ยอดเชฟหญิงแห่งทุ่งหญ้าหนาว กับนายทหารหนุ่มผู้คลั่งรักชาอุ่น•ตอนที่ 10

โล่ป้องกันมนุษย์ล่ำสัน

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"ถ้าพวกท่านยังกล้าพูดจาพล่อยๆ ใส่ร้ายภรรยาของผมอีกแม้แต่คำเดียว ผมคงต้องเชิญไปตกลงกันที่กองร้อยทหารชายแดนสักรอบแล้วล่ะครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นท่ามกลางลานตากลางหมู่บ้านที่กำลังอื้ออึงไปด้วยเสียงนินทา ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วพริบตา ราวกับมีใครเอาสำליกมาอุดปากทุกคนไว้ หลี่ต้าเฉียงที่กำลังยืนเท้าสะเอวพ่นน้ำลายใส่ร้ายหลี่เหมยหลิงด้วยเรื่องชู้สาวและทรัพย์สินที่ได้มาอย่างไม่โปร่งใส ถึงกับสะดุ้งสุดตัวเมื่อเงาbadanสูงใหญ่ของนายทหารหนุ่มทาบทับลงมา สวีจิ้นก้าวเข้ามายืนขนาบข้างหญิงสาวอย่างมั่นคง ไหล่กว้างและแผ่นหลังที่ตรงแน่วราวกับแนวสนในเขตหนาวแปรเปลี่ยนเป็นโล่กำบังอันแข็งแกร่ง เขาสวมเสื้อทหารสีเขียวเข้มที่รีดเรียบร้อย กลิ่นอายความเข้มงวดและเด็ดขาดแผ่ออกมาจากตัวจนคนพาลอย่างหลี่ต้าเฉียงหน้าซีดเผือด ถอยหลังกรูดไปสามก้าวโดยไม่รู้ตัว เหมยหลิงเหลือบมองแผ่นหลังหนาที่ยืนหยัดปกป้องเธออย่างไม่ลังเล หัวใจที่ปกติแข็งกระด้างและต้องต่อสู้ด้วยตัวเองมาตลอด กลับไหววูบอย่างประหลาด กลิ่นจางๆ ของใบชาอุ่นที่ติดตัวเขาผสมกับกลิ่นอายแดดจัดของทุ่งหญ้า ลอยมาแตะจมูกให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก "ผู้กองสวี... ท่าน... ท่านอย่าไปหลงกลยัยเด็กนี่เชียวนะครับ!" หลี่ต้าเฉียงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พยายามรวบรวมความกล้าพูดเสียงสั่น "นังนี่มันหัวแข็ง ไม่เคารพผู้ใหญ่ แถมยังมีเงินทองแปลกปลอมมาจากไหนไม่รู้... ชาวบ้านเขาเห็นผู้ชายแปลกหน้าเข้าออกบ้านมันบ่อยๆ ท่านเป็นทหารของรัฐ จะมาปกป้องคนทำตัวน่าสงสัยแบบนี้ไม่ได้นะครับ!" "ผู้ชายแปลกหน้าที่ท่านว่า หมายถึงผมกระมังครับ?" สวีจิ้นหันขวับ สายตาคมกริบดั่งใบมีดบาดลึกเข้าที่ดวงตาของหลี่ต้าเฉียง จนอีกฝ่ายต้องหลบสายตาด้วยความหวาดกลัว "ทุกครั้งที่ผมมาที่นี่ ผมมาในฐานะตัวแทนของกองร้อยเพื่อมารับซื้อผักและใบชาป่าคุณภาพสูงจากคุณหลี่ รวมถึงมาช่วยซ่อมแซมประตูเล้าหมูและตักน้ำให้ตามหน้าที่ของทหารประจำเขต หากท่านมีข้อสงสัยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผมกับคุณหลี่ รบกวนไปยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการที่กองร้อยได้เลยครับ ผมยินดีอธิบายให้ผู้บังคับบัญชาฟังทุกรายละเอียด... แต่ถ้ายังเที่ยวปล่อยข่าวลือเสียหายปั้นน้ำเป็นตัวในที่สาธารณะแบบนี้อีก ผมคงต้องใช้สิทธิ์ตามกฎหมายข้อหาหมิ่นประมาทและสร้างความวุ่นวายในชุมชน" คำพูดของสวีจิ้นทรงพลังและเฉียบขาด ไม่มีช่องว่างให้เถียงแม้แต่น้อย ป้าซุนที่ยืนแอบดูอยู่หลังพุ่มไม้ถึงกับแอบยกนิ้วโป้งให้ พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบของชาวบ้านรอบข้างที่เริ่มเปลี่ยนทิศทาง หันมามองหลี่ต้าเฉียงด้วยสายตาสสมน้ำหน้าและจับผิด เหมยหลิงก้าวออกมาข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์และเยือกเย็น เธอปัดเศษฝุ่นบนเสื้อผ้าเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่ทุกคนได้ยินชัดเจน "ท่านลุงต้าเฉียง ท่านร้อนรนเรื่องเงินทองของฉันเสียจริงนะเจ้าคะ... หรือว่าเงินกู้ที่ท่านไปค้ำประกันไว้กับบ่อนเถื่อนทางเหนือเริ่มทวงถามแล้ว