยงจอมเขี้ยวที่ยืนมองอยู่ไกลๆ ถึงกับกัดผ้าเช็ดหน้าจนขาดวิ่นด้วยความเจ็บใจและริษยา เม็ดเงินจำนวนนั้น... มากกว่ารายได้จากการขายพืชผลของบ้านนางทั้งเดือนเสียอีก! หลินฟานปาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผมเบาๆ ก่อนจะกวาดสายตามองกองเงินตรงหน้าด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เธอนับเงินในใจอย่างรวดเร็ว รายได้วันนี้หักต้นทุนแล้ว กำไรที่ได้มากเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึงสามเท่าตัว! "เห็นไหมคะพี่ธันวา ฉันบอกแล้วว่าเราจะรวย" หลินฟานหันไปยิ้มกว้างให้สามี ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ ธันวายื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดซับเหงื่อให้ภรรยาอย่างอ่อนโยน มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "เจ้าเก่งที่สุด... ฟานฟาน ต่อไปนี้ ข้าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาดูถูกเจ้าได้อีก" บรรยากาศความสุขอบอวลอยู่รอบตัวคนทั้งสอง ทว่า ในวินาทีที่หลินฟานกำลังจะเก็บเหรียญสุดท้ายใส่ถุงผ้า เสียงฝีเท้าหนักแน่นและสวมเกราะเหล็กกระทบพื้นก็ดังขึ้นใกล้แผงค้าของพวกเขา เงาร่างสูงใหญ่ของชายในชุดเครื่องแบบทหารยศสูงคนหนึ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับกลิ่นอายคาวเลือดและอำนาจที่แผ่ซ่านออกมาอย่างกดดัน ชายผู้นั้นป้องปากไอเบาๆ ก่อนจะดึงผ้าคลุมหน้าออกเผยให้เห็นใบหน้าที่มีแผลเป็นลากยาวผ่านดวงตาคมกริบ "เจ้าใช่ไหม... แม่ค้าผู้ทำขนมที่ส่งกลิ่นยั่วยวนไปทั่วค่ายทหารเมื่อครู่?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว "ท่านแม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพพิทักษ์ชายแดน มีคำสั่งให้เชิญตัวเจ้าไปทำขนมชนิดนี้ให้ที่ค่ายพักส่วนตัวทันที โดยไม่สนว่าเจ้าจะสะดวกหรือไม่!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างความมั่งคั่งและอบอุ่นหัวใจไปกับหลินฟานและธันวานะคะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรขนมอบกับคนหลังเขา ผู้จัดการร้านสาวเจ้าแม่การค้าตะลุยต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%