ถึงได้มาวุ่นวายกับทรัพย์สินที่ฉันหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของตัวเองแบบนี้?" เพล้ง! ราวกับมีกระจกแตกในใจของหลี่ต้าเฉียง หน้าตาของเขาซีดเผือดลงจนกลายเป็นสีเขียวคล้ำเมื่อความลับที่พยายามปิดบังถูกขุดคุ้ยขึ้นมากลางวงล้อมชาวบ้าน "น... นังเด็กบ้า! แกพูดจาเหลวไหลอะไร!" หลี่ต้าเฉียงแว้ดขึ้นมาด้วยความตกใจกลัวจนเสียงหลง "ฉันจะเหลวไหลหรือไม่ ท่านรู้แก่ใจดีที่สุดค่ะ" เหมยหลิงยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับหนתาวเหน็บถึงขั้วหัวใจ "เอาล่ะ ในเมื่อผู้กองสวีก็ยืนยันความบริสุทธิ์ให้ฉันแล้ว และพวกท่านก็ไม่มีหลักฐานอะไรนอกจากลมปาก หากใครยังกล้ามาเหยียบหน้าบ้านฉันเพื่อหาเรื่องอีก อย่าหาว่าฉันไม่เตือนเรื่อง 'ยาขับพิษ' ที่ฉันเพิ่งทดลองปรุงขึ้นมาใหม่เลยนะเจ้าคะ รับรองว่าดื่มแล้วจะปากสั่นพูดไม่ออกไปสามวันสามคืนทีเดียว!" คำขู่ปนขำขันแต่แฝงความน่ากลัวทำให้ชาวบ้านพากันถอยกรูด เพราะต่างรู้กิตติศัพท์เรื่องความสามารถในการปรุงสมุนไพรและทำอาหารแปลกๆ ของแม่นางหลี่คนนี้ดี หลี่ต้าเฉียงพ่นลมหายใจฮึดฮัดด้วยความแค้นเคือง แต่เมื่อเห็นสายตานิ่งสนิทแต่เต็มไปด้วยไอสังหารของสวีจิ้นที่จ้องมองมา เขาก็ทำได้เพียงสะบัดแขนเสื้อแล้วตะโกนด่าทอไล่หลัง ก่อนจะพรรคพวกถอยหนีหายไปจากลานบ้านอย่างน่าสมเพช บรรยากาศรอบตัวกลับคืนสู่ความสงบ สวีจิ้นหันกลับมามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนจนแทบหยดน้ำ "คุณ... ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?" สวีจิ้นเอ่ยถามเสียงเบา มือหนาเผลอยื่นออกไปทำท่าจะแตะไหล่เธอเพื่อปลอบโยน แต่แล้วก็ชะงักค้างกลางอากาศด้วยความเก้อเขิน รีบชักมือกลับมาไขว้หลังไว้ทันที ใบหูหนาขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด เหมยหลิงลอบยิ้มขันให้กับความซื่อบื้อที่แสนน่ารักของนายทหารร่างยักษ์ผู้นี้ ชายหนุ่มที่กล้าเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอจากคนทั้งหมู่บ้าน กลับเขินอายเพียงแค่ปลายนิ้วเกือบจะได้แตะโดนตัวเธอ "ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ ขอบคุณผู้กองมากนะคะที่มาช่วยไว้ทันเวลาพอดี" เหมยหลิงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มละมุนละไมปรากฏบนใบหน้าเรียวสวย "ถ้าไม่ได้คุณ วันนี้ฉันคงต้องเสียเวลาจัดการพวกคนน่ารำคาญนานโขเลยทีเดียว เพื่อเป็นการขอบكرคุณ... วันนี้ฉันตั้งใจจะทำเมนูพิเศษต้อนรับเสียหน่อย คุณพอจะมีเวลาว่างทานมื้อเที่ยงด้วยกันไหมคะ?" สวีจิ้นพยักหน้ารัวเร็วแทบจะทันทีโดยไม่ต้องคิด ดวงตาเป็นประกายวาววับ "วะ...ว่างครับ! ผมว่างเสมอครับ!" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่น ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ พร้อมกับร่างของเด็กส่งจดหมายประจำหมู่บ้านที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา หอบหายใจโยนซองจดหมายสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าลงบนโต๊ะไม้กลางลานบ้าน "คุณหลี่เหมยหลิง! มี... มีจดหมายด่วนส่งตรงมาจากสำนักงานที่ดินอำเภอครับ! แจ้งว่า... แปลงที่ดินทำกินผืนใหญ่หลังภูเขาหนาวของคุณ กำลังถูกประกาศยึดคืนเนื่องจากมีชื่อบุคคลอื่นอ้างสิทธิ์ครอบครองก่อนหน้าแล้วครับ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานชิ้นนี้ด้วยดีเสมอมาครับ / ใบชาหอมหมื่นลี้
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดเชฟหญิงแห่งทุ่งหญ้าหนาว กับนายทหารหนุ่มผู้คลั่งรักชาอุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%